Skip to content
Cover น้องสาว

น้องสาวเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก 115

Chapter 115 แผนสาวงาม

จวบจนดึกดื่น หยางถิงเฟิงกับเจิ้งชูซินก็ออกจากค่ายพักไปอย่างลับๆ มีคนไม่กี่คนที่รู้เรื่องการออกจากค่ายของทั้งสองคน คนหนึ่งก็คือแม่ทัพใหญ่หยางซีถิง อีกคนคือกุนซือ และอีกคนก็คือเต๋อผิง ซึ่งเต๋อผิงนั้นถูกท่านแม่ทัพใหญ่สั่งให้ติดตามซื่อจื่อไปห่างๆ คอยปกป้องคุ้มครองซื่อจื่อ

วันต่อมา เจิ้งชูซินกับหยางถิงเฟิงก็ปรากฏตัวขึ้น ทั้งสองสวมใส่เสื้อผ้าสตรีชาวบ้านเดินเท้าเข้าใกล้กองทัพทั้งสอง เจิ้งชูซินก็สวมบทบาทแม่เลี้ยงใจร้ายทันที นางจับเชือกที่มัดข้อมือซื่อจื่อหยางฉุดกระชากลากถูพลางตะโกนด่าทอเสียงดังลั่น “นังตัวกาลกิณี วันนี้ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แล้ว!”

“ไม่ๆ ท่านแม่รองอย่าขายข้าเลยเจ้าค่ะ” หยางถิงเฟิงร้องด้วยเสียงที่ดัดให้เล็กลง ทำให้ฟังดูคล้ายเสียงสตรีที่มีน้ำเสียงค่อนข้างใหญ่ ไม่ไพเราะเหมือนเสียงสตรีทั่วไป

“ขาย! ข้าจะขายนังตัวเสนียดจัญไรอย่างเจ้าไปเสีย เป็นเพราะเจ้า พ่อเจ้าถึงได้ไปรบจนตาย ทำให้ข้ากลายเป็นหม้าย มีตัวกาลกิณีอย่างเจ้าอยู่ บ้านข้าคงถูกความซวยของเจ้าเล่นงานจนล่มจมแน่! ตัวกาลกิณีอย่างเจ้าเอาไว้ไม่ได้แล้ว!” เจิ้งชูซินร้องด่าพลางทุบตีเต็มแรง

“อย่า! อย่า! โอ๊ย! เจ็บๆ ท่านแม่รองอย่าตีข้า! ข้าเจ็บ ฮือๆๆ…” หยางถิงเฟิงแกล้งร้องไห้พลางหลบหลีกจนล้มลุกคลุกคลาน เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนฝุ่น เนื้อตัวก็เปื้อนฝุ่นไปด้วย

กองทัพซางชะเง้อมองดูสตรี 2 คนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ค่ายพักของพวกเขาอย่างระแวดระวัง กองทัพเซี่ยก็ชะเง้อชะแง้มองดูสตรีทั้งสองเช่นกัน จู่ๆ ก็มีสตรี 2 คนมาตบตีอยู่ระหว่างกองทัพทั้งสอง นี่ทำให้ทหารทั้งสองฝ่ายต่างระแวงระวังพากันจ้องมองสตรีทั้งสองเป็นตาเดียว

“นังตัวซวย! นังตัวกาลกิณี! วันนี้ข้าจะขายเจ้าซะ!” เจิ้งชูซินตะโกนด่าพลางทุบตีตุบๆ หยางถิงเฟิงก็แกล้งตะโกนร้อง “ฮือๆๆ…เจ็บๆ อย่าตีข้า! ข้าเจ็บ! อย่าตีข้า…ฮือๆๆ…”

เจิ้งชูซินฉุดกระชากซื่อจื่อหยางลากไปทางค่ายทหารเซี่ยก่อนพลางตะโกนว่า “พวกเจ้าใครอยากซื้อตัวนังนี่บ้าง? ใครให้ราคาแพงที่สุด ข้าก็ขายให้คนนั้น”

“พวกเจ้าเป็นใคร!? อย่าเข้ามาใกล้นะ เจ้าเป็นไส้ศึกพวกซางซินะ” ทหารเซี่ยที่เฝ้าอยู่ตะโกนห้าม เจิ้งชูซินจึงตะโกนบอก “ข้าเป็นชาวเมืองอี้ ข้าไม่ใช่ไส้ศึก ข้าแค่อยากขายนังตัวซวยนี่ออกไปเท่านั้น พวกเจ้าอย่ายิงธนูใส่ข้านะ”

ทหารหันไปมองหน้ามองตากันเอง แล้วทหารคนหนึ่งก็วิ่งไปรายงานนายกอง เมื่อนายกองรู้เรื่องก็รีบไปดูทันที เขาอยู่ในค่ายพัก ส่วนสตรีทั้งสองอยู่ห่างไกลออกไปจนมองหน้าตาไม่ชัดเจน แต่สตรีที่ถูกมัดข้อมือนั้นดูจากรูปร่างแล้วมีรูปร่างสูงโปร่งสมส่วน

“เอ้า! เร่เข้ามาๆ ใครให้ราคาสูงที่สุดก็เอานังตัวซวยนี่ไปได้เลย พวกท่านทั้งหลายสนใจหรือไม่? ที่สำคัญนังตัวซวยนี่ยังบริสุทธิ์อยู่” เจิ้งชูซินตะโกนบอกราวกับกำลังเร่ขายสินค้าอย่างไรอย่างนั้น ทำให้พวกทหารหูผึ่งกันทันที โดยเฉพาะคำว่า ‘ยังบริสุทธิ์’ ทำให้ทหารหลายๆ คนถึงกับชะเง้อมองจนคอยืดคอยาว พวกเขาหันไปมองนายกองเป็นตาเดียว คล้ายกับอยากจะขออนุญาตออกจากค่ายไปดู ‘สินค้า’ ที่มาเร่ขายถึงหน้าค่าย

“เอ้า! เร่เข้ามาเลย! นี่ๆ หากว่าพวกท่านไม่ซื้อ ข้าก็จะพานังตัวซวยนี่ไปขายให้กองทัพนู้นแล้วนะ” เจิ้งชูซินตะโกนบอกแล้วรีรออยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นว่าทหารในค่ายไม่มีใครออกมาสักคน นางจึงฉุดกระชากลากถูซื่อจื่อหยางไปทางค่ายทหารของพวกซาง แล้วร้องตะโกนว่า “เอ้า! เร่เข้ามาๆ ใครให้ราคาสูงที่สุดก็เอานังตัวซวยนี่ไปได้เลย พวกท่านทั้งหลายมาซื้อเลยเจ้าข้าาาา…วันนี้ข้าจะขายนังตัวซวยนี่ไปให้พ้นๆ บ้านข้าเสียที พวกท่านคงอดอยากปากแห้งมานาน ไม่คิดอยากมีค่ำคืนวสันต์บ้างหรือเจ้าคะ? นังตัวซวยนี่ยังบริสุทธิ์อยู่ หากพวกท่านไม่เชื่อก็เชิญพิสูจน์ดูได้”

“ไม่ๆ ท่านแม่รอง อย่าขายข้า อย่าขายข้า ข้าขอร้องท่านล่ะ ไม่ๆ อย่าขายข้า…” หยางถิงเฟิงร้องลั่นพลางดิ้นรนจะหนีไปตลอดทาง น้ำหูน้ำตาไหลเป็นทาง จนแก้มเปรอะเปื้อนไม่น่าดู เจิ้งชูซินจึงทุบตีอีกยกหนึ่ง นางตีเต็มแรงเสียงดังตุบตับๆ พลางบ่นอยู่ในใจว่า ‘เนื้อตัวไอ้เด็กนี่ช่างแข็งนัก ข้าตีจนเจ็บมือหมดแล้ว!’

หยางถิงเฟิงแม้จะรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง แต่เทียบกับคนอื่นๆ แล้วเรี่ยวแรงของเจิ้งชูซินยังนับว่าด้อยกว่าทหารในจวนเขาเสียอีก เขาจึงไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรมากมายนัก ถูกนางทุบตีก็คิดเสียว่ากำลังฝึกซ้อมฝีมือเถอะ

เจิ้งชูซินทุบตีผั๊วะๆ พลางฉุดกระชากลากถูซื่อจื่อหยางเข้าใกล้ค่ายทหารพวกซาง ทหารซางก็ชะเง้อชะแง้มองดูสตรีทั้ง 2 คน พวกเขาได้ยินเสียงของสตรีคนนั้นที่ร้องตะโกนเร่ขายสตรีอีกคน พวกเขามองดูอย่างอยากรู้อยากเห็นและคอยระแวดระวังอยู่ในที

ทหารบางคนก็รีบไปรายงานนายกอง นายกองก็ออกมาดูเหตุการณ์ เจิ้งชูซินก็ร้องขายคนพลางเข้าไปใกล้ค่ายทหารเรื่อยๆ แล้วหยุดยืนห่างจากค่ายพวกซางพอประมาณ คล้ายไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวพวกซาง แต่ก็อยากจะขายคน

เหตุการณ์นี้รู้ไปถึงหูแม่ทัพใหญ่กังห้าว เขาจึงออกจากกระโจมไปดูเสียหน่อย เพราะว่าช่วงนี้เขาไม่ได้คุมกองทัพออกสู้รบเนื่องจากคนในค่ายเจ็บป่วยกันมากเหลือเกิน ทำให้เขาอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรจะทำ เจิ้งชูซินก็ร้องขายคนอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ ไม่เห็นใครออกมาจากค่าย นางจึงลากซื่อจื่อหยางไปทางอื่น “ในเมื่อพวกท่านไม่ซื้อ ข้าก็ไปขายที่อื่นล่ะ”

“ไปๆ พวกเจ้าไปจับพวกนางไว้!” กังห้าวตะโกนสั่ง ทหารรับคำสั่ง “ขอรับ”

แล้วก็กรูกันไปจับตัวสตรีทั้งสองคนทันที

“อ้า! พวกเจ้าจะทำอะไร!?” เจิ้งชูซินได้ยินคำสั่งนั้นก็ตะโกนพลางวิ่งหนีไปทันที หยางถิงเฟิงก็วิ่งหนีเช่นกัน วิ่งไปสักพักเขาก็สะดุดล้มลงไป เขากลิ้งหลุนๆ ไปสองสามตลบ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นทหารซางล้อมตัวเองเอาไว้ เขาจึงแกล้งทำท่าหวาดกลัวสุดขีด “อ้า! พวกเจ้าอย่าเข้ามานะ!”

“โอ้ หน้าตาดีเสียด้วย!” นายกองเอ่ยขึ้นมา เขารีบวิ่งกลับไปรายงานท่านแม่ทัพใหญ่ทันที “ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ สตรีคนนั้นหน้าตางามทีเดียวขอรับ”

พอได้ยินว่า ‘หน้าตางาม’ กังห้าวตาวาวขึ้นมาทันที เขาจึงขี่ม้าออกจากค่ายพักแล้วไปหยุดใกล้ๆ กับสตรีนางนั้น พวกทหารก็เปิดทางให้ท่านแม่ทัพใหญ่ทันที หยางถิงเฟิงพอเห็นกังห้าวขี่ม้ามา เขาก็รีบก้มหน้าทำท่าหวาดกลัวสุดขีด แต่ในใจกลับแย้มยิ้มที่ปลาติดเบ็ดแล้ว!

“จับนางกลับไป ส่วนนังคนนั้น…” กังห้าวสั่งพลางมองสตรีที่วิ่งหนีไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่คนนั้น เขาหยิบคันธนูขึ้นมาแล้วหยิบลูกธนูขึ้นพาดสาย เล็งยิงแล้วปล่อยสายผึง!

ฟิ้ว! ลูกธนูพุ่งตรงไปยังสตรีคนนั้น เจิ้งชูซินได้ยินเสียงบางอย่างพุ่งแหวกอากาศมาทางด้านหลัง นางพลันแกล้งสะดุดล้มลงไป “อ้า!”

ลูกธนูพุ่งเฉียดศีรษะของนางไป ตัวนางก็กลิ้งไปข้างหน้าสองสามตลบ

ฉึก! ลูกธนูปักลงพื้นห่างจากเจิ้งชูซินไม่เท่าไหร่ เจิ้งชูซินแกล้งเบิกตาโตทำหน้าตกใจ กรีดร้องลั่น “อ้า! อย่าฆ่าข้า! อย่าฆ่าข้า! ข้าไม่เอาเงินก็ได้ ข้ายกนังตัวซวยนั่นให้พวกท่านเลย!”

นางพูดแล้วก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งหนีไป สองขาเซปัดเป๋อย่างคนที่หวาดกลัวจนขาอ่อนแรง

“หึๆ” กังห้าวไม่สนใจสตรีคนนั้น นางหนีไปก็ช่างนางเถอะ ตอนนี้เขาสนใจสตรีที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า หน้าตานางงดงามกว่าอนุเจียเสียอีก อีกทั้งอนุเจียคนนั้นเขาก็เริ่มเบื่อแล้ว เขามองๆ นางแล้วลงจากหลังม้าพลางสั่งทหารว่า “เดี๋ยวข้าพานางกลับไปเอง”

“ขอรับ” ทหารรับคำสั่งแล้วขยับถอยหลังไป กังห้าวเดินเข้าไปหาสตรีนางนั้น หยางถิงเฟิงพลันสะบัดเชือกที่มัดข้อมือออกแล้วใช้มีดสั้นที่ซ่อนเอาไว้แทงออกไปทันที “ย๊ากกกก…”

กังห้าวพลันก้าวหลบ หยางถิงเฟิงพลาดเป้าก็ก้าวตามติดหมายแทงฟันให้ตาย กังห้าวถอยหลบไปหลบมาพลางเอ่ย “หึ! คิดเอาชีวิตข้าไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะนังหนู”

“ไอ้แก่ ตาย!” หยางถิงเฟิงพุ่งเข้าใส่ วรยุทธ์มีเท่าไหร่ เขางัดออกมาใช้ 6 ส่วน แต่กังห้าวเป็นแม่ทัพใหญ่ไม่ได้เป็นด้วยลมปาก เขานั้นคร่ำหวอดในสนามรบมานับไม่ถ้วนแล้ว ดังนั้นลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้เขาย่อมดูออก และที่เขาออกมาดูก็เพราะเดาว่าต้องเป็นแผนสาวงามแน่นอน เขาจึงออกจากค่ายพักมาดูเรื่องสนุกๆ เสียหน่อย ดูว่าแผนสาวงามนี้จะงามจริงหรือไม่ ส่วนสาวงามจะมีฝีมือขนาดไหน นางคนเดียวหรือ 2 คนย่อมไม่ใช่คู่มือเขาหรอก แต่เมื่อได้ประมือกับนาง เขายอมรับเลยว่าสาวงามนางนี้มีฝีมือล้ำเลิศนัก ฝีมือเกือบจะเทียบเคียงกับเขาได้เลย แต่ว่าก็ยังอ่อนด้อยกว่าเขาอยู่ดี เมื่อนางแทงมีดมาเขาจึงเบี่ยงหลบแล้วคว้าข้อมือนางหมับ!

หยางถิงเฟิงถูกจับข้อมือได้ เขาก็พลิกข้อมือหมุน แต่มือไอ้แก่แซ่กังกลับพลิกหมุนตาม ทำให้เขาสลัดไม่หลุด เขาจึงยันตัวถีบพื้นขึ้นกระโดดเตะ กลับถูกไอ้แก่แซ่กังคว้าจับขาเอาไว้ ทำให้เขาถูกจับยึดเอาไว้ทั้งมือทั้งขา เขากำลังจะใช้อีกมือต่อยพลันมือข้างนั้นก็ถูกใครบางคนยึดจับเอาไว้ เมื่อเขาเหลือบมองจึงเห็นทหารคนหนึ่งจับมือเขายึดไว้แน่นมาก เขาจึงยกขาข้างที่ยันพื้นขึ้นจะเตะ แต่พอขาลอยขึ้นมาก็ถูกทหารอีกคนพุ่งเข้ามาจับเอาไว้ ทำให้สภาพของเขากลายเป็นถูกจับมือขาทั้ง 4 ข้างเอาไว้ เขาดิ้นสะบัดให้หลุด แต่ยังไม่ทันหลุด มือเท้าของเขาก็ถูกมัดด้วยเชือกหมับ!

สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนจะยาวนาน แต่ความจริงแล้วเกิดขึ้นในไม่กี่อึดใจเท่านั้นเอง และการที่เขาถูกจับไว้เช่นนี้ เขาเองก็คาดเดาเอาไว้แล้ว ดังนั้นสีหน้าเขาจึงไม่ได้ตกใจสักเท่าไหร่ เพียงดัดเสียงให้แหลมเล็กแล้วตะโกนด่า “ไอ้แก่ ปล่อยข้านะ!”

“หึๆๆ นังหนู เจ้าเอาตัวมาให้ข้าถึงที่ จะให้ข้าปล่อยเจ้าไปได้อย่างไร” กังห้าวหัวเราะพลางบอกอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องแล้วสั่งพวกทหารว่า “หามนางไปที่กระโจมข้า”

“ขอรับ” ทหารรับคำสั่งแล้วหามสตรีนางนั้นเข้าค่ายทันที

“ปล่อยข้า! ปล่อยข้านะ!” หยางถิงเฟิงตะโกนไปตลอดทาง ทหารคนอื่นๆ ก็มองดูอย่างสนุก

เจิ้งชูซินหนีไปไกลแล้วก็หันไปมองดูซื่อจื่อที่ถูกหามเข้าค่ายทัพซางไป นางไม่กังวลเลยว่าซื่อจื่อจะเป็นอันตราย เพราะนี่ก็ยังอยู่ในแผนการหนึ่งนั่นเอง หลังจากเห็นซื่อจื่อถูกหามไปจนลับสายตาแล้วนางจึงรีบวิ่งกลับค่ายตัวเอง จนไปถึงค่าย นางก็เห็นกุนซือกับท่านแม่ทัพใหญ่รออยู่หน้าค่าย นางจึงรายงานว่า “แม่นางหรู ถูกจับเข้าค่ายพวกนั้นไปแล้วเจ้าค่ะ”

“ดีๆ” กุนซือพยักหน้าแล้วหันไปสั่งทหารกองหนึ่งว่า “ไป พวกเจ้าไปทำตามแผนได้แล้ว”

“ขอรับ” ทหารกองนั้นรับคำสั่งแล้วถอยออกไปอย่างเป็นระเบียบ

หยางซีถิงมองไปทางค่ายทัพซาง ในใจมีความกังวลไม่น้อย ถึงลูกชายเขาจะเป็นผู้ชาย แต่ว่าเขาก็ยังห่วงลูกอยู่ดี และที่เจิ้งชูซินเรียกลูกชายเขาว่า ‘แม่นางหรู’ ก็เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ว่าแท้จริงแล้วแม่นางหรูคือซื่อจื่อหยางปลอมตัวนั่นเอง เรื่องนี้ปิดได้เท่าไหร่ก็ควรปิดเอาไว้ให้มิดเชียว แค่เมื่อวานเขาก็ขายขี้หน้าพวกนายกองและรองแม่ทัพเพียงพอแล้ว อย่าให้เขาต้องขายขี้หน้าไปมากกว่านี้เลย

“เอาน่าๆ ท่านไม่ต้องห่วงไป ซื่อจื่อมีฝีมือย่อมเอาตัวรอดได้แน่ ตอนนี้ทำเรื่องที่ควรทำก่อนเถอะท่านแม่ทัพใหญ่” กุนซือบอกปนปลอบใจท่านแม่ทัพใหญ่ที่ห่วงลูกชายจนไม่เป็นอันจะนั่งจะนอน อีกทั้งยังต้องควบคุมทหารให้ทำตามแผนการให้สำเร็จลุล่วง

“อืมๆ ข้ารู้ๆ” หยางซีถิงพยักหน้าหงึกๆ พลางสั่งรองแม่ทัพว่า “เจ้านำทหารไปทำตามแผนการได้แล้ว”

“ขอรับ” รองแม่ทัพรับคำสั่งแล้วถอยออกไป จากนั้นก็นำทหารไปทำตามแผนการที่วางเอาไว้

หยางถิงเฟิงถูกหามเข้ากระโจมของกังห้าว เขาถูกวางไว้ข้างอนุเจีย จากนั้นพวกทหารก็ถอยออกไปจนหมด

กังห้าวเดินเข้าไปยืนมองสาวงามรูปร่างสูงคนนั้นอย่างพึงพอใจ เขามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มองขึ้นๆ ลงๆ เหมือนกำลังประเมินสินค้าอย่างไรอย่างนั้น “งามจริงๆ”

ดูจากหน้าตาแล้ว นางน่าจะอายุ 18-19 กระมัง กำลังอยู่ในวัยขบเผาะชวนให้ลิ้มรสจริงๆ

เจียหรูมองสตรีที่ถูกมัดเหมือนหมูข้างๆ นางด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ คาดว่าสตรีนางนี้คงถูกไอ้แก่นี่จับตัวมาได้ นางเงยหน้ามองไอ้แก่ทีหนึ่งแล้วหลุบตาลงต่ำ หยางถิงเฟิงก็มองสตรีข้างๆ ที่ถูกมัดล่ามเอาไว้กับเสา เขามองนางอย่างรู้สึกเวทนายิ่งนัก เดาว่านางน่าจะเป็นแม่นางเจีย ลูกสาวเจ้าเมืองอี้ที่ถูกไอ้แก่แซ่กังจับตัวไปกระมัง

“นังตัวดี ดูอนุคนใหม่ของข้าซิ งามใช่ไหมล่ะ” กังห้าวพูดกับอนุเจียคล้ายจะอวดของใหม่อย่างไรอย่างนั้น เจียหรูหันไปมองสตรีที่อยู่ข้างๆ พลางเอ่ยว่า “ใช่ นางงาม น่าเสียดายที่ถูกเจ้าจับมา”

“หึ! นังตัวดีเลี้ยงไม่เชื่อง ในเมื่อข้ามีคนใหม่แล้ว เช่นนั้นข้าก็จะยกเจ้าให้พวกลูกน้องล่ะ” กังห้าวบอกอย่างไม่แยแส เขาหวังจะได้เห็นนางขอร้องอ้อนวอนเขา แต่เจียหรูกลับนิ่งเงียบไม่พูดอะไร ทำให้กังห้าวโมโหจึงเอ่ยว่า “หึ! ในเมื่อเจ้าอยากถูกรุม เดี๋ยวข้าจะให้เจ้าได้สมใจ”

เขาพูดจบก็ย่อตัวลงข้างๆ สาวงามพลางยื่นมือไปจับๆ ตามเนื้อตัวนาง หยางถิงเฟิงตวาดด้วยเสียงที่ดัดเล็กแหลมว่า “อย่าจับข้านะ!”

“หึๆๆ ยิ่งเจ้าห้ามข้าก็ยิ่งอยากจับ” กังห้าวเอ่ยอย่างชอบใจ มือก็จับๆ คลำหาอาวุธบนตัว ‘นาง’ แล้วเขาก็เจอมีดเล่มหนึ่งผูกติดกับข้างหน้าแข้งของ ‘นาง’ เขาจึงเลิกขากางเกงของ ‘นาง’ ขึ้นแล้วดึงมีดสั้นเล่มนั้นออกมา เขามองดูมีดที่คมกริบเล่มนั้นพลางมองหน้า ‘นาง’ “หึ! คิดจะเอาชีวิตข้า เจ้ากลับต้องมาเสียท่าให้ข้า รู้สึกอย่างไรบ้างล่ะนังหนู?”

“ข้าจะฆ่าเจ้า” หยางถิงเฟิงเอ่ยด้วยเสียงดัดเล็ก มองอีกฝ่ายอย่างเคียดแค้น เพราะมันทำให้เขาต้องห่างจากหวงเอ๋อร์ ดังนั้นเขาจึงแค้นมันยิ่งนัก อยากจะฆ่ามันให้ตายๆ ไปซะ!

“หึ! ก่อนเจ้าจะฆ่าข้าได้ ข้าว่าข้าคงลิ้มรสเจ้าจนเบื่อก่อนกระมัง” กังห้าวพูดพลางจับขากางเกงดึงขึ้นแล้วใช้มีดเล่มนั้นกรีดขากางเกงออก ตาก็คอยมองสีหน้าสาวงามไปด้วย

“เจ้า!” หยางถิงเฟิงถลึงตามอง เขาไม่ได้ดิ้นหนี มันกรีดขากางเกงเขาออก เขาก็ไม่ถือสาอะไร เพราะว่าเขาไม่ใช่สตรีเสียหน่อย เนื้อตัวเขายังเคยเปลือยกายอาบน้ำร่วมกับลูกน้องมาแล้ว ถูกไอ้แก่แซ่กังนี่เห็น เขาจึงไม่คิดอะไรมากมาย

“ขนหน้าแข้งเจ้าเยอะไปหน่อย ยังกับผู้ชายเลยนะนังหนู” กังห้าวเอ่ยคล้ายจะเย้าแหย่

“หึ! เจ้าไม่ชอบก็ดีแล้ว” หยางถิงเฟิงพูดเย้ย กังห้าวจึงบอก “ขนเยอะไปหน่อยก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าโกนให้”

เขาพูดพลางใช้มีดเล่มนั้นโกนขนหน้าแข้งพลางบอกว่า “อย่าดิ้นเชียวนะนังหนู ไม่งั้นมีดบาดเอานะ”

“ไอ้แก่ เจ้าอย่าโกนขนข้านะ!” หยางถิงเฟิงตวาดด้วยเสียงดัดเล็ก กังห้าวจึงบอก “เดี๋ยวข้าจะโกนให้เกลี้ยงเลย แม้แต่ขนตรงนั้นเดี๋ยวข้าก็จะโกนให้ด้วย อย่าดิ้นเชียว มาๆ เดี๋ยวสามีจะโกนให้เจ้าเอง”

เขาบอกพลางโกนขนหน้าแข้งออกอย่างเบามือ หยางถิงเฟิงนอนนิ่งไม่ขยับ ถูกโกนขนหน้าแข้งก็ช่างซิ เดี๋ยวมันก็ยาวออกมาใหม่ได้ ที่สำคัญคือเขาต้องยื้อเวลาเอาไว้ เพื่อให้แผนการของกุนซือสำเร็จลุล่วงให้ได้

เมื่อโกนขนหน้าแข้งจนหมด กังห้าวก็ลูบๆ หน้าแข้งที่ไร้ขนอย่างพอใจ “อืม แบบนี้ค่อยดูดีหน่อย เป็นสตรีจะปล่อยให้ขนดกเหมือนบุรุษได้อย่างไร มาๆ เมียรัก เดี๋ยวสามีจะโกนให้เจ้าอีกข้างนะ”

เขาพูดแล้วก็ขยับไปจับขาอีกข้างแล้วใช้มีดกรีดขากางเกงออก หยางถิงเฟิงถลึงตามองอย่างโกรธแค้น แต่ก็ไม่ได้ขยับตัวหนีแต่อย่างใด เขานั่งนิ่งมองดูมันกรีดขากางเกงออก

“โอ้ เจอมีดอีกเล่มแล้ว” กังห้าวเอ่ยพลางดึงมีดที่มัดอยู่ที่ขาข้างนั้นออก เขาโยนมีดทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ เงยหน้าพูดว่า “เมียรัก เดี๋ยวสามีจะค้นตัวเจ้าให้ทั่วๆ เชียว”

เขาพูดแล้วก็จัดแจงโกนขนหน้าแข้งอีกข้างทันที หยางถิงเฟิงปล่อยให้มันโกนขนหน้าแข้งไปเพื่อยื้อเวลาให้มากที่สุด

“หึๆ โกนหมดแล้ว ขาเจ้าค่อยสวยหน่อย” กังห้าวเอ่ยพลางลูบๆ หน้าแข้งที่ไร้ขน หยางถิงเฟิงหดขาหนีอย่างขยะแขยง “อย่าจับข้านะไอ้แก่!”

“หึๆ เดี๋ยวข้าจะจับทั้งตัวเลยเชียวนังหนู” กังห้าวเอ่ยพลางยิ้มแย้มเบิกบาน หยางถิงเฟิงร้องห้าม “อย่านะไอ้แก่! เจ้าแตะต้องตัวข้า ข้าจะตัดมือเจ้าทิ้ง จะสับเจ้าให้เป็นหมื่นๆ ชิ้นเลยเชียว”

“หึๆๆ ยิ่งเจ้าพูดแบบนี้ข้ายิ่งต้องจับ” กังห้าวจับหมับที่หน้าแข้งข้างนั้นพลางมองจ้องตา ‘นาง’ หยางถิงเฟิงถลึงตามองอย่างโกรธจัด

“ไหนๆ เจ้าจะตัดมือข้าอย่างไรรึนังหนู?” กังห้าวเอ่ยหยอกเย้าแล้วพูดต่อ “นังตัวดีข้างๆ เจ้าก็เคยพูดกับข้าแบบนี้ แล้วเจ้าดูนางซิ ตอนนี้เป็นอย่างไร นางอยากฆ่าข้า ข้าก็ล่ามนางไว้ นางจะเอามือเอาเท้าที่ไหนมาฆ่าข้าได้ เจ้าดื้อดึงไม่ยินยอม ข้าก็จะมัดเจ้าเหมือนนาง เจ้าจะทำร้ายข้า ข้าก็จะให้เจ้ารู้รสของการอดข้าวอดน้ำ ดังนั้นเจ้าจงเชื่อฟังดีๆ เถอะหากว่าเจ้าไม่อยากเป็นเหมือนนาง”

หยางถิงเฟิงเบนสายตาไปมองสตรีข้างๆ จึงสบตากับเจียหรูเข้า เจียหรูก็มองสตรีที่อยู่ข้างๆ อย่างเวทนาในชะตากรรมของสาวน้อยที่ถูกจับมาใหม่คนนี้ พอนางเบนสายตาไปมองไอ้เฒ่ากัง วูบหนึ่งดวงตานางเผยความเคียดแค้นชิงชังล้นเหลือออกมา พริบตาต่อมานางก็หลุบตาลง ซ่อนความแค้นในดวงตาเอาไว้ไม่ให้มันเห็น ไม่เช่นนั้นมันจะทรมานนางอีก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version