Skip to content
ปกป๋าครับ

ป๋าครับ เด็กป๋า ผมขอนะครับ 3

Chapter 3 แกไปมีเรื่องกับใครมาห๊ะ

สองพ่อลูกทานข้าวกันไปคุยกันไปตามประสาพ่อลูก ใบว่านไม่ปริปากบอกพ่อเรื่องโจรเลยสักนิดกลัวว่าพ่อจะเป็นห่วง

หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วใบว่านก็เข้าห้องไปอาบน้ำแล้วก็ไปนั่งดูทีวีกับพ่อ สองพ่อลูกคุยกันสารพัดเรื่องจนกระทั่งได้เวลาเข้านอนทั้งสองก็แยกกันไปนอน

ส่วนกฤษณะ เมื่อกลับถึงบ้านเขาก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตั้งใจจะขับรถออกไปข้างนอก เขาไม่อยากให้แม่เห็นรอยฟกช้ำบนหน้าเดี๋ยวแม่จะเป็นห่วงอีก แต่พอออกจากห้องนอนมาก็เจอพ่อกับพี่ชายนั่งรออยู่ในห้องรับแขก

“สวัสดีครับคุณพ่อ พี่วิษ” เขายกมือไหว้

“เอ๊ะ!?” วิษณุมองน้องชายพอเห็นรอยช้ำก็ทำท่าตกใจ “นั่นหน้าไปโดนอะไรมา? ไปมีเรื่องกับใครมาอีกล่ะ?”

ศิวะราชมองหน้าลูกชายคนเล็กทันที พอเห็นรอยช้ำก็นึกโกรธ “นี่แกไปมีเรื่องกับใครมาห๊ะไอ้ณะ!?”

“พี่ก็หวังว่าคงไม่ได้ไปทำเรื่องฉาวโฉ่ให้พวกเราต้องอับอายอีกหรอกนะ” วิษณุพูดดัก

“ฮึ่ม!” ศิวะราชยิ่งโมโห “ไอ้ณะแกจะทำตัวดีๆ เอาอย่างพี่เขามั่งได้ไหมห๊ะ! วันๆ หาแต่เรื่องให้พ่อต้องอับอายขายหน้า มีลูกเลวๆ อย่างแกรู้ถึงไหนก็อายไปถึงนั่น”

แล้วเขาก็เดินตึงๆ ออกไป

“หึ!” วิษณุเหยียดยิ้มอย่างสะใจ ลุกขึ้นเดินตามพ่อไป

“ชิ!” กฤษณะน้อยใจพ่อ เสียใจที่พ่อไม่เคยเข้าใจเขาเลย เขาหยิบกุญแจรถแล้วก็ขับรถออกจากบ้านไปอย่างเร็ว

“คุณวัลย์คะ คุณวัลย์คะ” คนใช้รีบวิ่งไปบอกคุณนาย “คุณวัลย์คะ คุณท่านทะเลาะกับคุณณะอีกแล้วค่ะ”

มะลิวัลย์ละมือจากงานที่กำลังทำ “คุณศิทะเลาะกับคุณณะเรื่องอะไรอีกเหรอ?”

“ไม่รู้ค่ะ เป่าเห็นคุณท่านว่าคุณณะเรื่องอะไรก็ไม่รู้ค่ะ แล้วคุณณะก็ขับรถออกไปเลยค่ะ” เป่าเล่าให้ฟัง

“เฮ้อ…” มะลิวัลย์ถอนหายใจ เมื่อไหร่พ่อลูกจะคุยดีๆกันสักทีนะ เธอโบกมือไล่คนใช้ เป่าเดินออกจากห้องไปทำงานของตัวเองต่อ

“เฮ้อ…” มะลิวัลย์ได้แต่นั่งกลุ้มใจอยู่อย่างนั้น

กฤษณะขับรถไปเรื่อยๆ เจอผับก็เข้าไปนั่งดื่มเหล้าจนเมาหลับคาผับ พนักงานก็ไปบอกผู้จัดการว่ามีลูกค้าเมาหลับคาโต๊ะ ผู้จัดการไปดูก็สั่งลูกน้องว่า “พาไปนอนในห้องเลย เดี๋ยวตื่นมาก็ขับรถกลับไปเองแหละ”

จากนั้นพนักงานก็ช่วยกันหิ้วลูกค้าไปนอนในห้องพักพนักงาน ผู้จัดการส่ายหน้าเจอลูกค้าเมาหลับคาโต๊ะได้ทุกวัน อีกหน่อยคงต้องทำห้องพักไว้สำหรับลูกค้าพวกนี้ซะมั้ง เฮ้อ…

เช้ามืด ธงชัยตื่นตั้งแต่ตี 4 เขาออกจากบ้านไปคุมนักมวยซ้อมวิ่ง พอตี 4 ครึ่งใบว่านก็ตื่นมาอาบน้ำหุงข้าวทำกับข้าวใส่บาตร

พอตี 5 ครึ่ง เธอก็ยกโต๊ะออกไปตั้งหน้าบ้านเตรียมข้าวและกับข้าวใส่ถุงรอใส่บาตร

วิษณุกำลังขับรถกลับบ้านหลังแยกจากคู่นอนที่เขาชวนไปนอนด้วย เขาขับรถผ่านเห็นหญิงสาวหน้าตาสวยสะดุดตากำลังจัดโต๊ะเตรียมของใส่บาตรอยู่หน้าบ้านก็เหลียวมองจนต้องจอดรถดู “ใคร?”

ธงชัยกลับจากคุมนักมวยเห็นลูกกำลังเตรียมของใส่บาตรก็เข้าไปช่วยถือพร้อมกับหอมแก้มลูก “มาๆ ป๋าช่วย”

ใบว่านส่งถาดให้เขย่งตัวหอมแก้มพ่อ “ตรงเวลาเป๊ะเลยนะคะป๋า”

“ไม่ได้ซิ ทำอะไรก็ต้องให้ตรงเวลาซิลูก” ธงชัยถือถาดไปวางบนโต๊ะแล้วก็บีบจมูกลูกอย่างหมั่นเขี้ยว ใบว่านยิ้มมีความสุข

วิษณุเห็นท่าทางของหญิงสาวกับชายแก่ก็นึกดูถูก “โธ่เอ้ย! มีผัวซะแล้ว”

เขาขับรถไปทันที

กฤษณะตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการเมาค้าง เขาเดินโซเซออกจากห้องไปที่รถอย่างมึนหัวสุดๆ เขาขับรถกลับบ้านแล้วก็เข้าห้องนอนไปนอนต่อ

คนใช้ก็ไปรายงานคุณนายว่า “คุณณะกลับมาแล้วค่ะ เมากลับมาด้วยค่ะ”

“ฮึ่ม!” ศิวะราชได้ยินก็นึกโมโห “วันๆ ไม่ทำงานทำการเอาแต่เมาหัวราน้ำ ไม่เอาไหนจริงๆ ไอ้ลูกคนนี้ เพราะเธอเลี้ยงลูกตามใจมันถึงได้เสียคนแบบนี้ไง”

มะลิวัลย์พยักหน้ารับรู้แล้วก็โบกมือไล่คนใช้ให้ออกไป

“ฮึ!” / “ฮึ่ม!” สองสามีภรรยามึนตึงใส่กัน

“ฮึ่ม!W ศิวะราชเดินตึงๆ ออกจากห้องไป

“เฮ้อ…” มะลิวัลย์ได้แต่กลุ้มใจแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงในเมื่อคนเป็นพ่อก็ไม่คิดจะฟังลูก ส่วนคนเป็นลูกก็ถือทิฐิใส่พ่อ “เฮ้อ…กลุ้ม”

เธอหันไปมองรูปครอบครัวแล้วก็คิดถึงตอนที่ลูกยังเล็ก เมื่อไหร่นะความสุขแบบนั้นจะหวนมาอีกครั้ง

หลังจากใส่บาตรเสร็จแล้วธงชัยก็ช่วยลูกเก็บโต๊ะ จากนั้นสองพ่อลูกก็ใช้เวลาทั้งวันอยู่ด้วยกัน ธงชัยไปคุมนักมวยก็พาลูกไปด้วย ใบว่านก็ซ้อมต่อยมวยกับนักมวยในค่าย จนถึงบ่ายวันอาทิตย์ใบว่านก็นั่งรถกลับกรุงเทพ

บ่ายวันอังคาร ศิวะราชก็เรียกวิษณุมาคุยเรื่องงาน “วิษ พรุ่งนี้เข้ากรุงเทพไปงานแต่งลูกสาวคุณหญิงวิมาลาแทนพ่อหน่อยนะ”

“ครับคุณพ่อ” วิษณุยิ้ม เรื่องออกงานสังคมเขาถนัดนัก

“พาน้องไปด้วยล่ะ” ศิวะราชบอก

“เอ่อ…” วิษณุหุบยิ้มฉับ! พอเห็นพ่อมองก็รีบยิ้มพูดว่า “ณะจะยอมไปเหรอครับ?”

“ต้องไปซิพ่อสั่งให้ไปมันก็ต้องไป พ่ออยากให้มันได้รู้จักกับลูกสาวคนเล็กของคุณหญิงวิมาลา” ศิวะราชบอกแล้วก็โบกมือให้ลูกออกไป

วิษณุหมุนตัวเดินออกจากห้อง พอเข้าห้องทำงานของตัวเองสีหน้าก็เปลี่ยนฉับ! “ทำไมคุณพ่อจะต้องจับคู่ให้ไอ้ณะกับลูกสาวคุณหญิงด้วย คุณพ่อมองข้ามเราไปได้ยังไง น่าเจ็บใจนัก ไอ้ตัวมารเอ้ย! ตั้งแต่แกเกิดมาแกก็แย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉันหมด ไอ้ณะฉันเกลียดแก!”

ศิวะราชโทรบอกให้ภรรยาไปบอกกฤษณะเรื่องไปงานแต่งงาน “คุณ………”

“ค่ะ” มะลิวัลย์รับคำแล้วก็ตัดสายอย่างเหนื่อยใจ เมื่อไหร่พ่อลูกจะคุยกันเองซะทีนะ “เฮ้อ…”

เธอเดินไปเรือนริมน้ำเจอคนใช้ก็ถามว่า “คุณณะล่ะ?”

“อยู่ในห้องทำงานค่ะ เป่าเห็นนั่งเล่นเกมส์อยู่ค่ะ” คนใช้ตอบ

“อืม” มะลิวัลย์พยักหน้า “ไปเอาน้ำส้มกับผลไม้มาให้ทีนะ”

“ค่ะคุณวัลย์” เป่าเดินไปทำตามคำสั่ง

“ณะ” มะลิวัลย์เคาะประตูห้องทำงาน “ณะทำอะไรอยู่ลูก?”

“เข้ามาซิครับคุณแม่” กฤษณะบอกแล้วก็ปิดหน้าจอคอมฯ ลุกขึ้นเดินไปหาแม่ มะลิวัลย์เปิดประตูเข้าไปมองลูกด้วยสายตาอ่อนโยน “ทำอะไรอยู่เหรอ?”

“เล่นเกมส์ครับ” กฤษณะบอก “ไปนั่งข้างนอกดีกว่าครับในนี้มันรก”

มะลิวัลย์มองไปรอบๆ ห้องแล้วก็ถอนใจ “เฮ้อ…ก็ให้เด็กมันเข้ามาทำความสะอาดมั่งซิ”

“ผมทำเองดีกว่าครับ ให้พวกนั้นเข้ามาทำทีไรผมหาของไม่เจอทุกที” กฤษณะบอกแล้วก็โอบเอวแม่พาเดินออกไปข้างนอก

สองแม่ลูกไปนั่งที่โซฟาในห้องรับแขก คนใช้ยกน้ำส้มกับผลไม้ไปเสิร์ฟ

“แม่อยากให้ณะไปงานแต่งของลูกสาวคุณหญิงวิมาลากับวิษพรุ่งนี้จ้ะ” มะลิวัลย์เข้าเรื่อง

“เหอะ!” กฤษณะเบะปาก “คุณพ่อคงคิดจะจับคู่ให้ผมอีกล่ะซิ”

มะลิวัลย์รีบพูด “จับคู่อะไรกันลูก ณะน่ะคิดมากอีกแล้ว ไปเป็นตัวแทนแม่ต่างหาก ณะก็รู้นี่ว่าคุณหญิงกับแม่สนิทกัน นี่ถ้าแม่ไปไหวแม่คงไปด้วยตัวเองแล้วล่ะไม่ต้องมาใช้ณะไปแทนแม่หรอก”

กฤษณะจ้องอย่างรู้ทัน “แม่”

มะลิวัลย์รีบแกล้งบ่น “นั่งรถไปกรุงเทพแค่นี้แม่ก็เหนื่อยแล้วไหนจะต้องไปเจอมลพิษอีก ณะไปแทนแม่ทีนะ”

กฤษณะพยักหน้า “ก็ได้ครับ”

มะลิวัลย์ลอบยิ้มแล้วก็รีบทำสีหน้าปกติเอื้อมมือไปจับแก้มลูก “แล้วหน้าหายเจ็บรึยังลูก?”

“ไม่เจ็บแล้วครับ คุณแม่เป่าทีเดียวก็หายเจ็บแล้วครับ” กฤษณะอ้อนจับมือแม่ทาบแก้มตัวเอง

“ฮึ!” มะลิวัลย์ค้อนให้อย่างหมั่นไส้ “โตแล้วยังจะอ้อนแม่อีกนะ”

กฤษณะเอนตัวหนุนตักแม่ “ไม่อ้อนแม่แล้วจะให้ผมไปอ้อนใครล่ะครับ”

“ฮึ!” มะลิวัลย์ค้อนยิ้มๆ “ตอนนี้ก็ยังอ้อนแม่อยู่ อีกหน่อยมีเมียก็ลืมแม่”

“ใครจะลืมแม่ได้ล่ะครับ ต่อให้ผมมีเมียผมก็ไม่ลืมแม่เด็ดขาด” กฤษณะบอกหนักแน่น

“จ้าๆ” มะลิวัลย์ยิ้มสุขใจ

บ่าย 3 วันพุธ กฤษณะใส่สูทเดินไปรอพี่ชายหน้าตึกใหญ่

วิษณุลงมาจากห้องเห็นหน้าน้องชายก็เหยียดยิ้ม “ไปกันได้แล้ว”

มะลิวัลย์เดินไปส่งลูกชายขึ้นรถ “ฝากขอโทษคุณหญิงแทนแม่ด้วยนะลูก แล้วก็อย่าดื่มเยอะล่ะ”

“ครับคุณแม่” กฤษณะก้มลงหอมแก้มแม่ มะลิวัลย์หอมแก้มลูกชายแล้วก็ลูบหัวอวยพรว่า “เดินทางปลอดภัยนะลูก”

วิษณุมองด้วยสายตาเกลียดชังแว๊บนึงแล้วก็เดินไปขึ้นรถ คนขับรถรีบเปิดประตูให้ วิษณุก้าวเข้าไปนั่งในรถวางท่ามาดคุณชายข่มน้อง “หึ!”

คนขับรถปิดประตูให้ วิษณุกดเปิดกระจกมองน้องชายอย่างออกคำสั่ง “มัวชักช้าอะไรอยู่ณะ ไปกรุงเทพแค่นี้ล่ำลากันอย่างกับไปต่างประเทศเชียว”

กฤษณะหันไปมองด้วยสายตาเฉยเมย เขาหันไปไหว้แม่ “ผมไปล่ะครับคุณแม่”

“ไปเถอะจ้ะ” มะลิวัลย์ยิ้มให้ลูก กฤษณะเดินไปขึ้นรถ คนขับรถเปิดประตูอีกด้านรอ แต่กฤษณะกลับเปิดประตูด้านหน้าแล้วก็ก้าวเข้าไปนั่งข้างคนขับ คนขับรถทำหน้าเหรอหรา “อ้าว…”

“ปิดประตูซิ แล้วก็รีบไปขับรถ” วิษณุดุ

“ครับๆ” คนขับรถรีบปิดประตูรถแล้วขับรถออกไป

“ชิ!” วิษณุมองน้องชายอย่างเกลียดชังแว๊บนึงแล้วก็เมินมองไปทางอื่น

ตลอดทางในรถเงียบสนิท วิษณุนั่งเงียบ ส่วนกฤษณะก็มองวิวข้างทางไปเรื่อยๆ คนขับรถรู้สึกว่าบรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก

จนกระทั่งถึงสถานที่จัดงาน พอเจ้านายทั้งสองลงจากรถไปแล้วคนขับรถค่อยหายใจคล่องหน่อย

“ทำตัวดีๆ หน่อยล่ะอย่าให้ขายหน้ามาถึงฉันกับคุณพ่อได้เชียว!” วิษณุกระซิบสั่ง

“ชิ!” กฤษณะหน้าตึงเหลือบมองพี่ชาย

“พี่ก็ทำตัวฉลาดๆ หน่อยล่ะ อย่าให้ใครจับได้ว่าโง่ดักดานเดี๋ยวคุณพ่อจะขายหน้าซะเปล่าๆ” เขากระซิบบอกแล้วก็เดินไปลงชื่อ

คนขับรถรีบเปิดท้ายรถเอาของขวัญให้คุณวิษ “ท่านครับ”

วิษณุหันไปมองคนขับรถตาขวาง คว้ากล่องของขวัญอย่างโกรธจัด “ฮึ่ม!”

คนขับรถได้แต่มองอย่างงงๆ ว่าทำไมเจ้านายถึงได้โกรธขนาดนั้น นี่ตรูทำอะไรผิดไปเหรอ… แล้วคนขับรถก็รีบขับรถไปจอดในลานจอดรถ

วิษณุเดินไปลงชื่อแล้วก็มอบของขวัญให้คู่บ่าวสาว จากนั้นก็ถ่ายรูปร่วมกัน กฤษณะก็ร่วมเฟรมด้วยอย่างจำใจเพราะต้องรักษาภาพพจน์ต่อหน้าคนอื่น

“ขอบคุณค่ะ เชิญในงานก่อนนะคะ” เจ้าสาวบอกแล้วก็หันไปต้อนรับแขกคนอื่นต่อ

สองพี่น้องชาญนุรักษ์เดินเข้าไปในงานแล้วก็แยกย้ายกันไปคนละทาง วิษณุเดินไปทักทายแขกเหรื่อในงานตามประสาหนุ่มสังคม ส่วนกฤษณะก็คว้าเครื่องดื่มเดินไปยืนหลบมุมไม่พูดคุยทักทายกับใครเลย

วิษณุกำลังคุยกับนักธุรกิจด้วยกัน พลัน! สายตาก็สะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งที่มาร่วมงาน หญิงสาวคนที่เขาเคยเห็นใส่บาตรร่วมกับผัวแก่ที่อยุธยา เขาเห็นเธอร่วมกลุ่มกับแขกอีกกลุ่มหนึ่งจึงรีบบอกคู่สนทนาว่า “ขอตัวสักครู่ครับ”

“เชิญครับคุณวิษณุ”

แล้ววิษณุก็เดินไปคุยกับแขกกลุ่มนั้นทันที “สวัสดีครับคุณทิวากร”

“สวัสดีคุณวิษณุ” ทิวากรทักทายแล้วก็แนะนำตัววิษณุให้แขกคนอื่นได้รู้จัก “ทุกคนครับนี่คุณวิษณุ ชาญนุรักษ์ครับ”

ชายหญิงในกลุ่มนั้นยิ้มให้วิษณุ

“อ๋อ คนนี้น่ะเหรอลูกชายคุณศิวะราชน่ะ” ชายคนหนึ่งทัก

“ใช่ครับ คนนี้แหละครับทายาทพันล้านของคุณศิวะราช” ทิวากรบอก

วิษณุหันไปยิ้มให้ สายตาก็แอบเหลือบมองหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มบ่อยๆ

ใบว่านรู้สึกอึดอัดกับสายตาของวิษณุจึงบอกกับคนข้างๆ ว่า “ป๋าว่านขอตัวแป๊บนะ”

“จ้ะ” ธงชัยพยักหน้า “รีบมานะ เดี๋ยวซักพักป๋าก็จะกลับแล้วล่ะ”

“ค่ะป๋า” ใบว่านบอกแล้วก็เดินไป

วิษณุมองตามแล้วก็คุยกับคนกลุ่มนั้นอีกพักนึงจากนั้นเขาก็ขอตัว แล้วเขาก็เดินตามหญิงสาวไป

กฤษณะเห็นหญิงสาวคนเดียวกับที่ช่วยจากพวกอันธพาลในซอยเปลี่ยวก็ยืนมองว่าจะใช่รึเปล่า กำลังจะเดินเข้าไปทักก็เห็นพี่ชายเดินไปคุยกับคนกลุ่มนั้นเขาจึงชะงักไม่เข้าไปทัก สักพักก็เห็นเธอเดินแยกตัวไปแล้วก็เห็นพี่ชายเดินตามเธอไปเขาจึงเดินตามไปห่างๆ

ใบว่านเดินไปทางห้องน้ำ วิษณุรีบเดินตามไป “คุณๆ เดี๋ยวครับคุณ”

หญิงสาวไม่ได้หันมามองเลย วิษณุรีบเดินไปดักหน้า “คุณ เดี๋ยวก่อน”

ใบว่านชะงัก! จ้องหน้าคนที่มาขวางทาง “มีอะไรคะ?”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version