ร็อคเกอร์สตาร์พันธุ์แวมไพร์บ้าเลือด
Chapter 1 หนีเที่ยว
ณ สนามบินนครลอสแองเจลิสเมืองแห่งวงการมายา เด็กสาวหน้าสวยหวานใสอายุราว 15 หรือ 16 ปีตามการคาดคะเนของผู้คนในสนามบิน แต่งกายแบบเด็กทอมบอย สวมหมวกแก๊ปสีขาว เสื้อยืดสีขาวสกรีนลายนกเงือกสีสวยบนตัวเสื้อทับด้วยเสื้อกั๊กยีนส์สีขาว กางเกงยีนส์สีขาวสะอาดสะอ้าน รองเท้าผ้าใบสีขาวยี่ห้อไนกี้เข้ากับชุด แบกเป้สีดำขนาดกลางเอาไว้ กำลังยืนรอหน้าเคาน์เตอร์ ณ จุดตรวจคนเข้าเมือง สายตาของเธอจับจ้องไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินไปยังจุดรับกระเป๋าหลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมืองของสนามบินแล้วเธอรีบตามผู้หญิงคนนั้นไปทันที
ด้วยใบหน้าสวยหวานสะกดสายตาของทุกคนในสนามบินให้หันมาจับจ้องเด็กสาวอย่างไม่สามารถละสายตาได้ ทำให้หญิงสาวที่เดินไปยังจุดรับกระเป๋ารู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมาเป็นตาเดียว เธอรีบก้มลงมองสำรวจตนเองทันทีว่ามีสิ่งใดผิดปกติบนตัวเธอหรือไม่ เสื้อรัดรูปสีดำแขนกุดกับกางเกงสีขาวงาช้างแบรนด์เนมยี่ห้อดังก็ไม่ได้มีอะไรที่ผิดแปลก แล้วทำไมสายตาของทุกคนจึงจ้องมองเธอไม่วางตา เธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่ใช่คนสวยโดดเด่นหรือมีสิ่งใดที่จะดึงดูดสายตาผู้คนได้ จนเมื่อเธอเหลียวหลังส่องกระจกบานใหญ่บนผนังด้านหนึ่งหางตาของเธอก็เหลือบเห็นร่างขาวๆ ที่รีบแอบหลังเสา และเธอก็พบว่าสายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ร่างขาวๆ ข้างหลังเธอต่างหากไม่ใช่เธอ ร่างนั้นคุ้นตาเธอยิ่งนัก เธอจึงเดินเข้าไปหาร่างขาวๆ ที่แอบอยู่หลังเสา เมื่อเห็นร่างนั้นเต็มสองตา เธอแทบบ้าทันควัน “จีเซล!”
“หวัดดี พี่จีน่า” เด็กสาวนามจีเซล หรือ จีเซลล่า อีวานการ์เลียร์ อายุ 18 ปี บุตรสาวคนเล็กของตระกูลอีวานการ์เลียร์เอ่ยทักพี่สาวเมื่อถูกจับได้ว่าแอบตามมาด้วย
จีน่า หรือ จีอาน่า อีวานการ์เลียร์ อายุ 22 ปีบุตรสาวคนโตของตระกูลอีวานการ์เลียร์เขย่าไหล่บอบบางของน้องสาวแทบคลั่งทันที “จีเซล! เธอมาได้ยังไงห๊า ทำไมเธออยู่คนเดียว แล้วนี่คนอื่นๆ อยู่ที่ไหนกันห๊า คุณพ่อรู้รึป่าวว่าเธอมาที่นี่น่ะห๊า”
“คุณพ่อไม่รู้หรอกพี่จีน่า หนูแอบออกมาน่ะ ขืนคุณพ่อรู้…หนูก็ไม่ได้มาอยู่ที่นี่น่ะซิ ไม่ต้องมองหาพวกนั้นหรอก(หมายถึงขบวนองครักษ์พิทักษ์เธอ)ไม่มีใครตามมาซักคน สบายใจได้เลยพี่จีน่า” เสียงใส ๆ ตอบ
ยิ่งทำให้จีน่าแทบอยากเอาหัวโขกเสาให้ตายๆ ไปเลย “สบายใจกะผีอะไรล่ะจีเซล! ป่านนี้คุณพ่อคลั่งตายแล้วถ้ารู้ว่าเธอหายไปน่ะ โธ่!…เวรกรรมของนังจีน่า คุณพ่อเล่นงานพี่ตายแน่ๆ ถ้ารู้ว่าเธอตามพี่มา โธ่! เว๊รกรรม…เวรกรรมของนังจีน่า…”
เธอขยุ้มทึ้งผมสีน้ำตาลยาวประบ่าของตัวเองไปมา แล้วดวงตาสีน้ำตาลก็เบิกกว้างอย่างนึกขึ้นได้ พร้อมกับจับต้นแขนของผู้เป็นน้องสาวเอาไว้แน่น “จีเซลเธอรีบบินกลับบ้านไปเลยนะ ก่อนที่คุณพ่อจะส่งคนมาตามเธอถึงที่นี่แล้วลากเราทั้งคู่กลับบ้าน ไปเร็ว!”
“ไม่เอ๊านะพี่จีน่า! หนูยังไม่กลับบ้าน ขอหนูไปเที่ยวเปิดหูเปิดตามั่งซิ พี่จีน่าเห็นใจกันมั่งซิ กว่าหนูจะแอบออกมาโดยไม่มีพวกนั้นคอยตามมันลำบากขนาดไหน พี่จีน่าจะไปที่ไหนก็ไปได้ คุณพ่อไม่เคยห้าม แต่หนูจะไปไหนแต่ละที กว่าจะขอไปได้ก็ยากเย็น แถมต้องมีพวกนั้นตามเป็นพรวน ไปทางไหนก็ไม่สนุก เห็นใจหนูบ้างนะพี่จีน่า อย่าส่งหนูกลับบ้านเลยนะ…นะพี่จีน่าคนดี๊…คนดี” เสียงใสๆ ออดอ้อน ดวงตาสีม่วงไวโอเล็ตส่งสายตาอ้อนวอน มือน้อยๆ ก็เขย่าแขนจีอาน่าไม่หยุด
“โอ้ย!..พอได้แล้วจีเซล เลิกอ้อนได้แล้ว พี่ยอมก็ได้ แต่เรามาตกลงกันก่อนนะ ถ้าคุณพ่อส่งคนมาตามเธอกลับบ้าน เธอต้องกลับทันทีเลยนะ แต่ถ้ายังไม่มีใครมาจนถึงคอนเสิร์ตวันพรุ่งนี้จบแล้ววันมะรืนเธอรีบบินกลับบ้านไปเลยนะ ตกลงไหม”
“ก็ได้พี่จีน่า ตกลงตามนี้ ขอบคุณมากนะคะพี่จีน่า” มือน้อยๆ หยุดเขย่าแขนจีอาน่าเปลี่ยนเป็นโอบกอดอย่างยินดีที่พี่สาวยอมให้เธออยู่ที่นี่ แม้จะแค่สองวันก็ดีมากแล้วสำหรับเธอที่จะได้ท่องเที่ยวใน L. A. โดยไม่มีพวกองครักษ์คอยติดตามเป็นพรวนเหมือนเช่นปกติ
จีอาน่าถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างไม่รู้ชะตากรรมว่ากลับบ้านไปจะโดนพ่อดุซักขนาดไหนที่ยอมตามใจยัยน้องสาวตัวดีที่แอบตามเธอมาถึง L. A. โดยไม่ส่งกลับบ้านในทันที แถมยังไม่โทรบอกให้รู้อีกต่างหาก กลับไปคงถูกดุเป็นกระบุงโกยแหงๆ
บางครั้งจีอาน่าเคยนึกน้อยใจที่พ่อหวงและห่วงจีเซลล่ามากกว่าเธอ ถึงขนาดที่จีเซลล่าจะไปไหนแต่ละที คุณพ่อจอมเฮี้ยบของพวกเธอให้องครักษ์ตามเป็นพรวนคอยดูแลระแวดระวังเป็นอย่างดี ผิดกับเธอที่ไปหัวหกก้นขวิดที่ไหนก็ไม่มีองครักษ์ติดตามเลยซักกะคนเดียว มีเพียงคนขับรถคอยตามรับใช้ตามรับตามส่งตามแต่เธอจะสั่ง แต่เมื่อคิดๆ ดูแล้วถ้าให้เธอต้องมีองครักษ์ตามเป็นโขยงอย่างจีเซลล่าล่ะก็…หัวเด็ดตีนขาดเธอก็ไม่เอา!
ก็อย่างที่น้องสาวของเธอว่านั่นแหละไปไหนแต่ละทีมีองครักษ์ตามเป็นพรวนจนหมดสนุก จีอาน่าแกะแขนเรียวที่กอดเธอแน่นออก แล้วก็มองวงหน้าสวยหวานตรงหน้าอย่างอ่อนใจ “แล้วนี่มีตั๋วเที่ยวขากลับรึป่าวจีเซล”
จีเซลล่าส่ายหน้าเป็นคำตอบ ทำให้จีอาน่าถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจ “งั้นเราไปซื้อตั๋วเที่ยวบินขากลับของเธอก่อนเถอะ แล้วค่อยไปโรงแรมนะจีเซล”
“ค่ะพี่จีน่า” วงหน้าสวยหวานใสระบายด้วยรอยยิ้มทันที
2 พี่น้องจึงเดินไปยังจุดรับกระเป๋าเพื่อรับกระเป๋าเดินทางของจีอาน่า แล้วไปยังเคาน์เตอร์สายการบินเพื่อซื้อตั๋วเที่ยวบินขากลับของจีเซลล่าให้เรียบร้อย
เมื่อจัดการเรื่องตั๋วเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนก็ใช้บริการแท็กซี่ให้ไปส่งยังโรงแรมหรูห้าดาวที่จีอาน่าจองเอาไว้
ทันทีที่ไปถึงยังโรงแรม จีอาน่าก็ติดต่อกับพนักงานหน้าฟรอนท์ขอเปลี่ยนห้องจากห้องพัก 1 ห้องนอนที่จองเอาไว้เป็นห้องสูท 2 ห้องนอนทันที
เมื่อถึงห้องพัก จีเซลล่าก็นอนแผ่หราบนเตียง เพราะไม่ชินกับการนั่งเครื่องบินหลายชั่วโมง ถึงแม้ว่าที่นั่งชั้นประหยัดจะไม่ค่อยมีผู้โดยสารจนสามารถนอนเหยียดยาวได้ก็เหอะ แต่มันก็ยังทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียจนหมดเรี่ยวแรงได้เหมือนกัน
จีอาน่านั่งลงบนเตียงข้างจีเซลล่า เธอถอนหายใจแล้วก็มองหน้าน้องสาวคนเดียวของตัวเอง พลางหวนคิดถึงเมื่อ 2 ปีก่อน
2 ปีที่แล้วเธอตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งพร้อมกับอาการความจำเสื่อม เธอจำอะไรไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ชายสูงวัยผมสีน้ำตาลเข้มแซมสีเทา ดวงตาสีน้ำตาล รูปร่างผอมสูงลักษณะท่าทางสง่างามเดินเข้ามาในห้องที่เธอนอนพักอยู่ ด้านหลังชายสูงวัยมีชายอีก 2 คนคอยติดตาม ทั้ง 2 คนหน้าตาท่าทางก็บ่งบอกว่าเป็นบอดี้การ์ด ยืนอารักขาอยู่ตรงหน้าประตูห้อง ตามมาด้วยเด็กสาววัยทีนเอจผมยาวหยักศกสีดำ ดวงตาสีไวโอเล็ต ผิวขาวชมพูสวมเสื้อผ้าคนไข้ของโรงพยาบาลเช่นเดียวกับเธอ ใบหน้าสวยหวานใสจ้องมาที่เธออย่างสำรวจตรวจตรา ชายสูงวัยผู้นั้นบอกกับเธอว่าเขาคือพ่อของเธอ
เพียงจีอาน่าสบตาสีน้ำตาลอ่อนโยนคู่นั้นเธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าชายผู้นี้เกี่ยวพันทางสายเลือดกับเธอ พ่อแนะนำเด็กสาวที่เดินตามมาว่าเป็นน้องสาวต่างมารดาของเธอ พ่อเล่าให้ฟังว่าเธอขับรถพาน้องสาวไปเที่ยวนอกบ้านเมื่อกลับมาถึงบ้านรถเกิดคันเร่งค้างพุ่งชนกับกำแพงรั้วบ้านเต็มแรง ทั้งเธอและน้องสาวไม่ได้คาดเซฟตี้เบลทำให้หัวกระแทกกับกระจกรถอย่างแรงจนสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นมาจึงเกิดอาการความจำเสื่อมทั้งคู่
เมื่อคุณหมออนุญาตให้เธอและน้องสาวกลับบ้านได้ พ่อจึงรับพวกเธอกลับบ้าน เมื่อรถแล่นผ่านประตูรั้วเข้าไปในบ้านหรือจะเรียกให้ถูก ต้องบอกว่าเป็นคฤหาสน์ซะมากกว่า ตรงกำแพงหินข้างประตูรั้วของคฤหาสน์ คนงานหลายสิบคนกำลังซ่อมแซมกำแพงหินที่ถล่มทลายกองระเนระนาดอยู่ ท่าทางว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นคงจะไม่ใช่เล็กๆ ทีเดียว ขนาดกำแพงหินก้อนโตๆ ยังถล่มทลายเพราะแรงชนจนช้างตัวโตๆ เดินผ่านได้สบาย
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเธอก็เห็นองครักษ์คอยติดตามอารักขาน้องสาวต่างมารดาของเธอ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรพ่อถึงได้หวงและห่วงยัยจีเซลนัก ไม่ว่าจีเซลจะไปที่ใดเป็นต้องมีองครักษ์ตามเป็นพรวนยิ่งกว่าดาราดังซะอีก
ภายหลังเธอจึงค่อยๆ รู้ว่าพ่อของเธอ มิสเตอร์มิคาเอล อีวานการ์เลียร์ ทำงานให้กับพระสันตะปาปา แต่ไม่รู้รายละเอียดว่าพ่อของเธอทำงานตำแหน่งใด แต่จากผู้คนแวดล้อมบอกได้ว่าพ่อของเธอบิ๊กทีเดียว ครอบครัวของพวกเธอจึงพำนักอยู่ ณ นครวาติกัน
“พี่จีน่า! พี่จีน่า! พี่จีน่าาาาา…….”
เสียงใสๆ ปลุกให้จีอาน่าหลุดจากอดีต “หือ อะไรล่ะจีเซล”
“คิดเรื่องอะไรอยู่เหรอพี่จีน่า หรือว่าใจลอยคิดถึงอีตาลูซิเฟอร์นั่นอยู่เหรอ” จีเซลล่าเขยิบไปนั่งข้างจีอาน่าแล้วก็แซวพี่สาว
เพราะรู้ว่าจีอาน่ากำลังคลั่งไคล้ร็อคเกอร์ซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังคนนั้นจนถึงขนาดถ่อสังขารมา L. A. เพียงเพื่อดูการแสดงคอนเสิร์ตบนเวทีสดๆ ของร็อคเกอร์หนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ ทั่วโลก ถึงขั้นยอมขัดใจคุณพ่อจอมเฮี้ยบที่ห้ามไม่ให้จีอาน่ามา L. A. ในครั้งนี้ แต่อย่างยัยพี่สาวตัวดีของเธอหรือจะยอมอยู่ในโอวาท ดั้นด้นถ่อสังขารมาจนได้แหละ
จีเซลล่าจึงมีโอกาสแอบหนีออกจากบ้านตามพี่สาวมาเที่ยว L. A. ด้วย มือน้อยที่สะกิดยิกๆ ทำให้จีอาน่าหันไปมอง ตามด้วยมะเหงกเขกลงบนหัวสวยๆ ไม่แรงนัก
“โอ้ย! เจ็บนะพี่จีน่า”
“สม! อยากมาแซวพี่ทำไมล่ะ พี่กำลังคิดถึงเมื่อ 2 ปีที่แล้วต่างหาก จนป่านนี้พี่ก็ยังจำอะไรก่อน 2 ปีที่แล้วไม่ได้เลย จีเซลล่ะจำอะไรได้มั่งป่ะ ก่อนเกิดอุบัติเหตุน่ะ”
จีเซลล่าเอนตัวลงนอนหนุนตักนุ่มของพี่สาว มือน้อยโอบเอวบางเอาไว้ “หนูก็ยังจำอะไรไม่ได้เหมือนกันพี่จีน่า ช่างมันเถอะ อย่าไปคิดถึงมันให้ปวดสมองเลย คิดมากเดี๋ยวตีนกาถามหานะพี่จีน่า หนูว่าเอาเวลาไปเดินเที่ยวเปิดหูเปิดตากันดีกว่า ดีป่ะ”
มะเหงกจึงเขกลงบนหัวสวยๆ อีกครั้ง
“แหม ชวนเที่ยวเชียวนะยัยตัวดี เอ้า! ไหนๆ ก็มาแล้ว เราไปเดินเที่ยวกันตามประสาพี่น้องก็ดีเหมือนกัน ทุกทีมีพวกองครักษ์ของเธอคอยเดินตามจนพี่รำคาญ ครั้งนี้คงเดินเที่ยวได้สนุกแน่ๆ เลยแหละจีเซล”
“โห…เห็นป่ะ แค่พี่จีน่าไปกับหนูไม่กี่ครั้งยังรำคาญพวกนั้นจะแย่ แล้วหนูอ่ะน่ะไปไหนมาไหนมีพวกนั้นคอยตามตลอดเวลา จนหนูเบื่อที่จะออกไปเที่ยวนอกบ้านเลยแหละ”
เสียงบ่นจากจีเซลล่าทำให้จีอาน่าหัวเราะ
แล้วทั้งสองพี่น้องก็จูงมือกันออกไปเดินเล่นท่องราตรีใน L. A. กันจนดึกจึงพากันกลับโรงแรมพักผ่อน จากนั้นทั้งคู่แยกย้ายเข้าห้องใครห้องมัน
เช้าวันใหม่ จีอาน่าและจีเซลล่าตื่นขึ้นมาก็พากันไปกินอาหารเช้าแล้วไปเช่ารถจากเคาน์เตอร์บริการรถเช่าซึ่งทางโรงแรมจัดไว้ให้บริการสำหรับแขกของโรงแรม แน่นอนว่าจีอาน่าเป็นคนขับ จีเซลล่าเป็นเนวิเกเตอร์นำทางโดยใช้ไอแพดที่อยู่ในรถเช่าและระบบจีพีเอสซึ่งติดตั้งไว้ในรถเช่า
ทั้งคู่ขับรถเที่ยวกินลมชมวิวแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของตัวเมืองไปเรื่อยๆ
จนเมื่อถึงเวลาที่คอนเสิร์ตใกล้จะเปิดการแสดงจีอาน่าก็ขับรถกลับโรงแรม จัดการคืนรถที่เช่ามา แล้วพาน้องสาวไปดูการแสดงคอนเสิร์ตด้วยกัน ซึ่งสถานที่จัดคอนเสิร์ตอยู่ใกล้ๆ กับโรงแรมเดินไปเพียง 15 นาทีก็ถึง โชคดีที่เมื่อวานนี้ทางพนักงานของโรงแรมสามารถหาบัตรชมคอนเสิร์ตให้จีเซลล่าได้ แน่นอนว่าบัตรใบนี้ได้มาในราคาที่แพงลิบลิ่วเลยเชียวล่ะ
ระหว่างที่ชมคอนเสิร์ตอยู่นั้นจีอาน่าผู้คลั่งไคล้ร็อคเกอร์หนุ่มขวัญใจคนโปรดก็จะคอยร้องเพลงตามประกอบกับส่งเสียงกรี๊ดวี๊ดว๊ายไม่หยุด แถมแดนซ์กระจายสุดเหวี่ยงไปเลย ซึ่งตรงข้ามกับจีเซลล่าที่ยืนดูอยู่เฉยๆ มีบางครั้งที่ถูกผู้เป็นพี่สาวฉุดให้แดนซ์ด้วยกันบ้างเป็นระยะๆ
แต่ที่จีเซลล่ารู้สึกรำคาญเป็นที่สุดก็คือบรรดาหนุ่มๆ ที่ชอบเข้ามาเกาะแกะเจ๊าะแจ๊ะกันไม่หยุดหย่อนซะจนตัวเธอเองเริ่มคิดถึงบรรดาองครักษ์พิทักษ์เธอขึ้นมาตะหงิดๆ เพราะหากพวกเขาติดตามมาด้วยละก็…บรรดาหนุ่มๆ พวกนี้ไม่ได้มีทางเข้าใกล้เธอและพี่สาวได้เป็นอันขาด
จนกระทั่งคอนเสิร์ตจบลง 2 สาวพี่น้องก็เดินกลับที่พักกันทันที แม้ว่าจีอาน่าจะอยากอยู่ต่ออีกนิดเพื่อหาทางขอลายเซ็นของร็อคเกอร์หนุ่มก็ตาม แต่จีเซลล่าไม่ยอมตามใจผู้เป็นพี่สาวแม้แต่น้อย ฉุดแขนพี่สาวเดินตรงลิ่วไปยังทางออกลากกลับโรงแรมจนได้ ด้วยข้อตกลงที่ทำให้จีอาน่ายอมตัดใจกลับโรงแรมแต่โดยดี นั่นก็คือจีเซลล่าสัญญาว่าจะขอลายเซ็นของร็อคเกอร์หนุ่มลูซิเฟอร์มาให้ผู้เป็นพี่สาวให้ได้ภายใน 1 อาทิตย์
จีอาน่ารู้ดีว่าหากผู้เป็นน้องสาวได้สัญญาเรื่องใดๆ ไว้แล้วล่ะก็…จีเซลล่าจะต้องทำตามสัญญาให้จงได้ แม้ว่ามันจะยากเย็นสักเพียงใดก็ตาม ก็ขนาดเรื่องตั๋วเครื่องบินกับพาสปอร์ตและวีซ่าเข้าประเทศอเมริกา จีเซลล่ายังจัดการหามาได้เลย ขนาดแอบหนีออกจากบ้านตามเธอมาด้วยเครื่องบินลำเดียวกันกับเธอโดยที่ตัวเธอเองไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยซักนิด เล็ดลอดสายตาของบรรดาองครักษ์พิทักษ์เธอและบิดาจอมเฮี้ยบมาจนถึงอเมริกาได้อย่างสบายๆ เพราะฉะนั้นกะอีแค่ลายเซ็นของนักร้องหนุ่มคนดังเพียงแค่นี้ล่ะก็…ไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับจีเซลล่าเลยซักนิด
หลังจากพักผ่อนกันจนหายเหนื่อยแล้วจีเซลล่าก็ชวนผู้เป็นพี่สาวไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตาท่องราตรีใน L.A. สั่งลาก่อนกลับบ้าน แต่ไม่นึกไม่ฝันว่าพวกเธอจะได้พบกับร็อคเกอร์คนดังขวัญใจคนโปรดของพี่สาวโดยบังเอิญ พวกเธอกำลังเดินผ่านคฤหาสน์เก่าแก่หลังหนึ่งขณะกำลังเดินกลับโรงแรมในตอนดึก รถแลมเบอร์กีนี่เปิดประทุนคันหรูก็พุ่งปราดมาจอดหน้าประตูรั้วจนแทบจะชนเธอทั้ง 2 คนที่กำลังเดินผ่าน โชคดีว่าจีเซลล่าเหลือบเห็นรถคันนั่นแล้วกระชากพี่สาวหลบได้ทัน “พี่จีน่า! หลบ!”
“เอี๊ยด!” เสียงรถเบรกดังสนั่น
จีอาน่าจอมโวยวายอ้าปากจะด่าคนขับรถแลมเบอร์กีนี่สุดเฮงซวยเป็นชุด แต่เมื่อเห็นหน้าคนขับสุดเฮงซวยเต็มลูกกะตา ปากที่กำลังจะด่าก็เลยอ้าค้างไปเลย เมื่อเห็นว่าผู้ที่ขับรถก็คือร็อคเกอร์หนุ่มขวัญใจคนโปรดของเธอนั่นเอง
แต่จีเซลล่าสวดใส่เป็นชุดอย่างไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น “โว้ย! ขับรถภาษาบ้าบออะไรห๊า! คนเดินอยู่บนทางเท้าดีๆ ยังจะชนได้ ใบขับขี่ซื้อมารึไงฟะ! แล้วไม่มีปากพูดรึไงกัน! ขอโทษซักคำเป็นป่ะ!”
ตาสีไวโอเล็ตจ้องร็อคเกอร์หนุ่มหล่อดุเดือดคาดคั้นเอาคำขอโทษ
แต่สายตาของร็อคเกอร์หนุ่มสุดหล่อผู้ขับรถเปิดประทุนคันนั้นทอดมองอย่างเย็นชาปนเหยียดหยามไม่ได้ใส่ใจจะขอโทษเลยซักนิด เขากดรีโมทเปิดประตูรั้วไม่สนใจ 2 ร่างที่ยืนอยู่ข้างรถเลยแม้แต่น้อย เมื่อประตูเปิดกว้างก็เหยียบคันเร่งส่งรถคันงามแล่นฉิวเข้าไปในคฤหาสน์เก่าแก่
จีเซลล่าจึงสวดส่งวิญญาณตามไปอีกชุด “โหอะไรฟ่ะ! ถือว่าดังนักรึไงกันน่ะ! มารยาทโครตห่วยเลย รีบๆ ไปลงนรกเลยไป๊! ชิ้ว!…ชิ้ว!”
จนรถแลมเบอร์กีนี่หายลับไปจากสายตาจีเซลล่าจึงหยุดสวดส่งวิญญาณ ครั้นพอจะเดินกลับโรงแรมแต่ภาพถนนสว่างไสวเมื่อครู่มันหายไปซะแล้ว กลายเป็นภาพประตูรั้วสูงใหญ่ปิดทึบตระหง่านอยู่ตรงหน้าแทน เมื่อหันไปมองรอบๆ จีอาน่ายังยืนอยู่ข้างๆ เธอ มือเรียวขาวนั่นคล้องแขนเธอไว้ แต่ตาสีน้ำตาลกลับทอดมองตามทางที่รถแลมเบอร์กีนี่วิ่งหายไป บริเวณโดยรอบต้นไม้ร่มครึ้มที่ปลูกชิดกำแพงรั้วสูงท่วมหัวบดบังแสงไฟและเสียงรถราจากท้องถนน แสงไฟจากเสาตามทางส่องกระทบตัวคฤหาสน์เก่าแก่ เธอเข้าใจแล้วว่าถนนเมื่อครู่หายไปไหน ก็ยัยพี่สาวตัวดีลากแขนเธอเข้ามาในบริเวณคฤหาสน์ก่อนที่ประตูรั้วจะปิดลงนะซิ
“พี่จีน่า! พี่ลากหนูเข้ามาทำไมห๊า พี่ไม่กลัวเจอข้อหาบุกรุกรึไง หนูรู้ว่าพี่คลั่งไคล้อีตานักร้องนั่นมาก แต่หนูไม่คิดว่าพี่จะบ้าได้ขนาดนี้ เรากลับกันเถอะเดี๋ยวใครมาเจอเข้าเราจะถูกอัญเชิญไปโรงพักได้นะพี่จีน่า”
จีเซลล่าลากแขนจีอาน่าที่ยังมองตามทางที่ร็อคเกอร์หนุ่มขับรถหายไป ตรงไปยังประตูรั้วสูงใหญ่ ร่างเล็กผละจากพี่สาว แล้วยกมือดึงห่วงบนประตูพยายามเปิดออก แต่ประตูรั้วสูงใหญ่หาได้ขยับเขยื้อนไม่ “พี่จีน่าช่วยหนูเปิดประตูที”
จีอาน่ายังคงยืนนิ่งมองตามทางที่เห็นจากแสงไฟอยู่อย่างเดิม
จีเซลล่าจึงผละจากประตูรั้ว แล้วเขย่าแขนจีอาน่าตะโกนเรียกดังลั่น “พี่จีน่า! พี่จีน่าาา…”
“โอ้ย! ไม่ต้องตะโกนพี่ก็ได้ยิน”
“ได้ยินแล้วทำไมไม่ช่วยหนูเปิดประตูล่ะ มัวมองอะไรอยู่คะ” จีเซลล่าต่อว่าพี่สาว
จีอาน่าจึงลากแขนน้องสาวไปตามทาง พร้อมกับเอ่ยขอร้องอ้อนวอนขอตามไปขอลายเซ็นร็อคเกอร์หนุ่มก่อน “จีเซลจ๋า…ไหนๆ เราก็เข้ามาในนี้แล้ว พี่ขอตามไปขอลายเซ็นเค้าก่อนนะ…นะจีเซล…คนดี๊…คนดี…โอกาสดีๆ อย่างนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะจีเซล นะจ๊ะ…นะจ๊ะ”
โอกาสดีๆ อย่างนี้มีหรือจีอาน่าจะปล่อยให้หลุดลอยไปได้ เพราะโอกาสที่จะใกล้ชิดร็อคเกอร์หนุ่มหล่อขวัญใจคนโปรดนั้นหาไม่ได้เลย ไม่มีใครรู้ว่าร็อคเกอร์หนุ่มหล่อพักที่ใด เวลาขึ้นแสดงบนเวทีก็ขึ้นไปตามเวลาตรงเป๊ะแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีการแจกลายเซ็นให้แฟนเพลงเลย การติดต่อกับร็อคเกอร์หนุ่มต้องติดต่อผ่านผู้จัดการเท่านั้น สื่อมวลชนและแฟนเพลงไม่เคยเห็นร็อคเกอร์คนดังนอกจากเวลาขึ้นแสดงบนเวทีและเวลาที่นัดให้สัมภาษณ์เท่านั้น เวลาอื่นนอกจากนั้นช่างเป็นเรื่องลึกลับที่ยังไม่มีใครเข้าถึงเลยซักคน ยิ่งทำให้ร็อคเกอร์หนุ่มดังเปรี้ยงปร้างมากยิ่งขึ้น
“นะๆ จีเซลคนดี๊ คนดี นะๆๆๆ” จีอ่าน่าอ้อนวอนไม่หยุด
