Skip to content
Cover น้องสาว

น้องสาวเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก 6

Chapter 6 (18+)คืนเข้าหอ

เมื่อเข้าไปในห้อง อยู่กันตามลำพังพี่น้อง หลิวมู่เหยียนจึงถาม “เจ้าไปรู้จักกับท่านแม่ทัพใหญ่ได้อย่างไร?”

“ข้าพบเขาที่วัดต้าฝอหลังจากที่สามีข้าตายน่ะ” หลิวฟางอิ่งตอบตามตรง แต่นางก็ไม่ได้เล่าอะไรมากนัก

“เรื่องแต่งงาน เจ้าตัดสินใจอย่างไร?” หลิวมู่เหยียนถาม หลิวฟางอิ่งตอบ “ย่อมต้องตกลง”

“เจ้าเต็มใจจริงรึ?” หลิวมู่เหยียนถาม เพราะดูสีหน้านางแล้ว เขารู้สึกว่านางคล้ายจะไม่เต็มใจนัก ซึ่งแตกต่างจากตอนที่เฟิ่งหยางมาสู่ขอนาง ตอนนั้นนางมีสีหน้าดีใจจนยิ้มแย้มหน้าบานไปทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว

“ข้าเต็มใจ” หลิวฟางอิ่งตอบ ต่อให้นางไม่เต็มใจ แต่นางจะหนีพ้นได้อย่างไร อำนาจของตระกูลนางน้อยนิดราวกับแสงหิ่งห้อยเมื่อเทียบกับท่านแม่ทัพใหญ่ พูดให้ถูกคือตระกูลนางไม่มีอำนาจอะไรที่จะไปต่อกรกับท่านแม่ทัพใหญ่ได้เลยต่างหาก!

นางปั้นหน้าแย้มยิ้มอ่อนๆ พลางบอก “ท่านพี่ ข้าเป็นหม้ายไม่ใช่เรื่องดี มีแต่จะถูกคนอื่นข่มเหงรังแกเอา ได้แต่งกับเขานับว่าเป็นวาสนาของข้าแล้ว หญิงหม้ายอย่างข้ายังมีโอกาสแต่งงานครั้งที่ 2 นี่ถือว่าดีมากแล้วจริงๆ”

“ได้ เช่นนั้นข้าจะตอบรับแม่สื่อ” หลิวมู่เหยียนพยักหน้า เขาคิดๆ ถี่ถ้วนแล้ว การที่น้องสาวแต่งงานกับท่านแม่ทัพใหญ่ มีแต่ข้อดี ไม่มีข้อเสีย ถึงจะไม่ได้เป็นฮูหยินเอก แต่ว่าตำแหน่งอนุของท่านแม่ทัพใหญ่ก็ไม่ต่ำต้อยนัก

“แล้วหวงเอ๋อร์?” เขาถามต่อ หลิวฟางอิ่งบอก “ข้าจะพานางไปด้วย”

“จะดีรึ? อย่างไรให้นางอยู่กับข้าก็ได้” หลิวมู่เหยียนบอก หลิวฟางอิ่งจึงบอก “ให้นางไปอยู่จวนแม่ทัพก่อนเถอะ หากว่ามีปัญหาอะไรข้าค่อยส่งนางกลับมาให้ท่านทีหลังก็ได้ ข้าไม่อยากอยู่ห่างจากลูก นางเป็นลูกของคนที่ข้ารัก จะให้ข้าทิ้งนางให้ห่างหูห่างตา ข้าทำใจไม่ได้จริงๆ”

“ก็ได้” หลิวมู่เหยียนตกลง อันที่จริงเขาเองก็ค่อนข้างลำบากใจอยู่บ้าง หากว่าจะเลี้ยงหลานสาวเอง เขารู้ว่าภรรยาเขาไม่อยากให้เขามี ‘ภาระ’ เพิ่ม ตอนที่น้องสาวกับหลานสาวเขากลับมา นางก็แอบเปรยๆ กับเขาเรื่องหาสามีใหม่ให้น้องสาว เขายังไม่ทันหา บุรุษก็มาเสียก่อนแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็นับว่าทุกอย่างลงตัวพอดี

หลังจากนั้นหลิวมู่เหยียนก็ให้คำตอบกับแม่สื่อไป ทางหยางซีถิงก็กำหนดวันรับเจ้าสาวเข้าจวนเป็นวันที่ 1 ของเดือนหน้า ซึ่งก็คืออีก 10 วัน หลิวมู่เหยียนจึงเร่งเตรียมสินเดิมให้น้องสาวยุ่งง่วนไปหมด

ครั้นถึงวันที่ 1 เกี้ยวเจ้าสาวก็ถูกยกออกจากบ้านตระกูลหลิว หลิวฟางอิ่งสวมชุดเจ้าสาวสีชมพูนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาว นางไม่อาจใส่ชุดสีแดงได้เพราะว่านี่เป็นธรรมเนียมการแต่งงาน แต่งฮูหยินเอกเท่านั้นเจ้าสาวจึงจะมีสิทธิ์ใส่ชุดสีแดง หากว่าแต่งอนุ เจ้าสาวจะใส่ชุดสีชมพู นางมองชุดเจ้าสาวสีชมพูของตัวเองอย่างเยาะหยัน วาสนาของนางจากเป็นฮูหยินเอก จู่ๆ ก็กลายเป็นอนุเสียได้ ช่างน่าขันเสียจริง

ส่วนเฟิ่งหวงก็ถูกพาไปจวนแม่ทัพใหญ่ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว มีแม่นมซื่อคอยดูแล ฮูหยินผู้เฒ่าของจวนแม่ทัพใหญ่ เห็นเฟิ่งหวงก็ให้ความเอ็นดูเด็กน้อยหน้าตาน่ารักราวกับเทพธิดาน้อยในภาพวาด

งานแต่งงานผ่านไปอย่างเรียบง่าย หยางซีถิงดื่มเหล้ากับแขกเหรื่อพักใหญ่ก็ขอตัวไปเข้าหอ

ณ ห้องหอ หลิวฟางอิ่งนั่งรอสามีอยู่ในห้องหอ พอประตูห้องเปิดออกนางก็ตัวเกร็งขึ้นมาทันที

หยางซีถิงเดินเข้าไปในห้อง เขาเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออกแล้วชมว่า “งามนัก”

หลิวฟางอิ่งรู้สึกอึดอัดใจนัก แต่นางก็ไม่อาจแสดงออกมาทางสีหน้าได้ นางจึงเก็บกดเอาไว้ในใจ แล้วถามว่า “ท่านพี่จะ…”

นางยังถามไม่ทันจบ หยางซีถิงก็กางแขน ทำท่าเหมือนรอให้สาวใช้ถอดเสื้อผ้าให้ แต่ในห้องหอไม่มีสาวใช้แม้แต่คนเดียว หลิวฟางอิ่งพอจะเข้าใจ นางจึงช่วยเขาถอดเสื้อตัวนอกออกไปแขวนเอาไว้ จากนั้นก็เดินกลับมาช่วยเขาถอดเสื้อตัวกลาง เหลือเพียงเสื้อตัวใน หยางซีถิงเห็นนางยืนนิ่งไม่ช่วยเขาถอดอีก เขาจึงสั่งว่า “ถอดให้หมดซิ”

“เจ้าค่ะ” หลิวฟางอิ่งจึงถอดเสื้อตัวในออก หยางซีถิงชี้ที่กางเกง “ถอดด้วย”

“เจ้าค่ะ” หลิวฟางอิ่งรับคำแล้วยื่นมือไปถอดกางเกงอย่างแข็งเกร็ง จังหวะที่นางถอดกางเกงลง นางก็ชำเลืองมองทวนทองของเขาซึ่งกำลังแข็งขึงพร้อมจ้วงแทงแล้ว นางกลืนน้ำลายอึกหนึ่งอย่างหวั่นกลัว ทวนทองช่างใหญ่นัก!

มันใหญ่เกือบเท่าข้อมือนางเลยทีเดียว นางถอดกางเกงออกมาแล้วก็เอาไปแขวนไว้ จากนั้นก็หันกลับไปยืนนิ่ง สายตาของนางหันมองไปทางอื่น ไม่กล้ามองเขาตรงๆ เพราะรู้สึกกลัว

หยางซีถิงเห็นนางมีสีหน้าหวาดกลัวจึงบอกเสียงนุ่มว่า “อย่ากลัวข้า ข้าไม่ใช่ยักษ์มารที่จะกินเจ้า”

ใช่ ท่านไม่ใช่ยักษ์มาร แต่ท่านน่ะน่ากลัวยิ่งกว่ายักษ์มารเสียอีก หลิวฟางอิ่งเถียงอยู่ในใจ หยางซีถิงมองสีหน้านางอีกครู่แล้วสั่งว่า “ถอดออกให้หมด”

นิ้วก็ชี้ไปที่นาง หลิวฟางอิ่งสะดุ้งทีหนึ่ง ครู่ต่อมานางก็ค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออก นางเป็นอนุของเขาแล้ว เขาสั่งอะไรนางก็ต้องทำตาม

หยางซีถิงมองดูนางถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น…ทีละชิ้น จนกระทั่งยืนเปลือยเปล่า ผิวขาวผ่องสะท้อนแสงเทียนจนคล้ายจะเรืองแสงออกมาอย่างไรอย่างนั้น เขามองสำรวจร่างกายนางทุกส่วนแล้วดันนางไปนอนบนเตียง หลิวฟางอิ่งอายจนหน้าแดง นางนอนลงไปไม่ขัดขืน หยางซีถิงก็จัดท่าจัดทางนางให้นอนโดยที่สะโพกนางพาดอยู่กับขอบเตียง จับขานางกางออก แล้วเขาก็คุกเข่าอยู่ข้างเตียง ก้มลงไปเลียเนินเนื้ออ่อนนุ่ม

“อ้า” หลิวฟางอิ่งร้องคำหนึ่ง แล้วรีบเม้มปากกลั้นเสียงร้อง หยางซีถิงเงยหน้าขึ้นพูด “เจ้าจะร้องดังเท่าไหร่ก็ได้ บริเวณนี้ข้าไล่คนออกไปหมดแล้ว เจ้าไม่ต้องกลัวหรอกว่าคนอื่นจะได้ยิน”

เขาพูดแล้วก็ก้มลงไปเลียเนินเนื้ออ่อนนุ่มต่อ หลิวฟางอิ่งเม้มริมฝีปาก จิกนิ้วกับฟูกนอน ทนต่อความจักจี้ปนเสียวที่เขากำลังมอบให้นาง หยางซีถิงเลียปาดไปปาดมาแล้วแหวกกลีบเนื้ออ่อนนุ่มออกจนแหกกว้าง เขาเลียเม็ดมณีแผล๊บๆ

“อื้อ!” หลิวฟางอิ่งคราง ตัวเกร็งไปหมด นางรู้สึกทรมานปนเสียวซ่าน หยางซีถิงเลียดูดอย่างไม่เร่งร้อน คล้ายกับเขากำลังละเลียดกินอาหารอย่างไรอย่างนั้น หลิวฟางอิ่งถูกเขาทรมานจนทนไม่ไหว ร้องครางออกมา “อื้อ…อี้…”

หยางซีถิงเลียๆ ดูดๆ จนนางหวีดร้องเสียงแหลม “อ้าาาาา…”

นางหลั่งน้ำหวานจนฟูกเปียกเปื้อนเป็นวงใหญ่ หยางซีถิงเลียกินน้ำหวานจนพอใจแล้วจึงขยับลุกขึ้น จับทวนทองแทงรูอ่อนนุ่ม หลิวฟางอิ่งหวีดร้องอีกครา “อ้า…”

นางยังไม่ทันหายเสียวเลย เขาก็แทงทวนเข้ามาแล้ว ทำให้นางรู้สึกเสียวจนปลายเท้าชาเกร็งไปหมดแล้ว

“อูว อิ่งเอ๋อร์ เจ้ากัดข้าแน่นเชียว” หยางซีถิงครางอย่างพอใจ นางรัดเขาแน่นมาก ทำเขายิ่งหลงใหลนางมากขึ้นอีก เขาแทงทวนทองเข้าไปสุดลำแล้วก็สาวออกมา แล้วแทงเข้าไปใหม่ หลิวฟางอิ่งหวีดร้อง “อ้า…อื้อ…”

“อูว…” หยางซีถิงกระแทกเข้าๆ ออกๆ เขากระหน่ำทิ่มแทงสุดแรง สีหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข หลิวฟางอิ่งครางกระเส่า นางเสียวปนจุกแน่น พลางกอดเขาแล้วอ้อนวอนว่า “อื้อ…ท่านพี่ อี้…ช้าหน่อย”

หยางซีถิงเบาแรงลง เขาค่อยๆ สาวเข้าสาวออกช้าลง พลางวางมือบนท้องน้อยของนาง ใช้นิ้วโป้งบี้คลึงเม็ดมณี หลิวฟางอิ่งเสียวแทบขาดใจตาย “อื้อ…อื้อ…”

ไม่ทันไรนางก็ถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า “อ้าาาาา…”

“อื้ม! เจ้ากัดข้าแรงมาก เยี่ยม” หยางซีถิงเอ่ยชมแล้วตะบันเอวกระแทกจนเสียงดังตับๆๆๆ…

“อ้า อ้า…” หลิวฟางอิ่งหวีดร้องกอดเขาแน่น นางเสียวจนแทบขาดใจตาย หยางซีถิงกระหน่ำทิ่มแทงสุดแรง เขาแทงนางอยู่นานก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าง่ายๆ เขาแทงจนนางถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไปหลายหนแล้ว จนในที่สุดขณะที่นางถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอีกครั้ง เขาจึงได้ถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไปพร้อมกับนาง สองเสียงร้องประสานกัน “อ้าาาาา…” / “โอววววว…”

หลิวฟางอิ่งหลงนึกดีใจว่าเขาจะหยุดเสียที ที่ไหนได้ เขากลับทิ่มแทงนางต่อ ราวกับว่าเขามีเรี่ยวแรงล้นเหลือไม่มีวันหมดแรงอย่างไรอย่างนั้น นางจึงได้แต่ขอร้องว่า “ท่านพี่ อื้อ…หยุดก่อนเจ้าค่ะ อ้า…ข้าไม่ไหวแล้ว”

“หึๆๆ…” หยางซีถิงหัวเราะเบาๆ เขาหยุดกระแทกนาง ยืนแช่คาอยู่ในรูนางอย่างนั้นไม่ยอมถอนทวนทองออก มือก็เอื้อมไปหยิบถุงหนังที่ใส่น้ำซึ่งวางอยู่ข้างเตียงมาดื่มอึกๆ หลิวฟางอิ่งมองดูเขาเงยหน้าดื่มน้ำจากถุงหนังพลันรู้สึกว่าเขาช่างเย้ายวนน่ามองยิ่งนัก ทำนางมองเขาเพลินตาเลยทีเดียว จนเขาลดถุงน้ำลง มองมาที่นาง นางจึงรีบเบนสายตาไปมองทางอื่นแทน

“หึๆ เจ้าก็หิวน้ำหรือ เช่นนั้นก็ลุกมากินซิ” หยางซีถิงก้มลงไปประคองศีรษะนางขึ้นแล้วเอาถุงน้ำจ่อปากนาง หลิวฟางอิ่งกำลังกระหายน้ำจึงยันตัวขึ้นมาจับถุงน้ำแล้วดื่มลงไป นางดื่มสักพักก็ดันถุงน้ำออกแล้วนอนแผ่ลงไปอย่างเหนื่อยล้า หยางซีถิงจึงปิดจุกถุงน้ำแล้ววางไว้ข้างเตียง จากนั้นก็ช้อนอุ้มนางขึ้นมาโดยที่ทวนทองยังคารู เขาอุ้มนางขึ้นมาแล้วขยับขึ้นเตียง วางนางลงกลางเตียง เขาจัดท่าจัดทางนางดีแล้วก็ขยับเอวจ้วงแทงนางต่อ หลิวฟางอิ่งหวีดร้อง “อ้า…อี้…”

ตั้งแต่เขาแทงเข้ามาในตัวนาง เขาก็ยังไม่ยอมถอนทวนทองออกไปเลย คล้ายกับว่าเขาชอบที่จะอยู่ในตัวนางอย่างนี้จนไม่อยากถอนออกอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นแหละ หยางซีถิงได้แทงแล้วก็ไม่อยากถอนออกมาเลย รูนางทั้งอุ่นทั้งนุ่มลื่น ทั้งบีบรัดจนเขาเสียวแล้วเสียวอีก เขาชอบความรู้สึกที่ได้อยู่ในตัวนางอย่างนี้มาก!

เขากระหน่ำทิ่มแทงนางจนนางถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไปอีกหลายหน เขาจึงได้ถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าครั้งที่ 2

หลิวฟางอิ่งเหนื่อยล้าจนผล็อยหลับไป หยางซีถิงอยากแทงต่อ แต่พอเห็นนางหลับไปแล้วเขาจึงได้แต่จำใจถอนทวนทองออกมาอย่างเสียดาย เขานอนลงข้างนาง สอดแขนเข้าไปใต้คอนางแล้วพลิกนางให้นอนกอดเขา หลิวฟางอิ่งงัวเงียกอดก่ายเขาแล้วหลับต่อ หยางซีถิงจึงหลับตาลงนอนพัก ช่วงนี้อากาศยังไม่หนาว เขากับนางเปลือยกายนอนกอดกันไม่ห่มผ้าจึงไม่เป็นไร ในสมองของเขาก่อนที่จะหลับก็คิดถึงท่วงท่าต่างๆ เอาไว้ในใจ ทั้งท่าลิงอุ้มแตง ท่ากวางเหลียวหลัง ท่าสุนัข ฯลฯ และท่าอื่นๆ อีกมากมายที่ผุดขึ้นมาในหัวเขา คอยดูซิ เขาจะทำทุกท่ากับนางให้หมดเชียว!

หลิวฟางอิ่งหลับไปโดยไม่รู้เลยว่าสามีกำลังคิดอะไรอยู่ หากนางรู้ นางคงหวั่นกลัวจนหนาวสะท้านแน่แท้

จนสาย หลิวฟางอิ่งจึงได้ตื่นขึ้นมา นางมองเห็นแสงสว่างที่ลอดชายคาเข้ามาก็ตกใจ นี่ข้าตื่นสายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

นางจึงขยับลุกขึ้น ทำให้หยางซีถิงตื่นขึ้นมา มือเขากอดเอวนางหมับ แล้วพลิกตัวขึ้นคร่อมนาง หลิวฟางอิ่งรีบยันอกเขาไว้ “ท่านพี่ สายมากแล้ว หากว่ายังไม่แต่งตัวอีก ท่านแม่คงรอนานนะเจ้าคะ”

“รอก็รอไปซิ ท่านแม่ย่อมเข้าใจข้า” หยางซีถิงบอกอย่างเอาแต่ใจ เขาเพิ่งจะแต่งงานหลังจากที่อยู่เปลี่ยวร้างมาหลายปี ดังนั้นเขาจึงคิดจะตักตวงความสุขให้หนำใจเสียหน่อย หากว่าเกิดสงครามขึ้นมา เขาก็ต้องออกไปรบ ต้องอยู่ห่างจากนางไปอีกนาน ดังนั้นในช่วงเวลาที่ทุกอย่างยังสงบสุขอยู่ เขาจึงคิดตักตวงความสุขให้มากๆ ขึ้นหน่อย

“แต่ว่า อื้อ…” หลิวฟางอิ่งพูดยังไม่ทันจบก็ถูกเขาจับขาอ้าออกแล้วแทงเข้ามาแล้ว นางเรียกเขา “ท่านพี่”

“เงียบ” หยางซีถิงดุ หลิวฟางอิ่งจึงไม่อาจพูดอะไรได้อีก ได้แต่ปล่อยให้เขาทิ่มแทงไป นางเม้มปากกลั้นเสียงคราง แต่ก็กลั้นไม่อยู่ “อื้อ…ท่านพี่…อื้อ…”

“อูว…เจ้ากัดข้าแน่นนัก” หยางซีถิงกระหน่ำทิ่มแทงจนนางถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไปหลายครั้ง จนดวงตะวันส่องขึ้นสู่กลางฟ้าเขาจึงได้หยุดแทงนาง “โอววววว…”

เขาหลั่งสายธารไว้ในกายนางแล้วจึงถอนทวนทองออกมา หลิวฟางอิ่งนอนหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่บนเตียง เนื้อตัวนางเต็มไปด้วยรอยสีแดงอันเกิดจากการขบดูดของเขา เขามองนางครู่หนึ่งแล้วข่มใจเอาไว้ หากไม่ใช่เพราะว่าท่านแม่รออนุยกน้ำชาคารวะ เขาคงจับนางทิ่มแทงต่อไม่ยอมปล่อยนางไปง่ายๆ หรอก เขาลุกขึ้นสวมเสื้อตัวในแล้วเดินออกไปตะโกนเรียกบ่าวให้ยกน้ำร้อนเข้ามา

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว หยางซีถิงจึงได้ประคองอนุหลิวไปยกน้ำชาคารวะแม่สามี

ณ เรือนของจูลี่ถิง จูลี่ถิงกำลังนั่งรออย่างเดือดดาลยิ่งนัก จนตะวันตรงศีรษะแล้วอนุหลิวก็ยังไม่มายกน้ำชาคารวะนางเลย ทำให้นางโมโหจนหน้าตาบึ้งตึงไปหมด เมื่อสาวใช้มารายงานว่า “นายท่านกับอนุหลิวมาแล้วเจ้าค่ะ”

จูลี่ถิงจึงมองไปที่ประตูเขม็ง ครั้นเห็นลูกชายประคองอนุหลิวเดินเข้ามา ท่าทางนางอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ทำให้จูลี่ถิงยิ่งโมโหมากกว่าเดิม นางจึงตวาดว่า “ช่างไม่รู้ธรรมเนียมเอาเสียเลย! สมแล้วที่เป็นสตรีจากตระกูลเล็กๆ จึงได้อบรมบุตรีได้แย่ยิ่ง”

“ท่านแม่อย่าได้โมโหไปเลย เป็นข้าต่างหากที่รั้งนางไว้ นางอยากจะมายกน้ำชาให้ท่านแม่ตั้งแต่เช้าแล้วขอรับ” หยางซีถิงออกหน้าแทน จูลี่ถิงจึงค้อนลูกชายทีหนึ่ง “ฮึ!”

“สะใภ้ขออภัยท่านแม่เจ้าค่ะ” หลิวฟางอิ่งรีบคุกเข่าขอโทษ นางมาคารวะยกน้ำชาให้แม่สามีสายมาก เป็นความผิดของนางอย่างแท้จริง จูลี่ถิงมองลูกสะใภ้อย่างไม่ชอบใจทีหนึ่ง คิดในใจว่าต้องเป็นเพราะนางเอาแต่ยั่วยวนลูกชายของนางแน่แท้ ไม่เช่นนั้นลูกชายนางจะยอมรับนางเป็นอนุรึ เข้ามาอยู่ในจวนแล้วก็ยังไม่ทำตัวดีๆ อีก!

“ท่านแม่ เป็นความผิดข้าเอง ท่านอย่าได้โมโหไปเลย” หยางซีถิงรีบเข้าไปยกน้ำชาให้มารดา จูลี่ถิงโมโหอย่างไรก็ไม่อาจต่อว่าลูกชายได้ นางจึงได้แต่โทษว่าเป็นความผิดของอนุหลิวนั่นแหละที่คอยยั่วยวนลูกชายนางจนลืมธรรมเนียมไป นางจึงบอกน้ำเสียงแข็งว่า “เอาล่ะๆ รีบๆ ให้นางยกน้ำชาให้ข้า แล้วก็รีบไปได้แล้ว”

หยางซีถิงจึงส่งสายตาให้สาวใช้ สาวใช้ก็ถือถาดไปข้างอนุหลิว หลิวฟางอิ่งจึงรับถ้วยน้ำชามาแล้วคลานเข่าเข้าไปประคองถ้วยน้ำชาคารวะแม่สามี “ท่านแม่ สะใภ้ขอคารวะท่านเจ้าค่ะ”

“ฮึ!” จูลี่ถิงรับน้ำชามาดื่มอึกหนึ่งอย่างเสียไม่ได้ นางวางถ้วยลงแล้วโบกมือไล่ หยางซีถิงจึงประคองอนุหลิวถอยออกไป จูลี่ถิงเห็นท่าทางเดินเหินกะปลกกะเปลี้ยของอนุหลิวแล้วยิ่งโมโหฮึ่มฮั่ม แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้จึงได้แต่ข่มอารมณ์ลงไป

หยางซีถิงประคองอนุหลิวกลับจวนไปแล้วก็นั่งลงกินข้าวร่วมกับนาง หลิวฟางอิ่งก็คอยดูแลสามีไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักนิด ถึงนางจะไม่รักเขา แต่ว่านางก็เป็นอนุของเขาแล้ว คนๆ นี้ก็คือ ‘ฟ้า’ ของนาง เขาหลงใหลนางมากเท่าไหร่ย่อมเป็นเรื่องดีต่อตัวนางเอง ตอนที่นางขอพาลูกสาวมาอยู่ด้วยกัน เขาก็อนุญาตอย่างไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย ซ้ำยังปฏิบัติต่อลูกสาวของนางประหนึ่งเป็นลูกสาวของเขาเอง ข้อนี้ทำให้นางคิดได้ว่าควรจะทำดีกับเขาให้มากๆ เข้าไว้

หลังจากกินอาหารกลางวันอิ่มแล้ว หยางซีถิงก็จับอนุหลิวทิ่มแทงต่อ ตักตวงความสุขจากเรือนกายนาง

นอกเรือนของอนุหลิว เด็กชายอายุ 9 ปีคนหนึ่งกำลังย่องเข้าไปในเรือนของอนุคนใหม่ เขาก็คือบุตรชายของหยางซีถิงนั่นเอง เขาแซ่หยาง ชื่อถิงเฟิง(杨庭峰) เขาไม่ได้พบท่านพ่อดีๆ มาหลายวันแล้ว เพราะช่วงนี้ท่านพ่อมัวแต่ยุ่งง่วนกับการแต่งอนุใหม่เข้าจวน

วันนี้เขาจึงฉวยโอกาสที่แม่นมงีบหลับแอบมาหาท่านพ่อ เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปในเรือน ย่องผ่านลานเรือนและสวนดอกไม้เข้าไปจนใกล้ตัวเรือน เขาได้ยินเสียงอืออาดังมา เขาจึงแอบดู แล้วก็เห็นท่านพ่อยืนเปลือยกายอยู่ข้างหน้าต่าง กำลังกอดรัดสตรีคนหนึ่งซึ่งเปลือยกายเช่นกัน สตรีคนนั้นหันหลังให้ท่านพ่อของเขา นางยืนเกาะขอบหน้าต่าง หน้าตาบิดเบี้ยวเหยเก ส่งเสียงร้องอืออาไม่หยุด ส่วนท่านพ่อของเขาก็กำลังเหมือนกับใช้หน้าท้องตีก้นนางอยู่อย่างไรอย่างนั้น มือท่านพ่อก็บีบเคล้นก้อนเนื้อบนหน้าอกสตรีนางนั้น อีกมือก็กำลังจับอยู่ตรงหน้าท้องสตรีนางนั้น

“เจ้ากัดข้าแน่นเชียวอิ๋งเอ๋อร์” หยางซีถิงเอ่ยพลางเขี่ยเม็ดมณีรัวๆ ยิ่งเขาเขี่ยเม็ดมณี รูอ่อนนุ่มยิ่งรัดทวนทองแน่นติ้ว หลิวฟางอิ่งเสียวจนหูอื้อตาลายแล้ว หยางซีถิงชะงักไปแวบหนึ่งเมื่อจับสัมผัสได้ว่ามีคนอยู่ใกล้ๆ เขามองไปก็เห็นศีรษะเล็กๆ 1 หัว อยู่ในพุ่มไม้ข้างเรือน เขาจำศีรษะนั้นได้ เป็นลูกชายของเขาเอง เขาจึงไม่คิดจะเปิดโปงลูกชายที่แอบเข้ามาในเรือน เขาทิ่มแทงนางต่อพลางบีบเคล้นทรวงอกนางพร้อมกับเขี่ยเม็ดมณีไปด้วย หลิวฟางอิ่งเสียวจนไม่รู้เรื่องราวอะไรทั้งนั้น นางถูกเขาเคี่ยวกรำจนแทบจะขาดใจตายจริงๆ ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ นางถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไปนับไม่ถ้วนแล้ว สามีใหม่ช่างมีพลังเหลือล้นนัก อีกทั้งลีลาเขายังเชี่ยวชาญชำนาญยิ่ง เขาจับต้องตรงไหน นางก็รู้สึกเสียวซ่านไปหมด เนื้อตัวนางไม่มีตรงไหนสักที่ที่พ้นจากมือเขาไปได้ ถูกเขาสำรวจจับต้องลูบคลำจนถ้วนทั่วแล้ว

หยางถิงเฟิงแอบดูอย่างไม่เข้าใจ เขายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจได้ว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร เขารู้แค่ว่าท่านพ่อกำลังยุ่งอยู่กับการ ‘ตี’ อนุคนใหม่ นางคงทำให้ท่านพ่อโมโหจึงถูกลงโทษกระมัง เขาไม่อยากถูกท่านพ่อลงโทษจึงได้ค่อยๆ ย่องออกไป แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ท่านพ่อกำลังลงโทษนาง ไยท่านพ่อจึงทำหน้ามีความสุขปานนั้นกัน ส่วนอนุคนใหม่ก็ดูทรมานจนร้องไม่หยุด นางน่าจะเจ็บมากกระมังที่ถูกท่านพ่อ ‘ตี’ ด้วยหน้าท้อง

เขาย่องออกไปจนพ้นจากเรือนของอนุคนใหม่ มาถึงเรือนข้างๆ อนุคนใหม่ที่บ่าวไพร่เล่าว่าเป็นเรือนของน้องสาวของเขา นางเป็นลูกสาวของอนุคนใหม่ จึงนับว่าเป็นน้องสาวของเขา เขาจึงเดินเข้าไปในเรือนของนาง อยากเห็นหน้าตาน้องสาว ภายในเรือนเงียบสงบ มีสาวใช้กำลังปัดกวาดอยู่ด้านนอก

รุ่ยหลินเห็นเด็กชายคนหนึ่งเข้ามาในเรือน นางจึงหยุดมือที่กำลังเช็ดถู มองเด็กชายคนนั้นอย่างสำรวจตรวจตรา เห็นเขาใส่เสื้อผ้าเนื้อดี หน้าตาละม้ายคล้ายนายท่านเจ็ดแปดส่วน ดูแล้วก็รู้ทันทีเลยว่า นี่คงเป็นคุณชายน้อยกระมัง นางจึงกุมมือคารวะ “คุณชาย”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version