วันที่เริ่มเขียน 16 กันยายน 2569
แกะน้อยของยามาโตะ
Chapter 1 (18+)แอบเข้าห้อง
นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจากเรื่อง เป็นนายกฯ ทำไมยากอย่างนี้วะ อ่านให้ฟินควรอ่านเรื่อง เป็นนายกฯ ทำไมยากอย่างนี้วะ ก่อนนะคะ
หลังกลับจากงานแต่งงานของพี่อากิโอะแล้ว ซึบาสะก็เข้าห้องนอนไป เขายืนส่องกระจกมองดูเส้นผมสั้นๆ ตรงที่ถูกโกนออกเพื่อผ่าตัดเอาหัวกระสุนปืนออก โชคดีที่ตอนนั้นกระสุนแฉลบไป ไม่ได้เข้าตรงๆ เขาจึงยังไม่ตาย แต่กะโหลกเขาก็มีรอยร้าวนิดหนึ่งจากแรงกระแทกของหัวกระสุน เขามองๆ รอยผ่าตัดแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป เขาถอดชุดสูทออกแขวนเอาไว้แล้วเดินไปเปิดน้ำร้อนใส่อ่าง จากนั้นก็เข้าไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำ เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จแล้วออกไปที่อ่าง น้ำในอ่างเกือบเต็มอ่างแล้ว เขาปิดน้ำร้อนแล้วลงนอนแช่น้ำ ความสัมพันธ์ของเขากับตระกูลเอบะยังไม่สนิทสนมกัน กับคุณพ่อ ยังมีช่องว่างต่อกันใหญ่มาก กับพวกญาติๆ ยิ่งแล้วใหญ่ เหมือนคนแปลกหน้าเลยทีเดียว คนเดียวที่เขาสนิทด้วยก็คือพี่อากิโอะ
ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล เขาก็เริ่มออกกำลังกายจริงๆ จังๆ ตอนนี้เขาเริ่มมีกล้ามท้องนิดหนึ่งแล้ว แขนขาก็มีกล้ามขึ้นมาหน่อย เขาพอใจกับรูปร่างตัวเองในตอนนี้ มันดูเป็นผู้ชายมากขึ้นนิดหนึ่ง แต่ก็ยังผอมมากอยู่ดี เขานอนแช่น้ำจนน้ำเริ่มเย็นเขาจึงลุกออกจากอ่างเช็ดตัวแล้วใส่ชุดนอน จากนั้นเขาก็ไปนอนที่เตียง ไม่นานนักเขาก็หลับไป
ยามาโตะฉวยจังหวะที่เจสันไปเข้าห้องน้ำ เขารีบเปิดประตูห้องนอนแล้วเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว เขาเดินผ่านห้องนั่งเล่น ตรงไปที่ประตูห้องนอน เขาเปิดประตูเข้าไปเห็นซึบาสะหลับอยู่บนเตียง เขาจึงเอาเชือกที่เตรียมมาค่อยๆ มัดข้อมือทั้งสองข้างของซึบาสะเอาไว้ ซึบาสะสะลึมสะลือลืมตาขึ้น ยามาโตะก็รีบขึ้นคร่อมตัวซึบาสะเอาไว้ แล้วใช้มือปิดปากซึบาสะ ซึบาสะดิ้นพลางร้อง “ชะ…อื้อ!”
“อย่าดิ้น” ยามาโตะบอกน้ำเสียงอ่อนโยน ซึบาสะหันหน้าหนีมือเขา ยามาโตะจึงก้มลงไปเอามือออกแล้วใช้ริมฝีปากปิดปากซึบาสะแทน ซึบาสะตกใจ “อื้อ!”
เขาเม้มปากแน่น ยามาโตะล้วงเข้าไปในเสื้อนอน ลูบหัวนมเบาๆ ซึบาสะขนลุกซู่!
“สัญญาก่อนว่าจะไม่ร้อง แล้วผมจะไม่ทำอะไรมากกว่าจูบกับกอด” ยามาโตะบอก ซึบาสะพยักหน้าหงึกๆ อย่างน้อยคำพูดของยามาโตะก็เชื่อถือได้ ที่ผ่านมา นอกจากฉวยโอกาสจูบนิดๆ หน่อยๆ กับกอด เขาก็ยังไม่เคยทำอะไรมากกว่านี้ ยามาโตะจึงผละออกแล้วเอาเทปที่เตรียมเอาไว้ปิดปากซึบาสะ ซึบาสะหน้างอ ต้องขนาดนี้เลยเหรอ?
ยามาโตะมองดูซึบาสะอย่างพอใจ เขาเลื่อนมือไปแกะกระดุมเสื้อนอนออก ผิวขาวผ่องสะท้อนแสงไฟที่เปิดไว้สลัวๆ ยามาโตะก้มลงไปดูดหัวนม ซึบาสะขนลุกซู่ “อื้อ!”
เขาดิ้นๆ ถีบขาไปมา ยามาโตะเลียหัวนมไปมาบางครั้งก็ดูดเบาๆ บางครั้งก็ใช้ฟันขบกัดเบาๆ ซึบาสะเสียวจนขนลุกชัน เขาส่งเสียงอยู่ในลำคอ “อื้อ…อื้อ…”
ยามาโตะเลียหัวนมข้างนี้จนมันแข็งเป็นไต เขาก็ใช้มือลูบๆ หัวนมอีกข้างหนึ่ง ซึบาสะเสียวจนแท่งหยกค่อยๆ แข็งขึงขึ้นมา ยามาโตะย้ายไปดูดหัวนมอีกข้างหนึ่ง นิ้วมือก็ลูบๆ หัวนมอีกข้าง ซึบาสะเสียวจนส่งเสียง “อื้อ…อื้อ…”
ยามาโตะดูดจนพอใจแล้วก็ผละออก เอาขนนกที่เตรียมไว้ ไล้ไปตามเนื้อตัวของซึบาสะ ซึบาสะจักจี้ปนเสียวสยิว “อื้อออ…”
ยามาโตะดึงเสื้อนอนเปิดออก ใช้ขนนกไล้ไปทั่วๆ ซึบาสะดิ้นยึกๆ ยักๆ “อื้ออออ…”
“นี่คือบทลงโทษที่คุณแลกเบอร์กับยัยรักแรกของคุณ” ยามาโตะบอกน้ำเสียงปนหึงหวง ซึบาสะด่าในใจ ‘ผมจะแลกเบอร์กับใครมันก็เรื่องของผม! คุณไม่มีสิทธิ์ห้ามผม!’
“หึ! เด็กดื้อต้องถูกลงโทษ” ยามาโตะแค่นเสียงพลางใช้ขนนกไล้ไปทั่วๆ ซึบาสะทั้งจักจี้ปนเสียวสยิว เขาดิ้นยึกๆ ยักๆ “อื้ออออ…”
พอแล้ว! พอได้แล้ว! เลิกเล่นซะที! เขาส่งเสียงพูดแต่เสียงที่ดังออกมามีเพียงเสียง “อื้อๆ”
“หึๆๆ…” ยามาโตะหัวเราะเบาๆ สีหน้ามีความสุขที่ได้แกล้งแกะน้อย ภาพแบบนี้เขาคิดฝันนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว วันนี้มีโอกาสเสียทีเขาจึงคิดจะแกล้งแกะน้อยให้มากๆ หน่อย และตั้งแต่เขาถูกยิง แกะน้อยก็ดูเหมือนจะเปิดใจให้เขามากขึ้น เมื่อก่อนเขาจับมือก็ถูกสะบัดออก เดี๋ยวนี้เขาจับมือ แกะน้อยก็ยอมให้จับพักหนึ่ง ถ้าเขารู้ว่าเจ็บตัวแล้วจะทำให้แกะน้อยเปิดใจ เขาคงเล่นบทฮีโร่ช่วยหนุ่มรูปงามไปนานแล้ว เขาวางขนนกลงแล้วจับขอบกางเกงนอนดึงลง ซึบาสะดิ้นๆ “อื้อ! อื้อ!”
ยามาโตะดึงกางเกงนอนลงพร้อมกับกางเกงใน ทำให้ท่อนล่างเปลือยเปล่าอวดโชว์เขา ซึบาสะยิ่งดิ้นขัดขืน “อื้อ! อื้อ! อื้อ!”
“น่า ไม่ทำมากกว่าจูบหรอก” ยามาโตะบอก ซึบาสะด่าในใจ ‘ไอ้โรคจิต! ผมไม่เชื่อคุณหรอก!’
แล้วเขาก็ด่าตัวเอง เขาควรจะล็อคประตู แต่นี่เขากลับประมาทเอง เขาเห็นว่ามีบอดี้การ์ดเฝ้าอยู่หน้าห้องแล้ว เขาเลยวางใจไม่ได้ล็อคประตูห้อง เขาพลาดไปแล้ว! พลาดอย่างแรงเลย! พลาดอย่างไม่น่าให้อภัยเลย!
“ดูแท่งหยกของคุณซิ มันกำลังตื่น” ยามาโตะพูดพลางยื่นมือไปจับแท่งหยกที่กึ่งๆ แข็งตัว ซึบาสะรีบหนีบขาเข้าหากัน ยามาโตะจึงจับขาซึบาสะแล้วออกแรงถ่างออก “กางขาดีๆ”
ไม่! “อื้อ!” ซึบาสะต่อต้านสุดชีวิต แต่ว่าเขาก็สู้แรงยามาโตะไม่ได้ ขาเขาถูกดึงกางออก ยามาโตะจ้องมองแท่งหยกอย่างพึงพอใจ เขาขยับตัวเข้าแทรกกลางหว่างขา ใช้มือหนึ่งกดต้นขาซึบาสะไว้ อีกมือก็จับแท่งหยกหยอกเย้าเบาๆ
อย่า! ซึบาสะร้อง แต่เสียงที่เปล่งออกไปมีแค่เสียง “อื้ออออ—”
ยามาโตะหยิบขนนกขึ้นมา ใช้ขนนกไล้แท่งหยกเบาๆ ซึบาสะจักจี้ปนสยิว “อื้ออออ—”
แท่งหยกถูกขนนกไล้ไปไล้มาก็ค่อยๆ เหยียดขยายตื่นตัว ยามาโตะมองอย่างพอใจมาก เขาเลื่อนขนนกไปไล้ตามท่อนขาเรียวยาว ซึบาสะจักจี้ปนเสียวสยิว เขาหายใจถี่ๆ หน้าแดง ดิ้นขัดขืนจนเจ็บข้อมือไปหมด “อื้ออออ…อื้ออออ…”
“ชอบไหม?” ยามาโตะถามคล้ายกับจะยั่วเย้าแล้ววางขนนกลง จากนั้นก็ใช้มือกำแท่งหยก ปลายนิ้วโป้งคลึงปลายแท่งหยกที่เหยียดขยายเหมือนดอกเห็ด เขาค่อยๆ รูดขึ้น…รูดลง…
“อื้ออ…” ซึบาสะเสียวจนตัวสั่นสะท้าน ยามาโตะรูดขึ้นรูดลงช้าๆ คล้ายกับจะแกล้ง ซึบาสะรู้สึกทรมานยิ่งนัก “อื้อ!” เร็วหน่อย
“อยากเสร็จไหม?” ยามาโตะถาม ซึบาสะพยักหน้า ยามาโตะจึงบอก “จะให้เสร็จดีไหมน้า”
ไอ้โรคจิต! ซึบาสะด่าอยู่ในใจ ยามาโตะก้มลงไปใช้ลิ้นเลียปลายแท่งหยก ซึบาสะสะดุ้งเสียว “อื้อ…”
ลิ้นเลียวนรอบส่วนปลาย แวะหยอกเย้ากับรูเล็กๆ แล้วก็ค่อยๆ อมแท่งหยกเข้าไป
“อื้อ!” ซึบาสะตัวเกร็ง เสียวจนแท่งหยกยิ่งเหยียดขยายแข็งขึง ยามาโตะอมๆ เลียๆ พลางใช้มือรูดขึ้นๆ ลงๆ ไม่นานซึบาสะก็เสร็จ “อื้ออออ—”
ยามาโตะถอนปากออกกลืนน้ำลงไป เขามองซึบาสะพลางบอก “น้ำคุณข้นมาก ไม่ได้ปล่อยมานานเท่าไหร่แล้วล่ะ?”
ซึบาสะอายยิ่งนัก เขาถลึงตามองอย่างโกรธเคือง ก็เพราะใครล่ะที่เกาะติดเขาแจ ทำให้เขาไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นเลย อีกทั้งงานก็ยุ่งมากจนเขาไม่มีเวลาจริงๆ
“หึๆๆๆ…” ยามาโตะหัวเราะเบาๆ แล้วเขาก็แก้เข็มขัด ซึบาสะตาเบิกโต เฮ้ย!ๆ คุณจะทำอะไร!?”
ยามาโตะรูดซิปกางเกงลง งัดแท่งหยกที่กำลังแข็งขึงออกมา ซึบาสะส่งสายตาห้ามพลางดิ้นๆ “อื้อ! อื้อ!” อย่านะโว๊ย!
ยามาโตะมองซึบาสะพลางรูดแท่งหยกของตัวเอง “อื้ม ผมอยากเอามันเข้าไปในตัวคุณจัง”
ไม่เอา! ซึบาสะตะโกนบอก แต่เสียงเขาดัง “อื้อ! อื้อ!”
“หึๆๆๆ…” ยามาโตะหัวเราะ มือก็รูดแท่งหยกขึ้นๆ ลงๆ จนผ่านไปพักใหญ่เขาก็รูดเร็วขึ้น…เร็วขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งเขาเสร็จ น้ำพุ่งออกมาเลอะตัวซึบาสะ ซึบาสะสะดุ้ง!
ยามาโตะล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดๆ มือแล้วจับแท่งหยกใส่เข้าไป รูดซิปขึ้น ใส่เข็มขัด จากนั้นเขาก็ขยับไปแก้มัดซึบาสะ ซึบาสะกำหมัดต่อย ยามาโตะจับหมัดเอาไว้ ยิ้มบางๆ “คุณสู้ผมไม่ได้หรอก”
ซึบาสะดึงหมัดกลับก็ดึงกลับไม่ได้ ถูกยามาโตะจับไว้แน่นมาก ยามาโตะยื่นหน้าไปหอมแก้มทีหนึ่ง จุ๊บ!
ซึบาสะถอยหนีอย่างรังเกียจ “อื้อ!”
“หึๆๆๆ…” ยามาโตะหัวเราะแล้วเขาก็พูดว่า “จริงซิ ก่อนถูกยิง ดูเหมือนว่าฝีมือหมัดมวยของคุณจะดีกว่านี้นี่นา”
ซึบาสะสะดุ้งเฮือก ดวงตาเขากลอกไปมา ท่าทางหลุกหลิกลุกลี้ลุกลน เพราะนั่นไม่ใช่เขา แต่เป็นพี่อากิโอะต่างหาก!
“ผมสงสัยจริงๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ยามาโตะถาม “ช่วงก่อนหน้านี้ ผมรู้สึกว่าคุณไม่ใช่คุณ”
ซึบาสะหลบตา ไม่กล้าสบตากับเขา กลัวว่าตัวเองจะเผยพิรุธออกไป ยามาโตะก็ไม่เค้นถาม เขาแน่ใจว่าก่อนหน้านี้คนๆ นั้นไม่ใช่ซึบาสะแกะน้อยของเขา แต่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาก็ไม่แน่ใจ หรือว่าเป็นโรค 2 บุคลิก?
เขาพยายามหาคำตอบ ปรึกษาหมอ หมอก็สันนิฐานว่า คนไข้อาจจะเป็นโรค 2 บุคลิก ควรจะรีบพามารักษาแต่เนิ่นๆ แต่หลังจากซึบาสะฟื้นขึ้นมาหลังจากถูกยิง บุคลิกอีก 1 บุคลิกนั่นก็ไม่ปรากฏขึ้นอีกเลย เขาจึงไม่แน่ใจว่าควรจะพาซึบาสะไปหาจิตแพทย์ดีไหม?
เขาจับตาดูแล้วปักธงในใจว่า หากบุคลิกนั้นปรากฏอีกครั้ง เขาจะพาซึบาสะไปพบจิตแพทย์ทันที!
เขาแก้มัดมืออีกข้างแล้วถอยออกห่าง เขาเดินไปเปิดประตู ก่อนจะออกไปเขายักคิ้วให้ทีหนึ่ง ซึบาสะโมโหจนคว้าหมอนขว้างใส่ ตุบ!
หมอนตกลงกลางห้อง ซึบาสะดึงเทปออก แคว๊ก!
ยามาโตะปิดประตูแล้วเดินออกไป เขาเดินผ่านห้องนั่งเล่นเปิดประตูเดินออกไป เจสันหันไปมอง เห็นว่าไม่ใช่เจ้านายก็ตกใจ “คุณ!”
ยามาโตะยิ้มให้เจสันแล้วเดินกลับห้องตัวเองไป เจสันรีบเปิดประตูเข้าไป “ท่านเป็นอะไรรึเปล่า?”
“ไม่เป็นไร” ซึบาสะตอบ เจสันจึงถอยกลับไปเฝ้าหน้าห้องตามเดิม ซึบาสะลุกไปล็อคประตู ต่อไปนี้เขาจะไม่ประมาทอีกแล้ว! แล้วเขาก็นอนอย่างหัวเสียมาก!
ยามาโตะกลับไปนอนอย่างอารมณ์ดีมาก เขาคงแอบเข้าห้องของซึบาสะไม่ง่ายอีกแล้ว เขาเดาได้เลยว่าซึบาสะจะต้องเพิ่มมาตรการป้องกันหลายเท่าแน่นอน อาจจะเพิ่มบอดี้การ์ดอีกหลายๆ คนล่ะมั้ง
วันต่อมา ซึบาสะก็รีบไปทำงานโดยไม่ทานอาหารเช้าที่บ้านพักฯ เพราะว่าเขาไม่อยากเห็นหน้ายามาโตะน่ะซิ ขืนเขาเห็นหน้าไอ้โรคจิตนั่น เขาต้องอดกลั้นไม่ไหว ฆ่ามันตายแหงๆ
“หือ? ซึบาสะล่ะ?” ยามาโตะถามหลังจากที่ไม่เจอซึบาสะที่ห้องทานอาหาร บัตเลอร์จึงตอบ “ท่านไปทำงานแล้วครับ?”
“หึๆ หลบหน้าผมเหรอ?” ยามาโตะพึมพำเบาๆ แล้วนั่งลงทานอาหารเช้า จากนั้นก็ไปทำงาน
ตอนพักกลางวันยามาโตะก็ไม่ได้ไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะเขารู้ว่าซึบาสะจะต้องหาทางหลบหน้าเขาแน่ๆ ช่วงนี้เขาจึงไม่คิดจะรุกหนักเกินไป เมื่อคืนเขารุกหนักไปแล้ว ก็ต้องเว้นระยะให้แกะน้อยได้ผ่อนคลายบ้าง ไม่งั้นเจ้าแกะน้อยอาจจะลุกขึ้นมาอาละวาดไล่เขาออกจากบ้านก็ได้
ตอนเย็น ยามาโตะเลิกงานแล้วก็ไม่รีบกลับบ้าน เขายังนั่งทำงานต่อจนเลย 2 ทุ่มไปแล้วจึงได้กลับบ้าน และเมื่อกลับถึงบ้านเขาก็เข้าห้องตัวเองไปทันที ไม่ได้ไปตอแยอะไรกับซึบาสะเลย ซึบาสะรู้สึกสบายใจมากที่วันนี้ไม่เจอยามาโตะ
คืนนี้โรแลนกับบอดี้การ์ดอีก 1 คนยืนเฝ้าหน้าห้องนอน ถ้าใครไปห้องน้ำหรือทำอะไร ต้องมีคน 1 คนคอยเฝ้าเอาไว้ นี่คือคำสั่งใหม่ของท่านนายกฯ พวกบอดี้การ์ดก็รับคำสั่งและทำตาม
หลายวันผ่านไป ยามาโตะไม่ได้ไปตอแยซึบาสะเลย เขาทำเหมือนตัวเองกำลังหลบหน้าซึบาสะยังไงอย่างงั้น ช่วงแรกๆ ซึบาสะรู้สึกพอใจมากที่ไม่เจอยามาโตะ แต่เมื่อผ่านไปหลายวัน ซึบาสะก็แปลกใจ เขาจึงถามบัตเลอร์ว่า “คุณยามาโตะสบายดีไหม?”
“ก็สบายดีนะครับ” บัตเลอร์ตอบ “เช้าก็ทานอาหารเช้าแล้วไปทำงาน ตอนเย็นก็กลับมาประมาณสามสี่ทุ่ม สงสัยช่วงนี้งานคงยุ่งมั้งครับ”
“อ่อ” ซึบาสะพยักหน้าแล้วทานอาหารเย็น เมื่อทานเสร็จแล้วเขาก็เข้าห้องไปนั่งทำงานเงียบๆ ครั้นคิดเรื่องงาน เขาก็คิดถึงการหาเลขาขึ้นมา ตั้งแต่เขาออกจากโรงพยาบาล คุณเซรินก็ไม่ได้มาทำงานให้เขาแล้ว เขาอยากได้เลขาคนใหม่ แต่ก็ยังไม่เจอใครถูกใจซะที เขาต้องการคนทำงานเก่งๆ เหมือนคุณเซริน และต้องไม่ใช่คนของยามาโตะ แต่ว่าคนที่มาสมัครงานส่วนใหญ่เป็นคนของยามาโตะ หรือไม่ก็เป็นสายลับของพรรคการเมืองอื่น เขาจึงยังหาเลขาไม่ได้ซะที เขากดเบอร์โทรหาพี่อากิโอะ อากิโอะรับสาย “ฮาโหล”
“พี่” ซึบาสะทักทายแล้วบอกว่า “ผมอยากได้เลขาสักคน พี่ช่วยหาให้ผมหน่อยซิ เอาเก่งๆ แบบคุณเซรินได้ยิ่งดี”
“อ่อ จะดูให้ล่ะกัน” อากิโอะรับปาก ซึบาสะจึงขอบคุณ “ขอบคุณครับพี่”
“ว่าแต่ช่วงนี้ทำงานเป็นไงบ้างล่ะ?” อากิโอะถาม ซึบาสะตอบ “ก็เหมือนเดิม ผมพยายามผลักดันนโยบายของพี่ แต่มันไม่ง่ายเลย คนนั้นโหวตคัดค้าน คนนี้ไม่เห็นด้วย บลาๆๆๆ จนผมล่ะอยากจะยิงคนพวกนั้นทิ้งซะเลย”
“หึๆ ใจเย็นๆ ไอ้น้อง นายเป็นนายกฯ นะไม่ใช่ยากูซ่า” อากิโอะหัวเราะ ซึบาสะบอก “ผมอยากเป็นยากูซ่าล่ะ จะได้ยิงคนทิ้งแบบไม่ต้องคิดมาก”
“ฮ่าๆๆ…” อากิโอะหัวเราะเสียงดังมากขึ้น แล้วบอกว่า “วันมะรืน พี่จะไปเยี่ยมอากิคุง นายไปด้วยกันไหม?”
“ก็ได้ครับ” ซึบาสะตอบ อากิโอะจึงบอก “งั้นวันมะรืนเจอกัน”
“ครับ”ซึบาสะรับปาก อากิโอะจึงวางสาย
2 วันต่อมา อากิโอะกับซึบาสะก็เข้าเยี่ยมอากิฮิโระ อากิฮิโระมองคนที่มาเยี่ยมแล้วตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี “คุณ!”
“สวัสดี” ซึบาสะทักทายน้ำเสียงเรียบเฉย เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะโกรธแค้นอากิฮิโระไหม เพราะว่าคนที่ยิงเขาก็คืออากิฮิโระ แต่ว่าคนที่ถูกยิงในตอนนั้นคือพี่อากิโอะที่สิงร่างเขาอยู่ อีกอย่างอากิฮิโระก็เป็นพี่ชายต่างแม่ของเขา ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้จึงทำให้ซึบาสะไม่รู้ว่าควรจะวางตัวอย่างไรดี
“นายคงรู้ข่าวแล้วนะว่าซึบาสะคือน้องชายของพวกเรา” อากิโอะพูดขึ้นมา อากิฮิโระพยักหน้าสีหน้าเรียบเฉย “อืม รู้แล้ว”
เขามองซึบาสะแล้วถามว่า “แล้วคุณมาทำไม? จะมาต่อว่าที่ผมยิงคุณเหรอ?”
“คุณก็ได้รับโทษตามกฎหมายแล้ว ผมหวังว่าคุณจะทำตัวดีๆ ไม่สร้างปัญหาให้พี่อากิโอะอีก” ซึบาสะบอก อากิโอะยกมือตบๆ ไหล่ซึบาสะอย่างภูมิใจ อากิฮิโระมองแล้วแค่นเสียงคำหนึ่ง “เหอะ!”
“ว่าแต่นายขาดอะไรรึเปล่าล่ะ?” อากิโอะถาม อากิฮิโระแค่นเสียง “เหอะ!”
“งั้นพวกเรากลับกันเถอะ” อากิโอะบอก ซึบาสะพยักหน้า “ครับ”
จากนั้นทั้งสองก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง อากิฮิโระมองตามจนคนลับตาไปแล้ว เขาจึงลุกขึ้นเดินออกจากห้อง กลับไปยังห้องขังของตัวเอง
ขณะที่นั่งรถไปด้วยกัน ซึบาสะก็พูดว่า “คุณอากิฮิโระไม่น่ารักเอาซะเลย”
“ช่างเขาเถอะ” อากิโอะยักไหล่ “บางทีตอนที่เขาพ้นโทษก็คงจะคิดได้ล่ะมั้ง”
“ขอให้เป็นงั้นเถอะครับ” ซึบาสะบอก แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ เขาจึงหยิบกระเป๋าสตางออกมา หยิบบัตรแบล็คการ์ดคืนให้ “นี่ของพี่ ผมยังไม่ได้คืนให้เลย”
“นายเก็บไว้เถอะ พี่ยังมีบัญชีอื่นให้ใช้ อีกอย่างตอนนี้พี่ก็เข้าควบคุมบริษัทของตระกูลแล้ว บัตรพวกนี้จึงยังไม่ต้องใช้” อากิโอะบอก ซึบาสะจึงบอก “พี่เอาคืนไปเถอะ เงินตั้งเยอะ”
“นายคืนให้พี่แล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้ล่ะ? แค่เงินเดือนนายกฯ มันไม่พอหรอกนะ หรือว่าจะใช้เงินของยามาโตะเหรอ?” อากิโอะถาม ซึบาสะรีบส่ายๆ หน้า “ผมไม่ใช้เงินของเขา พี่ใช้หนี้ให้เขาแล้ว ต่อไปผมจะหาเงินมาใช้คืนให้พี่ ส่วนเงินเดือนผมประหยัดซะหน่อยก็พอใช้หรอกครับ”
“หึ! นายคิดง่ายเกินไปแล้ว เงินเดือนนายกฯ จะไปพออะไรกัน แค่ค่าของขวัญเอย ค่าออกงานเอย เงินเดือนก็ไม่พอจะจ่ายด้วยซ้ำ เชื่อพี่ พี่เป็นนายกฯ มาก่อน” อากิโอะบอกแล้วดันมือซึบาสะกลับไป ซึบาสะจึงยอมเก็บบัตรแบล็คการ์ดเอาไว้ “ขอบคุณครับ”
“ขาดอะไรก็บอกพี่” อากิโอะบอก ซึบาสะพยักหน้า “ครับ”
เมื่อรถไปถึงบ้านพักนายกฯ อากิโอะกับซึบาสะก็ไปนั่งดื่มชาคุยกันต่อ ยามาโตะเห็นซึบาสะสนิทสนมกับพี่ชายก็รู้สึกหึงขึ้นมา ถึงเขาจะรู้ว่าอากิโอะเป็นพี่ชายของซึบาสะ แต่เขาก็ไม่อยากให้ซึบาสะสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นนอกจากเขา เขาจึงเดินเข้าไปในห้องรับแขก แล้วพูดว่า “สวัสดีพี่ชาย”
