Skip to content
ปกศึกคีตกาล

ศึกชิงคีตกาล 1

ศึกชิงคีตกาล Scramble Ketakan

พระศิวะ VS อสูรตรีปุระ

Chapter 1 (18+)ฝันเสียวซ่าน

ใครกำลังกอดฉัน?

ใคร?

เธอยื่นมือไปสัมผัสตัวคนที่กอดเธอ

คุณคือใคร?

“อืม” เขาครางออกมาแผ่วเบา

ปาราวตี…

ปาราวตี…นึกให้ออกซิ

สัมผัสของมือใหญ่ลูบไล้ผิวของเธอ

แรงเร้าที่โหมใส่เธอ

ผิวสีทอง…ซ้อนอยู่บนผิวขาวผ่องของฉัน ร่างกายที่เบียดกระชับ…

อ้อมกอดร้อนแรง ลมหายใจร้อนผ่าว แรงกระตุ้นที่ถาโถมเข้าหา…

จนถึงกับขยับให้สอดคล้องกัน…

เขาโถมเข้ามาราวกับพายุ ปลุกเร้าฉันให้อารมณ์ลุกโชน…

อา…

“อ๊ะ!” คีตกาลสะดุ้งเฮือก ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง หันมองไปรอบๆห้องอย่างผวา เมื่อเห็นว่าห้องก็ยังเป็นห้องนอนในโรงแรมจึงคลายใจลง

ฝัน!

อีกแล้ว!

ฉันฝันแบบนี้อีกแล้ว!

เธอลุกออกจากเตียงไปเทน้ำลงแก้ว แล้วยกขึ้นดื่มให้จิตใจคลายความปั่นป่วน แล้วก็เดินไปเปิดผ้าม่าน

7 วันแล้ว นับตั้งแต่ที่มายังประเทศอินเดีย เธอฝันเหมือนเดิมทุกคืน ฝันว่าถูกชายคนหนึ่งกอด…

ในฝันราวกับจะเปิดเผยความกระหายในร่างกายตัวเองออกมา เธอถูกลูบไล้จนทำตัวไม่ถูก

เมื่อยกมือขึ้น สายตาก็ชะงักกับผ้าพันแผลที่ข้อมือ เธอมองผ้าพันแผลบนข้อมืออย่างเจ็บปวดใจ อาจารย์…

เธอคิดถึงอาจารย์ตรีปุระ อันยานัน ศาสตราจารย์หนุ่มหล่อด้านวรรณคดีของมหาวิทยาลัยที่เคยเรียน

3 ปีก่อน ตอนปลายฤดูฝนเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง เธอได้มาทัวร์อินเดียที่ถูกจัดขึ้นเพื่อสัมมนาทางวิชาการ เธอได้ไปเที่ยวสถานที่หลายแห่ง ทัชมาฮาล, ป้อมอักรา, ประตูอินเดีย, พระราชวังหลวง, พระราชวังสายลม, ป้อมปราการแอมเบอร์ฯลฯ

ศิวลึงค์ เธอเห็นศิวลึงค์ใหญ่โตก็มองด้วยความตื่นตะลึง เพราะไม่เคยเห็นของจริง เคยเห็นแต่ในรูปภาพทางอินเตอร์เน็ต

โอ…

“ศิวลึงค์เป็นสัญลักษณ์ของศาสนาฮินดู”

เธอหันไปมองคนพูด ก็เห็นอาจารย์ตรีปุระเดินเข้ามาใกล้ “อาจารย์ตรีปุระ…”

“ศาสนาฮินดูสักการะบูชาศิวะลึงค์ และเป็นศาสนาที่มีผู้คนนับถือมากในอินเดีย” ตรีปุระพูดคล้ายกำลังบรรยายอยู่ในคาบเรียน “การบูชาในฐานะเทพเจ้าก็เพื่อขอลูกหลานสืบสกุลและเพื่อความอุดมสมบูรณ์”

คีตกาลหน้าแดงระเรื่อน้อยๆ ตรีปุระเห็นก็ถามว่า “อายอะไรเหรอ?”

คีตกาลไม่ตอบ ได้แต่นิ่งเงียบหน้าแดงระเรื่ออยู่อย่างนั้น

“สิ่งที่ตั้งอยู่โดดเด่นนี้ กับหญิงที่กราบไหว้บูชา นี่แหละสภาพที่แท้จริงของมนุษย์ล่ะ” ตรีปุระ ขยับเข้าไปใกล้คีตกาลจนแทบชิด พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มข้างริมหูว่า “สภาพที่เป็นธรรมชาติที่สุดของมนุษย์”

คีตกาลรู้สึกปั่นป่วนหัวใจ มีบางสิ่งปั่นป่วนอยู่ในตัว ลมหายใจร้อนผ่าวปัดผ่านข้างหู…ทำให้ชีพจรเธอเต้นแรง พลัน! ก็รู้สึกเหมือนมีแขนโอบอยู่ข้างเอว ไอร้อนจากแขนข้างนั้นทำให้รู้สึกปั่นป่วนในตัวอย่างประหลาด

ครั้นกระพริบตา ก็พบว่าตัวเองยืนอยู่คนเดียว คนอื่นๆเดินไปทางอื่นกันหมดแล้ว เธอจึงรีบเดินตามไป

ตรีปุระลอบยิ้มเล็กน้อย แล้วก็หันไปตอบคำถามของนักศึกษาสาวคนหนึ่ง

เมื่อกลับถึงห้องพัก ศีตากาลก็อาบน้ำเข้านอน คืนนั้นเธอก็เห็นว่า อาจารย์ตรีปุระเข้ามากอดเธอ…

เธอยืนเปลือยเปล่า อาจารย์ตรีปุระแนบชิดกับเรือนร่างของเธอจนแนบสนิท เขาจับหน้าอกอันอวบอัดล้นไม้ล้นมือคลึงเค้นไปมา เธอชอบเขามานานแล้ว ด้วยความที่เขาหล่อเหลาหุ่นดีชนิดนายแบบยังชิดซ้าย ที่มหาวิทยาลัยเขาป๊อปฯมากในหมู่นักศึกษาสาว แต่ว่าเขามีภรรยาแล้ว เป็นคนที่เธอได้แต่แอบชอบ เพ้อฝันเหมือนเด็กสาวบ้าดาราเท่านั้น เธอเตือนใจตัวเองเสมอว่าไม่ควรคิดกับเขาเกินกว่า ‘มโน’

ทั้งๆที่ควรจะห้ามใจตัวเอง แต่พอถูกเขากอด ก็อ่อนระทวยมือไม้ไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา เขาซุกไซ้ต้นคอขาวผ่อง โอบรัดเธอไว้ อ้อมมือไปสัมผัสอกอวบข้างหนึ่งคลึงเค้นปลุกเร้าอารมณ์ อีกมือก็เลื่อนไปสัมผัสกับกลีบดอกไม้กลางลำตัว

นิ้วเขาแหวกกลีบนุ่มลงไป แตะสัมผัสกับเกสรข้างในจนเธอเสียวซ่านไปหมดทั้งร่าง สมองไร้ความคิดอ่านไปชั่วขณะ ดอกไม้ของเธอชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหวานจนเยิ้มเต็มมือเขาไปหมด

เธอควรจะห้ามเขา แต่ตอนนั้นเธอถูกปลุกเร้าจนสุดจะห้ามใจได้ นิ้วเขาแยงเข้าออกในร่องจนเธอคราง “อา…”

บางครั้งปลายนิ้วก็เลื่อนมาถูไถเกสรจนเธอเสียวสุดๆ “ซี๊ดดดด…”

เขาจับมือเธอไปจับแก่นกายของเขา เธอสะดุ้ง! “อ๊ะ!”

“นี่ไงล่ะ ของๆเธอ มันเป็นของเธอ”

“โอ…”

แล้วเขาก็ขยับแก่นกายเข้ามาในตัวเธอ เธอตะลึงพรึงเพริดไปเมื่อถูกเขาสอดแทรกแก่นกายเข้ามา เธอเสียวซ่านไปทั้งตัวเนื้อตัวสั่นสะท้านจนหยุดไม่อยู่ เขาขยับเข้าๆออกๆอยู่ในตัวเธอ

“คีตกาล อา…คีตกาล” เขาครางเรียกอย่างเสียวแก่นกาย

“อาจารย์…”

เธอจมจ่อมอยู่ในความเสียวซ่านหฤหรรษ์ที่เขามอบให้จนเธอเสร็จครั้งแล้วครั้งเล่า

ครั้นลืมตาตื่นก็พบว่าเป็นเพียงความฝันเท่านั้น

จากนั้นมา เธอก็ฝันเช่นนี้ทุกค่ำคืน เธอฝันซ้ำๆอยู่อย่างนี้ไม่ว่างเว้น ส่วนในความเป็นจริงอาจารย์ตรีปุระก็พยายามจะชวนเธอไปไหนต่อไหนด้วยตลอด เข้ามาสนิทชิดเชื้อกับกลุ่มเพื่อนๆของเธอ พยายามจะเข้ามาใกล้ชิดเธอ

ครั้งหนึ่งในห้องสมุด ขณะที่เธอกำลังหาหนังสือวรรณคดีมาทำรายงาน เผอิญหนังสือเล่มที่เธอต้องการก็อยู่ซะสูงเกินเอื้อม กำลังพยายามเขย่งหยิบก็ยังไม่ถึง แล้วจู่ๆก็รู้สึกว่ามีคนมายืนซ้อนอยู่ข้างหลัง ยื่นมือไปหยิบหนังสือให้ เธอหันไปมองก็พบว่าเป็นอาจารย์ตรีปุระสุดฮอตนั่นเอง ตัวเขาแนบชิดกับแผ่นหลังของเธอจนรู้สึกถึงไอร้อนผ่าวๆจากเรือนกายล่ำๆ ชวนให้ใจเต้นปั่นป่วนแปลกๆ เธอยืนนิ่งไม่กล้าขยับตัวเพราะกลัวจะไปถูกเนื้อต้องตัวเขาเข้า หากใครมาเห็นคงได้เอาไปเม้าส์กันสนุกปาก

ช่วงเวลานั้นเธอรู้สึกเหมือนเนิ่นนานปานเวลาหยุดนิ่ง เขาไม่ขยับออกไปสักที นิ้วก็แตะสันหนังสืออยู่อย่างนั้น จะหยิบก็ไม่หยิบจนเธอต้องส่งเสียงเรียก “อาจารย์คะ”

“ครับ” เขาขานรับเสียงนุ่มทุ้มชวนให้อยากซบอกถูไถประดุจแมวออดอ้อนทาส

เธอปรายตาบอก “อาจารย์ช่วยเขยิบไปหน่อยได้ไหมคะ?”

เขากลับเขยิบแนบชิดเข้ามาจนรู้สึกได้ว่าก้นอวบๆของเธอสัมผัสกับต้นขาของเขา

“อาจารย์ คีหมายถึงให้อาจารย์เขยิบออกไป ไม่ใช่เขยิบเข้ามา!” เธอบอกน้ำเสียงดุๆ

นิ้วเรียวยาวก็จับหมับ! คีบหนังสือดึงออกมา พร้อมกับตัวเขาเขยิบถอยออกไป

คีตกาลรีบสไลด์ขาไปด้านข้าง ก้าวออกไปให้พ้นสภาพล่อแหลมชวนวาบหวิว หมุนตัวไปเผชิญหน้ากับเขา

เขาหยิบหนังสือลงมาแล้วก็ดูหน้าปก “ตรีมูรติ” สายตาคมก็ก้มมองนักศึกษาสาว “ทำรายงานเรื่องนี้เหรอ?”

“ค่ะ” คีตกาลพยักหน้ารับ

เขายิ้มให้ จนคีตกาลรู้สึกคล้ายหลงวนอยู่ในวังวนแห่งรอยยิ้มพิฆาตใจนั่น เธอสะบัดๆศีรษะตั้งสติแล้วก็พูดว่า “หนังสือค่ะ” สายตาก็มองหนังสือที่อยู่ในมือเขา

ตรีปุระปรายตามองหนังสือแล้วก็ยื่นส่งให้ คีตกาลรีบรับหนังสือมา “ขอบคุณค่ะ” แล้วก็รีบเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะซึ่งเพื่อนๆนั่งกันอยู่

ตรีปุระยิ้มเล็กน้อย แววตามาดหมายอย่างที่ตัวเขารู้อยู่คนเดียว คีตกาลเจ้าเป็นของข้า

เมื่อคีตกาลกลับถึงห้องพักซึ่งเป็นคอนโดระดับล่างพื้นที่ขนาด 25 ต.ร.ม.ที่พ่อแม่ซื้อ(ผ่อน)ให้ไว้ให้พักอยู่ใกล้ๆกับมหาวิทยาลัย เธออาบน้ำเสร็จก็ทำนู้นนี่ตามปกติ แล้วจึงเข้านอน เธอนอนโดยไม่ใส่เสื้อผ้าสักชิ้นด้วยเหตุผลที่ว่า เมื่อก่อนเคยใส่ แต่หลังกลับจากทัวร์อินเดียแล้วตื่นเช้ามาเสื้อผ้าที่ใส่เข้านอนเป็นต้องถูกถอดจนเธอตัวเปลือยล่อนจ้อนทุกที จะมีใครถอดล่ะถ้าไม่ใช่เธอละเมอลุกขึ้นมาถอดเองน่ะ

จนเดี๋ยวนี้เธอชักติดนอนไม่ใส่เสื้อผ้าซะแล้ว ครั้นหลับตาลงสักพัก เธอก็รู้สึกถึงไออุ่นที่โอบกอดรอบตัว เธอลืมตาขึ้นก็เห็นใบหน้าคุ้นเคยของอาจารย์ตรีปุระขยับเข้ามาจูบปาก เธออ้าปากให้เขาสอดลิ้นเข้ามา

ลิ้นต่อลิ้นพัวพันกันไปมา เธอรู้สึกถึงน้ำหนักมือที่คลึงเค้นอกอวบ คลึงบี้ยอดอกสีชมพูระเรื่อที่ไม่เคยต้องมือชาย เรือนกายก็เบียดเสียดถูไถกับร่างนุ่มๆขาวผ่อง

เขาจูบเนิ่นนานแล้วก็ผละออก เลื่อนใบหน้าลงไปซุกไซร้ลำคอขาวผ่อง

“อา…อาจารย์ คีเสียว…”

เขาขบผิวเนื้อขาวผ่องเบาๆ ยิ่งทำให้คีตกาลเสียวซ่านมากขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆเลื่อนลงไปคลุกเคล้าอยู่กับสองเต้าอวบอิ่ม เลื่อนปากไปครอบครองยอดอกข้างหนึ่ง มืออีกข้างก็คลึงอกอีกข้าง อีกมือก็เลื่อนลงไปหาดอกไม้กลางตัว สอดนิ้วเข้าไปเขี่ยเกสร จนเกสรแข็งสู้นิ้ว น้ำหวานเริ่มเยิ้ม

ฝ่ามือใหญ่ตะปบบนดอกไม้งาม ปลายนิ้วคลึงบีบสร้างความหฤหรรษ์ นิ้วชี้ก็กระดิกเขี่ยเกสรจนคีตกาลครวญคราง “อาจารย์…อูยยยย…”

สองขากางแบะออกให้นิ้วซุกซนได้ละเลงเต็มที่

“ซี๊ดดดด…”

ยิ่งนิ้วกระดิกระรัว คีตกาลก็ยิ่งเสียวจนแทบเสร็จ

พลัน! นิ้วก็แทรกลงไปในรู “อู๊ว…” คีตกาลห่อปากคราง

นิ้วยาวชักเข้าชักออกจนมีเสียงเจาะแจะๆ น้ำหวานเปียกชุ่มเต็มนิ้วจนเสียงเจาะแจะยิ่งดังชัดถนัดหู คีตกาลอ้าขาถ่างมากยิ่งขึ้น ให้นิ้วยาวทำการได้สะดวก “อาจารย์ คีเสียว…”

ยิ่งเธอคราง นิ้วยาวก็ยิ่งชักเข้าชักออกรัวเร็ว “อ๊าาาาา…” เธอเสร็จจนสั่นระริกๆ สมองโล่งไปหมด

เธอยังไม่ทันจะคิดอะไร ริมฝีปากร้อนๆก็ผละจากยอดอกเลื่อนลงไปตามหน้าท้องแบนๆไร้ไขมัน ปลายลิ้นวนเวียนหยอกเย้ากับสะดือครู่หนึ่งแล้วก็เลื่อนต่ำลงไปอีก

มืออุ่นๆจับต้นขากลมกลึงแบะอ้า แล้วก็ฝังริมฝีปากประกบกับดอกไม้กลางลำตัว ตวัดลิ้นเลียน้ำหวานดูดกินอย่างหิวกระหาย “อ๊า…อาจารย์ คีเสียวมากค่ะ”

ยิ่งเธอร้องคราง ลิ้นอุ่นๆก็ยิ่งระรัวใส่เกสร กลีบดอกไม้ของเธอไม่มีขนหยาบปกคลุมเหมือนของคนอื่นๆ จึงดูสะอาดน่าเลียเป็นที่สุด

คีตกาลเสียวซ่านจนน้ำหวานไหลเยิ้ม แต่ก็ถูกลิ้นร้อนๆเลียกลืนกินจนคล้ายกับยิ่งกินยิ่งหลงไหลคลั่งใคล้ กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มไม่พอ กินแล้วก็อยากกินอีก

ปลายลิ้นร้อนๆจึงยิ่งระรัวใส่เกสร หมายมั่นปั้นมือให้ดอกไม้งามหลั่งน้ำหวานออกมาให้ดื่มกิน

“อ๊า…คีเสียว…”

ริมฝีปากอุ่นร้อนประกบกับดอกไม้งามแนบแน่น ส่งลิ้นแยงเข้าไปในรู หมายดูดน้ำหวานข้างในให้เหือดแห้ง

คีตกาลรู้สึกเหมือนลิ้นเขาแยงเข้าแยงออกในรูตัวเองจนเสียวสยิวไปทั้งตัว คล้ายๆลิ้นเขาจะยาวพอๆกับนิ้วเลยเชียว แยงเข้าแยงออกจนเธอเสร็จอีกครั้ง “อ๊าาาาา…”

ร่องรูตอดรัดลิ้นเขาแน่นจนเขาแทบชักลิ้นไม่ออก นี่ถ้าแก่นกายได้เข้าไปข้างในคงเสียวจนเสร็จเลยล่ะมั้ง จนร่องคลายตัวเขาจึงชักลิ้นออกมา แล้วขยับตัวยันขึ้น จับแก่นกายสอดเข้าไปในร่องนุ่ม

แก่นกายใหญ่แทรกกลีบนุ่มจนคีตกาลรู้สึกแน่นตึงไปหมด ความเสียวซ่านยังไม่ทันจางหาย ความเสียวระลอกใหม่ก็พุ่งขึ้นมา “ซี๊ดดดด…อาจารย์…คีเสียวจะตายแล้ว…”

เขาขยับชักออกช้าๆ

คีตกาลเสียววาบจนต้องผวากอดเขาไว้ “อาจารย์…คีเสียว”

เขากดเข้าไปใหม่ช้าๆ

“ซี๊ดดดด…” คีตกาลครางออกมา อ้าขารัดรอบเอวเขา

เขากดเข้าไปจนสุด คีตกาลรู้สึกเหมือนมันสอดเข้าไปถึงมดลูก เธอได้แต่คิดว่า ทั้งยาวทั้งใหญ่จริงๆ อูยยยย แบบนี้จะหาผัวใหม่คงต้องให้ได้ยาวใหญ่กว่านี้ล่ะมั้ง

ตรีปุระหน้าทะมึนทันที “เจ้ายังจะคิดหาผัวใหม่อีกรึคีตกาล!” แล้วเขาก็กระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงด้วยความโมโห

“อ้า! อาจารย์ คีเจ็บ” คีตกาลร้องออกมา

“เจ้ากล้าคิดหาผัวใหม่ ข้าจะกระแทกร่องเจ้าให้แหกเยินไปเลย ดูซิ ใครมันจะเอาเจ้าอีก!” ตรีปุระเข่นเขี้ยวเสียงต่ำ กระหน่ำใส่ร่องนุ่มอย่างไร้ความปราณี

“อาจารย์ คีเจ็บ เบาๆซิคะ” คีตกาลเอาสองมือยันหน้าท้องเขาไว้ หน้าสวยเหยเกอย่างเจ็บปวด

“เจ็บซิดี เจ้าจะได้ไม่กล้าคิดหาผัวใหม่อีก” ตรีปุระเข่นเขี้ยวเสียงต่ำ กระแทกใส่ร่องนุ่มรุนแรง

ปั๊บ ปั๊บ ปั๊บ…

“อาจารย์ คีเจ็บ” คีตกาลร้อง สองมือยันไว้แต่ก็เหมือนไร้ผล เขายังคงกระหน่ำใส่เธอจนเธอเจ็บร่องไปหมด รู้สึกเหมือนของเขามันจะขยายใหญ่ขึ้นอีกจนเธอจุกแน่นไปหมด “อาจารย์ คีเจ็บจริงๆนะคะ อึก…” เธอเริ่มร้องไห้ออกมา

เขาหยุดชะงัก “เจ็บมากหรือ?”

คีตกาลพยักหน้า “อึก…อึก…”

เขาเลื่อนมือมาปาดน้ำตาออก “เจ้าอย่าได้คิดเช่นนั้นอีก เจ้าเป็นของข้า ของข้าคนเดียว จำเอาไว้ให้ดีล่ะคีตกาล”

“อาจารย์ใจร้าย อึก…” คีตกาลต่อว่าปนร้องไห้

ตรีปุระขยับเข้าไปจูบซับน้ำตา “ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง ข้าโกรธจนลืมตัวไป ทำเจ้าเจ็บมากหรือ?”

“อึก…อึก…” คีตกาลพยักหน้า

“ไหนดูซิ เจ้ายังเจ็บอยู่หรือไม่?” เขาพูดแล้วก็ขยับตัวออกช้าๆ จนแก่นกายครูดกับผิวเนื้อนุ่มนิ่ม

“อี๊…” คีตกาลห่อปากครางทั้งเจ็บทั้งเสียว

เขาดันตัวกลับเข้าไป

“อู้…” คีตกาลห่อปาก เสียวซ่านไปหมด

เขาขยับตัวออกเชื่องช้า

“อูยยยย…”

แล้วก็ดันกลับเข้าไปอีก

คีตกาลเริ่มลืมความเจ็บ ห่อปากครางด้วยความเสียวปนเจ็บเล็กๆ

เขาขยับเข้าออกช้าๆอยู่พักใหญ่ จนมือเล็กจับสะโพกเขาขยับดันเข้าผลักออกเร่งจังหวะ เขาจึงค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นทีละน้อยๆ จนได้ยินเสียงคราง “ซี๊ดดดด…”

เขาจึงเร่งความเร็วจนเกิดเสียง ตับ ตับ ตับ…

“อาจารย์ คีเสียว…ซี๊ดดดด…”

เขายิ่งเร่งความเร็วขึ้นอีก ตับ ตับ ตับ…

“อ๊าาาาา…” คีตกาลครางเสร็จ ตัวสั่นระริกไปทั้งร่าง ร่องรัดแน่นจนเขาขยับตัวไม่ได้ ถูกบีบรัดจนเสียวไปหมด จนเขาเสร็จตามไปด้วย “อู้วววว…”

ครั้นเสร็จแล้ว เขาก็นอนทับเธออยู่อย่างนั้น

คีตกาลเสร็จแล้วก็รู้สึกง่วงนอนขึ้นมาทันที เธอจึงหลับตาลงอย่างอ่อนล้า

ตรีปุระขยับจูบหน้าผากอย่างรักใคร่

คีตกาลสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกหนาว เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นว่าตัวเองถีบผ้าห่มออกไปจนนอนตัวเปลือยๆตากแอร์ ยังจำความฝันได้จนติดอยู่ในความรู้สึก เธอได้แต่ถอนหายใจกับตัวเองที่ ‘มโน’ มากไปจนเก็บเอาอาจารย์มาทำผัวได้ทุกค่ำคืน เฮ้อ…เห็นทีคงต้องหาอะไรทำให้มากขึ้นจะได้เลิกฟุ้งซ่านเสียที

ครั้นตื่นเช้าไปมหาวิทยาลัย เธอก็ทำทุกอย่างเหมือนเช่นปกติดังเดิม

เหตุการณ์วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา เช้าไปเรียน ตกเย็นชวนเพื่อนไปกินข้าว ค่ำกลับห้อง นอน ในฝันก็ซั่มกับอาจารย์อย่างเมามัน วันหยุดก็ชวนเพื่อนไปกินข้าว ดูหนัง เดินห้าง เป็นเช่นนี้จนกระทั่งเรียนจบ

แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ขณะเธอกลับจากสอบสัมภาษณ์งาน ก็เจอกับอาจารย์ตรีปุระโดยบังเอิญ ซึ่งอาจารย์เข้ามาทักทายเธออย่างเป็นกันเอง “อ้าว…คีตกาล มาทำอะไรแถวนี้เหรอ?”

“มาสมัครงานค่ะ” เธอตอบพร้อมกับยกมือไหว้

“อ่อ” เขาพยักหน้ารับรู้แล้วก็พูดว่า “เออ จริงซิ คุณสนิทกับอุมาพรนี่น่า ช่วงนี้ยังเจออุมาพรอยู่ไหม?”

“เจอค่ะ วันนี้ก็นัดกันไว้ตอนเย็นค่ะ อาจารย์มีอะไรเหรอคะ?”

“ผมจะฝากหนังสือไปให้อุมาพรหน่อยนะ”

“อ่อ” คีตกาลพยักหน้ารับรู้ “ได้ค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวตามผมไปเอาหนังสือล่ะกัน” ตรีปุระบอก “คอนโดผมอยู่ตรงนี้เอง” เขาชี้มือไปที่อาคารติดๆกัน

คีตกาลมองตามแล้วพยักหน้า “ค่ะ”

ตรีปุระจึงหมุนตัวเดินไป

คีตกาลเดินข้างๆ เว้นระยะห่างพอประมาณ ให้ดูไม่น่าเกลียดและไม่ห่างเหินเกินไป

“เป็นยังไงมั่งหลังเรียนจบแล้ว?” ตรีปุระชวนคุย

“ก็ดีค่ะ แต่รู้สึกเหงาๆหน่อย ทุกทีเจอเพื่อนเยอะแยะทุกวัน พอจบแล้วไม่ค่อยได้เจอกันเลย”

“เดี๋ยวก็ชิน” เขายิ้มให้

คีตกาลมองรอยยิ้มอบอุ่นกระชากใจ แล้วก็หลุบตาลงมองพื้นทางเดิน เพราะไม่อยากเก็บเอาอาจารย์ไป ‘มโน’ อีก ท่องไว้ไอ้คี เขามีภรรยาแล้ว ท่องไว้ๆ

ตรีปุระหุบยิ้มฉับ! ครั้นคีตกาลเงยหน้ามามองเขาก็รีบยิ้มให้

จนถึงคอนโด คีตกาลก็รีบบอกว่า “คีนั่งรออยู่ตรงนี้ล่ะกัน” นิ้วก็ชี้ไปทางร้านคอฟฟี่ช็อปในอาคารด้านล่างของคอนโดแห่งนี้

“ขึ้นไปเอาข้างบนเถอะ พอดีผมเจ็บขาเลยไม่อยากเดินลงมาแล้ว” ตรีปุระบอกพลางชี้ขาข้างซ้าย

“อ้าว…อาจารย์ไปทำอะไรมาคะ?”

“ตกบันไดน่ะ”

“อ่อ งั้นก็ได้ค่ะ” คีตกาลพยักหน้า

ตรีปุระยิ้มอบอุ่นให้แล้วก็เดินไปทางลิฟท์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version