Skip to content
ปกดวงใจไฟซาล

ดวงใจไฟซาล 6

Chapter 6 ได้งาน

“ถ้างั้นก็เรียกตำรวจมาเลยซิ เรื่องไรมาจับฉันแบบนี้ล่ะ” ไผ่หวานแหวใส่

“แล้วจะให้ผมเรียกตำรวจเปวาสหรือตำรวจไทยดีล่ะ หรือจะเรียกมาทั้ง 2 ประเทศเลยดีไหม” ไฟซาลย้อนถามเสียงแข็ง

“จะตำรวจไทยหรือเปวาสก็เรียกมาทั้ง 2 นั่นแหละ ฉันไม่ยอมให้คุณยัดข้อหาให้ฉันฝ่ายเดียวแน่” ไผ่หวานเสียงแข็งกลับเช่นกัน

ไฟซาลนึกชมในใจ แม่คนนี้ก็ฉลาดพอตัวทีเดียว

“ถ้างั้นคุณก็ควรจะรู้ไว้ก่อนที่จะเรียกตำรวจมานะว่าโทษฐานที่ทำร้ายกษัตริย์ของประเทศเปวาสคุณจะได้รับโทษสถานใด” เขาบอกเสียงเข้ม

ไผ่หวานชะงัก! “กษัตริย์เหรอ คุณคือกษัตริย์เหรอคะ”

“ใช่” ไฟซาลพยักหน้า “โทษฐานทำร้ายกษัตริย์ถ้าตามกฏหมายของประเทศเปวาสก็ประหารสถานเดียว แล้วตามกฎหมายประเทศคุณล่ะ ถ้าทำร้ายกษัตริย์มีโทษสถานใดล่ะหืม…” ไฟซาลย้อนถาม

ไผ่หวานโพล่งตอบ “ก็ประหารเหมือนกันนั่นแหละ แล้วยังอาจจะโดนรุมประชาทัณฑ์ด้วยแน่ๆ เพราะประเทศของฉันพวกเราคนไทยทุกคนรักกษัตริย์มาก”

“เรียกตำรวจไทยมาคุณก็มีโทษประหาร เรียกตำรวจเปวาสมาคุณก็มีโทษประหารอีก คุณยังจะให้ผมเรียกตำรวจมาอีกไหมคุณผู้หญิง” ไฟซาลถามเสียงเข้มพลางพยักเพยิดให้ดูกล้องวงจรปิด “ภาพจากกล้องนั่นก็เป็นหลักฐานอย่างดีว่าคุณทำร้ายผม ที่ผมจับคุณไว้ก็เพื่อป้องกันตัวเอง ทั้งหลักฐานทั้งพยานมีครบอย่างนี้คุณถูกประหารสถานเดียวแน่ๆ คุณผู้หญิง”

ไผ่หวานมองตามแล้วก็หน้าซีด ตายแน่ฉัน! ไม่น่ามีเรื่องกับเขาเลย ใครจะไปคิดล่ะว่าเขาเป็นกษัตริย์ของประเทศเปวาส เธอเหลือบมองเขาอย่างปลงๆ “จะจับฉันส่งตำรวจก็เอาซิ ฉันทำผิดจริงฉันก็กล้ารับผิด อย่างมากก็แค่ตาย แต่คุณปล่อยฉันก่อนได้ไหม ฉันไม่ชอบให้ใครมาถูกเนื้อตัวแบบนี้”

เธอบอกเสียงแข็งอย่างไม่พอใจที่ถูกกอดรัด

ไฟซาลทำหน้าประหลาดใจพร้อมกับชื่นชมในใจว่า ผู้หญิงคนนี้กล้าหาญดี เขาคลายอ้อมแขนออก

ไผ่หวานรีบผละออกห่างอย่างหวงเนื้อหวงตัว

ไฟซาลนึกในใจ หวงตัวซะด้วย เขาเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วก็พูดว่า “เชิญนั่ง”

ไผ่หวานมองตามแล้วก็เดินไปนั่งตรงข้ามกับเขา ก่อนจะนั่งลงเธอก็พูดว่า “แต๊งกิ้วยัวร์ไฮเนส”

ไฟซาลมองกริยาท่าทางอีกฝ่ายแล้วก็นึกในใจว่า ผู้หญิงคนนี้ได้รับการอบรมมาดี ถึงหน้าตาจะไม่สวยแต่กริยามารยาทเขาให้ผ่านฉลุย

ไผ่หวานยกมือไหว้เขา “ดิฉันต้องขอโทษด้วยที่ล่วงเกินท่าน ดิฉันยอมรับผิดทุกอย่างค่ะ”

ไฟซาลโบกมือ “ลืมมันไปซะเถอะ ที่ผมมานี่ก็จะมาถามคุณว่าคุณไม่มีพาสปอร์ตใช่ไหม”

ไผ่หวานพยักหน้า “เยสยัวร์ไฮเนส”

ไฟซาลนิ่งคิดตาก็จ้องคนตรงหน้า “ถ้าทำพาสปอร์ตของประเทศไทยต้องใช้เวลา 1 วันใช่ไหม”

“ค่ะ” ไผ่หวานพยักหน้า

“ถ้าไม่ทำเอกสารให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้พวกคุณคงเดินทางไปพร้อมกับผมไม่ได้แน่” ไฟซาลบอกอย่างครุ่นคิด

“ถ้าอย่างนั้นท่านก็มีทางเลือกแค่ 2 ทางเหมือนอย่างที่คุณเจ้าหน้าที่คนนั้นเสนอ คือหาคนใหม่ที่มีเอกสารครบหรือไม่ก็ให้พวกดิฉันเดินทางตามไปทีหลังค่ะ” ไผ่หวานบอก

ไฟซาลส่ายหน้า “ผมไม่หาคนใหม่แล้ว คุณรู้ไหมกว่าผมจะเลือกคนได้ผมเสียเวลาไปกี่วันแล้ว ต้องนั่งสัมภาษณ์มากี่คนแล้ว”

ไผ่หวานส่ายหน้า “ไม่ทราบค่ะ”

“แล้วผมก็ไม่ยอมเสียค่าตั๋วให้พวกคุณเดินทางตามไปทีหลังหรอกนะ มันสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ” ไฟซาลบอกเสียงเรียบ

ไผ่หวานนั่งฟังนิ่งเงียบ

“ผมมีทางเลือกที่ 3 นั่นก็คือออกพาสปอร์ตเปวาสให้พวกคุณ ซึ่งถ้าคุณยินยอมทางสถานทูตก็ทำพาสปอร์ตให้พวกคุณได้ภายในวันนี้เลย คุณคิดยังไง” ไฟซาลถามพร้อมกับจ้องตาสีน้ำตาลกลมโต

ไผ่หวานนิ่งคิด “คงต้องถามเพื่อนฉันก่อนล่ะค่ะว่าเขาจะว่ายังไงบ้าง ฉันตัดสินใจแทนเขาไม่ได้หรอกค่ะ”

ไฟซาลลุกพรวดเดินไปเปิดประตูแล้วสั่งบอดี้การ์ดว่า “เชิญมิสพินิจนันท์มาซิ”

บอดี้การ์ดทำหน้าแหยๆ “คือว่ามิสพินิจนันท์อยู่ที่ห้องทำงานของเจ้าชายซาคินครับ”

ไฟซาลงง “อ้าว…แล้วเธอไปทำอะไรที่นั่นล่ะ”

“คือว่าเธอพูดไม่ดีกับเจ้าชายซาคินครับ เจ้าชายก็เลยสั่งให้พาเธอไปที่ห้องทำงานครับ” บอดี้การ์ดอธิบาย

ไฟซาลถอนหายใจ พลางนึกในใจว่า นี่เขารับคนมาทำงานหรือรับคนมาสร้างปัญหากันแน่นะ ดูซิ ยังไม่ทันได้เริ่มงานเลยผู้หญิง 2 คนนี่ก็สร้างปัญหาจุกจิกให้เขาซะแล้ว

ไผ่หวานได้ยินที่พวกเขาพูดกัน เธอก็รีบลุกเดินไปยืนอยู่ข้างหลังว่าที่นายจ้าง

ไฟซาลส่ายหน้าถอนหายใจแล้วก็รีบเดินไปที่ห้องทำงานของน้องชาย

ไผ่หวานรีบตามไปอย่างเป็นห่วงเพื่อน บอดี้การ์ดก็รีบตามไปเช่นกัน

เมื่อไปถึงห้องทำงาน หน้าประตูห้องเจ้าหน้าที่สาวยืนเฝ้าอยู่ พอเห็นเจ้านายเดินมาเธอก็รีบหลีกทางให้

ไฟซาลผลักประตูเข้าไป

ซาคินสะดุ้งที่จู่ๆ ประตูก็เปิดออก เกือบจะต่อว่าไปแล้วเชียวว่าทำไมไม่เคาะประตูก่อน แต่พอเห็นว่าเป็นพี่ชายเขาก็ยิ้มให้ “อ้าว…พี่เองเหรอ”

พรพรรณสะดุ้งตกใจ ทั้งอายทั้งโกรธ อายที่ถูกคนอื่นเห็นสภาพอันน่าอับอาย โกรธคนต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องอับอาย

ซาคินคลายอ้อมแขนออก

พรพรรณลุกพรวดหันขวับไปตบหน้าคนชีกอ “ไอ้ลามก! เพี๊ยะ!”

“โอ๊ย!” หน้าหล่อหันตามแรงตบ แดงระเรื่อเป็นปื้น 5 นิ้ว

พรพรรณรีบวิ่งไปที่ประตู พอเห็นเพื่อนรัก เธอก็โผเข้ากอด “ไอ้ไผ่!”

ไผ่หวานทันเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็รีบกอดเพื่อนปลอบใจ “ไอ้พร!”

เธอจ้องหน้าคนที่รังแกเพื่อนเธอเขม็ง

ไฟซาลเดินเข้าไปหาน้องชาย จับคางดูรอยโดนตบพร้อมกับกระซิบว่า “นี่ขนาดผู้หญิงหน้าตาแบบนั้นนายยัง…”

เขาชะงัก! ไม่อยากพูดต่อให้เสียปาก

ซาคินรีบปฏิเสธ “ผมไม่ได้ทำอะไรเธอนะพี่แค่กอดเฉยๆ ก็เธอปากจัดซะขนาดนั้นผมก็เลยสั่งสอนนิดหน่อย”

ไฟซาลมองน้องตาดุแล้วก็หันไปมอง 2 สาว

“ไอ้ไผ่ ไอ้บ้านั่นมันรังแกฉัน” พรพรรณฟ้องเพื่อน

ไผ่หวานโกรธปรี๊ด! เธอดันเพื่อนให้หลบไปข้างหลัง แล้วก็ก้าวฉับๆ ไปต่อว่าคนที่กล้ารังแกเพื่อนของเธอ “นี่คุณ! อดอยากปากแห้งมาจากไหนมิทราบห๊า! ถึงได้กล้ามารังแกเพื่อนฉันแบบนี้น่ะห๊า! หน้าตาก็ดีก็น่าจะหาผู้หญิงได้ถมเถไป หรือว่าเป็นพวกเซ็กส์เสื่อมจนถูกทิ้งรึไงห๊า! เลยต้องมาระบายกับเพื่อนฉันน่ะ”

ทุกคนตะลึง! อึ้งกันไปหมด

ซาคินลุกพรวดหน้าชาที่ถูกด่า โดนด่าอะไรก็ไม่เจ็บแสบเท่าถูกด่าว่าเป็นพวกเซ็กส์เสื่อม

ไฟซาลกลัวว่าเรื่องราวจะลุกลามไปใหญ่ก็รีบห้ามน้อง “อย่านะซาคิน!”

ซาคินมองไผ่หวานเขม็ง เขาเหลือบมองพี่ชายแล้วก็เดินหน้าตึงออกจากห้องไป

“เดี๋ยวซิ! จะหนีไปไหนล่ะ!” ไผ่หวานเรียกอย่างเอาเรื่อง

ไฟซาลรีบรั้งแขนแม่คนหาเรื่องพลางปรามว่า “คุณใจเย็นก่อน”

ไผ่หวานหันขวับไปมองเขาตาวาว “ไม่เย็นแล้ว! นายนั่นรังแกเพื่อนฉันขนาดนี้คุณยังจะให้ฉันใจเย็นอีกรึไงห๊า!”

ไฟซาลบอกเสียงเย็น “เพื่อนคุณก็ตบน้องผมไปแล้ว ถือว่าหายกันได้ไหม หรือถ้าคุณยังไม่พอใจจะเรียกร้องค่าเสียหายเท่าไหร่ก็ว่ามา”

ไผ่หวานชะงัก! “นั่นน้องคุณเหรอ”

ไฟซาลพยักหน้ารับ

ไผ่หวานมองเขาเขม็ง “อ๋อ…มิน่า…”

ยังไม่ทันจะได้พูดต่อพรพรรณก็รีบพุ่งไปปิดปากเพื่อนตัวเองเอาไว้

“ไอ้ไผ่!” เธอดุเพื่อนแล้วก็หันไปยิ้มแหยๆ ให้ไฟซาล “ซอรี่ยัวร์ไฮเนส”

ไฟซาลพยักหน้าให้เธอ

ไผ่หวานดิ้นอึกอักดันมือเพื่อนออก “ไอ้พรแกมาปิดปากฉันทำไมย่ะ!”

เธอจ้องหน้าเพื่อนอย่างเคืองๆ “ทำไมห๊ะ…”

พูดได้เพียงเท่านั้นก็ถูกเพื่อนสนิทหอมแก้มฟอด!

ไผ่หวานหน้าแดงแปร๊ด!

ทุกคนตะลึง! อึ้งกันไปหมด

พรพรรณผละออกพร้อมกับถามว่า “เย็นได้ยังย่ะ”

เธอยิ้มใส่ตาเพื่อนสาว “ถ้าแกยังไม่เย็นฉันจะได้หอมอีก”

ไผ่หวานค้อนขวับๆ “ไอ้บ้า!”

พร้อมกับฟาดแขนเพื่อนเพี๊ยะ!

พรพรรณโถมเข้ากอดเพื่อนเอาใจ “โอ๋ๆๆๆ อย่าโกรธเค้าเลยนะตะเอง”

ไผ่หวานค้อนขวับๆ อย่างงอนๆ

ไฟซาลมองดูสอง 2 อย่างอึ้งๆ นี่ 2 คนนี้เป็นคู่รักเลสเบี้ยนกันรึไง

เหมือน 2 สาวจะไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลยสักนิดจนไฟซาลต้องแกล้งกระแอม “อะแฮ่มๆ”

ทั้ง 2 หันไปมอง พรพรรณรีบผละออกอย่างเขินๆ ส่วนไผ่หวานก็หน้าแดงเถือกอย่างอายสุดขีด

“คือว่าเรา 2 คนไม่ได้เป็นเลสเบี้ยนนะคะ” พรพรรณรีบบอก “คือเวลาเพื่อนฉันมันสติแตกทีไรมันกัดไม่เลือกอย่างนี้ทุกที ฉันก็เลยต้องใช้วิธีนี้ปราบมันอยู่เรื่อยค่ะ”

ไผ่หวานฟาดแขนเพื่อนเพี๊ยะ! อย่างเคืองๆ “ไอ้พร ฉันไม่ใช่หมานะย่ะ”

“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงย่ะ แกอ่ะมันหมาบ้ากัดไม่เลือก” พรพรรณหันไปหยอกเพื่อน

ไฟซาลได้แต่มองเฉย พวกเธอจะเป็นคู่รักเลสเบี้ยนก็ช่างไม่ใช่เรื่องของเขาสักหน่อย ขอแค่ทำงานดีก็พอ พอวกเข้าเรื่องทำงานเขาก็รีบบอกว่า “อ่อ…เชิญคุณสองคนไปคุยเรื่องงานที่ห้องรับแขก เชิญ”

บอกแล้วเขาก็เดินนำไป

2 สาวหันไปมองหน้ากันแล้วก็จูงมือกันเดินตามเขาไป

บอดี้การ์ดก็รีบตามไป

เมื่อถึงห้องรับแขก ไฟซาลก็นั่งที่โซฟาพร้อมกับบอกหญิงสาวทั้ง 2 ว่า “เชิญนั่ง”

ส่วนบอดี้การ์ดก็ยืนอารักขาตามหน้าที่

“แต๊งกิ้วยัวร์ไฮเนส” ทั้ง 2 พูดพร้อมกันแล้วก็เดินไปนั่งตรงข้ามกับว่าที่นายจ้าง

“เรื่องพาสปอร์ตผมคิดว่าจะให้ทางสถานทูตออกพาสปอร์ตเปวาสให้พวกคุณวันนี้เลย พวกคุณคิดยังไงถ้าจะใช้พาสปอร์ตของประเทศผม” ไฟซาลถามอย่างไม่อ้อมค้อม

“โอเคค่ะ” พรพรรณรีบตอบ

ไฟซาลพยักหน้าแล้วก็บอกว่า “ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้”

แล้วเขาก็หันไปสั่งบอดี้การ์ดว่า “เรียกเจ้าหน้าที่เข้ามาให้เขาจัดการตามนี้นะ”

“เยสเซอร์” บอดี้การ์ดรับคำสั่งแล้วก็เดินไปเรียกเจ้าหน้าที่

“ถ้างั้นผมขอตัวก่อน” ไฟซาลบอกกับว่าที่ลูกจ้างแล้วก็ลุกออกไป

2 สาวรีบลุกขึ้นยืนตามมารยาท

พรพรรณมองกษัตริย์ไฟซาลตาปรอยจนกระทั่งเขาเดินพ้นประตูไป แล้วเจ้าหน้าที่ก็เดินเข้ามาบอกว่า “เชิญทางนี้ค่ะ”

2 สาวเดินตามเจ้าหน้าที่ไปทำพาสปอร์ตพร้อมกับเซ็นสัญญาจ้างงาน

กว่าจะเสร็จเรื่องต่างๆ ก็ได้เวลาเลิกงานพอดี เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า “วันเดินทางพวกคุณต้องมาถึงที่นี่ก่อน 7 นาฬิกานะคะ”

“ค่ะ” 2 สาวรับคำพร้อมกัน แล้วเจ้าหน้าที่ก็เดินจากไป

“กลับกันเถอะ” ไผ่หวานบอก

“อื้อ” พรพรรณพยักหน้า “ต้องกลับไปจัดของอีกโดยเฉพาะชุดแปลงโฉมต้องเอาไปเยอะๆ หน่อย”

“ฉันว่าหาไรกินก่อนเถอะ มัวแต่ยุ่งๆ ข้าวกลางวันก็ยังไม่ได้กินเลย ฉันหิวจะแย่แล้วแก” ไผ่หวานบอก

“ฉันก็เหมือนกันหิวจนไม่มีแรงแล้ว” พรพรรณบอก

จากนั้นทั้ง 2 ก็เดินออกจากสถานทูตไปหาร้านอาหารแถวๆ นั้นนั่งกิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version