Skip to content
ปกดวงใจไฟซาล

ดวงใจไฟซาล 8

Chapter 8 (18+)เจอเจ้าหญิงทั้ง 2

ฟาซินยานึกแปลกใจที่พี่เลี้ยงไม่มีท่าทีตื่นเต้นกับห้องแสนสวยหรูหรา “ห้องเราไม่สวยเหรอ”

ไผ่หวานหันไปมองเจ้าหญิง “สวยค่ะ ห้องของยัวร์ไฮเนสสวยมากค่ะ”

“แต่คุณไม่เห็นทำท่ากระดี้กระด้าเลยอ่ะ ไม่เห็นเหมือนพวกพี่เลี้ยงคนก่อนๆ เลย” ฟาซินยาพูดพลางเอียงคอมอง

“แล้วพี่เลี้ยงคนก่อนๆ เป็นยังไงคะ” ไผ่หวานถาม

“ก็แบบนี้ไง” แล้วฟาซินยาก็ทำท่าเลียนแบบให้ดู “โอ้! นี่พรมเปอร์เซียใช่ไหมคะ อุ้ยต๊าย…ตาย นั่นแจกันทอง อุ๊ย…นี่ผ้าขนแกะ อุ๊ยตาย…บลาๆๆๆ”

ไผ่หวานหัวเราะคิกๆ

ฟาซินยาหยุดเลียนแบบแล้วก็ตีหน้าขรึม “เราบอกไว้ก่อนนะว่าถ้าคุณคิดจะอยู่นานๆ ล่ะก็…ห้ามเอาเสื้อผ้าของเรามาใส่ ห้ามเอาของๆ เรามาใช้ ห้ามแอบไปนอนเตียงของเรา และที่สำคัญห้ามอ่อยคุณพ่อเด็ดขาด! อ่อ…แต่หน้าตาแบบนี้ถึงอ่อยไปคุณพ่อก็ไม่สนหรอก”

ไผ่หวานพยักหน้ารับรู้ “เยสยัวร์ไฮเนส”

แล้วฟาซินยาก็ชี้ไปที่ประตูระหว่างห้องนี้กับห้องพักพี่เลี้ยง “นั่นห้องของคุณ”

ไผ่หวานพยักหน้า “แต๊งกิ้วยัวร์ไฮเนส”

แล้วเธอก็เดินไปดูห้องพักของตัวเอง

ฟาซินยาเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วก็หยิบโทรศัพท์มาแชทกับเพื่อน

ไผ่หวานเดินดูรอบๆ ห้องพักขนาดเท่ากับห้องคอนโดขนาดกลาง มีห้องรับแขก มีห้องนอน มีห้องน้ำ ข้าวของทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สักพักคนรับใช้ก็ยกกระเป๋าเข้ามา

“คุณคะเปิดกระเป๋าหน่อยค่ะ ฉันจะได้จัดเสื้อผ้าเข้าตู้” คนรับใช้บอก

ไผ่หวานรีบบอกว่า “ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวฉันจัดเองค่ะ ขอบคุณค่ะ”

คนรับใช้พยักหน้ารับแล้วก็ยกกระเป๋าไปวางไว้ให้หน้าตู้เสื้อผ้าแล้วก็เดินออกไป

ไผ่หวานมองตามแล้วก็ถอนหายใจโล่งอก ขืนให้ช่วยจัดของให้เดี๋ยวความก็แตกกันพอดี เธอรีบเดินไปเปิดกระเป๋าจัดเสื้อผ้าข้าวของให้เรียบร้อย ส่วนอุปกรณ์แปลงโฉมก็เก็บไว้ในกล่องใส่เครื่องสำอางใบใหญ่ล็อคกุญแจเอาไว้ เรื่องนี้เธอกับเพื่อนเตรียมการกันมาอย่างดี

หลังจัดของเสร็จแล้วเธอก็เดินออกจากห้องพักเข้าไปในห้องของเจ้าหญิง

ฟาซินยาได้ยินเสียงเดินเข้ามาก็เงยหน้ามองพอเห็นว่าเป็นพี่เลี้ยงก็ชี้ไปทางเคาน์เตอร์เครื่องดื่มพร้อมกับบอกว่า “คุณหยิบช็อกโกแล็ตในตู้เย็นให้เราหน่อยซิ”

“ค่ะ” ไผ่หวานรับคำแล้วก็เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบช็อกโกแล็ตไปให้ “ช็อกโกแล็ตค่ะ”

“ขอบใจ” ฟาซินยาบอกพลางรับกล่องช็อกโกแล็ตไปเปิดหยิบกิน แล้วก็ยื่นให้พี่เลี้ยงอันนึง “อะ…เราให้”

“ขอบคุณค่ะ” ไผ่หวานรับมาถือไว้ยังไม่แกะกิน

“ช็อกโกแล็ตแบรนด์นี้อร่อยมากนะ แพงมากด้วยต้องสั่งมาจากอเมริกาเชียวนะ ลองกินดูซิ” ฟาซินยาบอก

“ค่ะ” ไผ่หวานพยักหน้ารับแกะช็อกโกแล็ตกิน เธอรู้ดีว่าช็อกโกแล็ตแบรนด์นี้แพงขนาดไหน เพราะเธอก็ชอบเหมือนกัน ซึ่งที่เมืองไทยไม่มีขาย เธอต้องสั่งจากอเมริกามาทีละหลายๆ กล่อง แบ่งให้พรพรรณด้วย แต่ก็ไม่ได้กินมากเพราะกลัวอ้วน

“อร่อยใช่ไหมล่ะ” เจ้าหญิงฟาซินยาถาม

“ค่ะ” ไผ่หวานพยักหน้ารับ

“ทำอะไรอยู่เหรอลูก” ไฟซาลเดินเข้ามา

“คุณพ่อทำงานเสร็จแล้วเหรอคะ” ฟาซินยายิ้มดีใจวางไอแพตไว้บนโต๊ะ

ไฟซาลพยักหน้าแล้วก็ถามว่า “เป็นยังไงบ้างล่ะพี่เลี้ยงคนใหม่ ลูกคงไม่ได้แกล้งอะไรเขาใช่ไหม”

“ก็ดีค่ะ แต่คุณพ่อพูดแบบนี้เหมือนว่าหนูเป็นคนเกเรนะคะ” ฟาซินยาย่นจมูกใส่พระบิดา

ไฟซาลยื่นมือไปขยี้ผมลูกอย่างหมั่นเขี้ยว “ลูกน่ะจอมเกเรเลยล่ะ”

“คุณพ่อง่ะ” คนถูกว่างอนค้อนขวับ!

ไผ่หวานเลี่ยงออกไปยืนห่างๆ ปล่อยให้ 2 พ่อลูกมีโอกาสได้คุยกันเป็นส่วนตัว

ไฟซาลเหลือบมองแล้วก็นั่งลงข้างลูกสาวชวนคุยตามประสาพ่อลูก

ส่วนพรพรรณพอไปถึงวัง ซาคินก็ให้คนรับใช้พาเธอไปที่ห้องพัก แล้วเขาก็ชวนลูกไปนั่งคุยกันในสวน

พรพรรณจัดข้าวของๆ ตัวเองเสร็จแล้วก็เดินตามคนรับใช้ไปหาเจ้าหญิง เมื่อไปถึงเธอก็เห็นพ่อลูกกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรส เธอจึงยืนรออยู่ห่างๆ อย่างเงียบๆ

ซาคินคุยกับลูกสารพัดเรื่อง เขาพยายามเติมเต็มในส่วนของผู้เป็นแม่ซึ่งตายจากไปเพราะอุบัติเหตุรถชนเมื่อ 2 ปีก่อนพร้อมกับพี่สะใภ้ ชายาของเขากับพี่สะใภ้เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ทั้ง 2 สนิทกันมาก ไปไหนก็มักจะไปด้วยกันจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุรถตกเขาทำให้ชายาของเขากับพี่สะใภ้รวมทั้งผู้ติดตามเสียชีวิตทั้งหมด เหตุการณ์นั้นสร้างความเสียใจให้แก่ทุกคนโดยเฉพาะเจ้าหญิงทั้ง 2 และผู้เป็นสวามี เขาในฐานะพระบิดาจึงพยายามเติมเต็มความรู้สึกของลูกอย่างเต็มที่ เขาเหลือบเห็นพี่เลี้ยงยืนรออยู่ห่างๆ ก็หันไปกวักมือเรียก “คุณ”

พรพรรณกำลังมอง 2 พ่อลูกเพลินๆ ก็สะดุ้ง หันซ้ายหันขวามองว่าเขาเรียกใคร

“คุณนั่นแหละมิสพินิจนันท์” ซาคินเรียก

พรพรรณค่อยๆ เดินเข้าไปหา หยุดยืนในระยะที่เหมาะสม ไม่ใกล้เกินไปไม่ห่างเกินไป

“เดี๋ยวคุณพาซาคาน่ากลับห้องด้วย” ซาคินสั่งแล้วก็หันไปพูดกับลูกว่า “พ่อต้องไปทำงานนิดหน่อยลูกอยู่กับพี่เลี้ยงดีๆ นะ ห้ามไปทำอะไรเขาละ ถ้าเขาลาออกอีกคนพ่อจะส่งลูกไปอยู่โรงเรียนประจำซะเลย”

“คุณพ่อง่ะ” ซาคาน่าค้อนหน้างออย่างเอาแต่ใจ

ซาคินหอมแก้มลูกแล้วก็ลุกออกไป

ซาคาน่ามองตามพระบิดาไปจนลับตา แล้วเธอก็หันไปมองพี่เลี้ยงคนใหม่ “คุณชื่ออะไรนะ เมื่อกี้เราได้ยินคุณพ่อเรียกอะไรนันๆ”

“พินิจนันท์ค่ะ” พรพรรณตอบ

“ชื่อเล่นล่ะ” ซาคาน่าถามอีก

“พรค่ะ” พรพรรณตอบ

ซาคาน่าทำหน้าเหวอ “พอน!(porn) พอนที่หมายถึงลามกน่ะเหรอ”

พรพรรณส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะเจ้าหญิง พรภาษาไทยหมายถึงคำอวยพรค่ะ ไม่ใช่พอนที่หมายถึงลามกค่ะ เจ้าหญิงเรียกฉันว่าพรรณก็ได้ค่ะ เพื่อนชาวต่างประเทศก็เรียกฉันว่าพรรณกันค่ะ ฉันชื่อพรพรรณค่ะ พินิจนันท์เป็นนามสกุลค่ะ”

ซาคาน่าพยักหน้าเข้าใจ “คุณพรรณ”

แล้วเธอก็ถามว่า “คุณมีเพื่อนชาวต่างประเทศด้วยเหรอ”

“ค่ะ” พรพรรณพยักหน้า

“เป็นคนประเทศไหนเหรอ” ซาคาน่าถามอย่างอยากรู้

“หลายชาติค่ะ ฉันมีเพื่อนชาวต่างประเทศหลายคนค่ะ” พรพรรณตอบพร้อมกับยิ้มให้

ซาคาน่ามองอย่างครุ่นคิดแล้วก็ถามว่า “ถ้างั้นคุณช่วยดูนี่ให้เราหน่อยซิ เราไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร”

แล้วเธอก็หยิบไอแพดมาเปิดจากนั้นก็ส่งไอแพดให้พรพรรณ

พรพรรณขยับเข้าไปรับมาดู หน้าจอเป็นแอพที่ใช้สำหรับแชททั่วๆ ไป แต่ข้อความที่อีกฝ่ายส่งมามีแต่คำพูดเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ทั้งนั้น เธอชะงัก!

“เขาหมายความว่าอะไรเหรอ เราจะถามคนอื่นก็ไม่มีใครรู้ภาษาอังกฤษ เราถามครูภาษาอังกฤษ ครูก็ดุเราแล้วก็ห้ามเราแชทกับเขาอีก” ซาคาน่าถามอย่างใสซื่อ

พรพรรณเกาหัวอย่างลำบากใจ จะพูดยังไงดีล่ะ มองหน้าเจ้าหญิงก็เห็นทำหน้าซื่ออย่างไม่รู้ประสีประสาจริงๆ เธอคุกเข่ากับพื้นหญ้าแล้วก็ยื่นไอแพดไปให้เจ้าหญิงดูด้วยพร้อมกับอธิบายว่า “นี่หมายถึงเขาถึงจุดสุดยอดแล้ว”

ซาคาน่าทำหน้างงๆ “มันคืออะไรเหรอ”

“ก็หมายความว่าเขาแชทไปด้วยแล้วก็กำลังช่วยตัวเองไปด้วยอยู่ยังไงล่ะคะ” พรพรรณบอกพลางทำท่าทางอธิบาย แล้วก็คิดในใจว่าเด็กหนอเด็ก

ซาคาน่าอึ้ง! สักพักก็โกรธจัด “นี่นายคนนี้กล้าดียังไงถึงได้กล้าแชทกับเราแบบนี้น่ะ! ต่ำช้าที่สุด! ยี้!

แล้วเธอก็ฉวยไอแพดไปพิมพ์ข้อความต่อว่าอีกฝ่าย จากนั้นก็บล็อกอีกฝ่ายไปเลย แล้วเธอก็ลุกขึ้นกลับห้องอย่างอารมณ์เสียสุดๆ

พรพรรณรีบเดินตามไปคอยดูแลตามหน้าที่

เมื่อถึงห้องนอน ซาคาน่าก็โทรหาฟาซินยา แล้วก็ระบายความโกรธให้ฟัง

ฟาซินยารับโทรศัพท์พลางรีบลุกออกไปคุยห่างๆ พระบิดา พอคุยเสร็จเธอก็เดินไปนั่งข้างพระบิดา

“มีอะไรรึเปล่า” ไฟซาลถามอย่างอยากรู้

“ไม่มีอะไรค่ะคุณพ่อ ก็แค่ซาคาน่าโทรมาคุยด้วยค่ะ” ฟาซินยาตอบ

ไฟซาลบีบจมูกลูกพร้อมกับดักคอว่า “คงไม่ได้กำลังวางแผนหาเรื่องพี่เลี้ยงกันหรอกนะ”

ฟาซินยาดึงมือพระบิดาออกอย่างงอนๆ “คุณพ่อง่ะ พูดแบบนี้ลูกไม่คุยด้วยแล้ว”

“พ่อขอโทษ” ไฟซาลพูดยิ้มๆ แล้วก็ดึงลูกเข้าไปกอดเอาใจ “เอาล่ะลูกพักผ่อนเถอะนะ พ่อรักลูกนะครับ”

ฟาซินยาหายงอนยิ้มดีใจหอมแก้มพระบิดา “ค่ะคุณพ่อ”

ไฟซาลหอมแก้มลูกตอบแล้วก็ลุกออกไป เขาเดินผ่านไผ่หวานก็สั่งว่า “ดูแลลูกผมให้ดีแล้วผมจะมีโบนัสพิเศษให้”

“ค่ะ” ไผ่หวานรับคำเสียงเรียบ มองตามเขาด้วยสายตาราบเรียบ จนกระทั่งเขาเดินพ้นประตูไปแล้วเธอก็เดินเข้าไปหาเจ้าหญิงฟาซินยา

ฟาซินยาจ้องมองไผ่หวานแล้วก็สั่งว่า “คุณจะไปทำอะไรก็ไปเถอะ เราจะอ่านหนังสือทำการบ้าน”

“ค่ะ” ไผ่หวานรับคำแล้วก็เดินออกจากห้องของเจ้าหญิงไปที่ห้องของตัวเอง ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเข้ามาทำอันตรายเจ้าหญิงได้เพราะหน้าห้องมีสาวใช้เฝ้ายามอยู่หน้าประตู 2 คน แล้วก็ยังมีทหารยืนรักษาการณ์ตามทางเดิน อีกทั้งเจ้าหญิงก็ไม่ใช่เด็กเล็กๆ ที่จะต้องคอยติดตามดูแลตลอดเวลา เด็กวัยรุ่นก็ย่อมจะต้องการเวลาส่วนตัวบ้างเป็นธรรมดา

ฟาซินยามองตามพี่เลี้ยงจนอีกฝ่ายเดินออกจากห้องไปแล้ว จากนั้นเธอก็เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานเปิดโน๊ตบุ๊คทำการบ้าน

ไผ่หวานเดินเข้าห้องพักของตัวเองก็ล็อคประตูห้องแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำไปเปิดน้ำอุ่นใส่อ่าง แล้วเธอก็หันไปถอดวิกผมออก ถอดฟันปลอมออก จัดแจงล้างเมคอัพออก “เฮ้อ…ค่อยสบายตัวหน่อย”

เธอมองดูหน้าตัวเองในกระจกแล้วก็หยิบแปรงสีฟันมาแปรงฟัน จากนั้นก็ล้างหน้าจนสะอาด หันไปดูน้ำเห็นเกือบเต็มอ่างก็เอื้อมมือไปปิด เธอถอดเสื้อผ้าใส่ตะกร้าแล้วก็เดินลงไปนอนแช่น้ำในอ่าง “อ้า…สบายดีจัง”

ณ กรุงเทพฯ กรกนกกำลังไล่เบี้ยลูกน้องอย่างหัวเสีย “มึงทำงานประสาห่*เหวอะไรว่ะ! แค่ผู้หญิงคนเดียวมึงยังปล่อยให้มันหนีรอดไปได้ห๊ะ!”

แล้วเขาก็ตบลูกน้องโคร้ม!

“อุ๊บ!” ลูกน้องหน้าหงายเลือดกบปากเซถลาไปแล้วก็รีบเช็ดเลือดพร้อมกับบอกว่า “ผมขอโทษครับนาย ผมจะรีบเอาตัวมันมาให้นายให้เร็วที่สุดครับ”

“จนป่านนี้แล้วมึงยังหาตัวมันไม่เจอเลย มึงคิดว่ามันจะยังอยู่ในกรุงเทพฯ รอให้พวกมึงไปจับมันอีกรึไงไอ้โง่!” กรกนกตวาดใส่ เขาชี้นิ้วกราดอย่างโมโห “ป่านนี้มันคงหนีไปต่างประเทศแล้วแน่ๆ!”

ลูกน้องส่ายหน้า “แต่ผมเช็กพาสปอร์ตกับพวกตม. แล้วนะครับนาย มันยังไม่ได้ออกนอกประเทศครับนาย”

“แล้วมึงจะยืนบื้อหาอะไรว่ะ มึงก็รีบไปหาตัวมันเข้าซิโว๊ย!” กรกนกตวาดลั่น!

“ครับนาย” ลูกน้องรีบเผ่นออกไปอย่างไม่ต้องรอให้สั่งซ้ำ

กรกนกมองลูกน้องอย่างอารมณ์เสียแล้วก็หันไปคว้าแก้วเหล้ายกดื่มแก้โมโห จากนั้นก็เดินเข้าห้องนอนไป

ภายในห้องนอนมีผู้หญิงคนหนึ่งถูกมัดขึงพืดอยู่บนเตียง ไร้เสื้อผ้าปกปิดเรือนกาย ปากถูกผ้ามัดปิดปาก พอเห็นกรกนกเดินเข้ามาก็ได้แต่ส่งเสียงอู้อี้น้ำตาไหลพราก

กรกนกยิ้มกริ่มเดินขึ้นเตียงไปคร่อมหญิงสาว เขาก้มลงบีบคางเรียวเล็กอย่างสะใจ “เป็นไงล่ะมึงทำเชิดใส่กูดีนัก! วันนี้กูจะเอามึงให้สะใจเลย”

มือใหญ่ตะปบทรวงอกนุ่มบีบเค้นอย่างเมามัน

“อื้อ!ๆ” ร่างเล็กสะดุ้งดิ้นหนีส่งเสียงอู้อี้น้ำตาไหลพราก

กรกนกก้มลงดูดทรวงอกอีกข้างอย่างหิวกระหาย

ร่างเล็กดิ้นพล่านอย่างรู้สึกเจ็บ

กรกนกทั้งดูดทั้งขย้ำทรวงนุ่มอย่างมันมือ พอดูดหนำใจแล้วเขาก็ยืดตัวขึ้นปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดๆ ตาก็มองใบหน้าสวยของหญิงสาวอย่างสะใจ

หญิงสาวส่งเสียงอู้อี้ๆ ส่งสายตาวิงวอน

กรกนกถอดเสื้อออกโยนไว้ข้างเตียง แล้วก็ลุกขึ้นยืนถอดกางเกงออกพร้อมทั้งกางเกงใน แก่นกายไซส์มาตรฐานชายไทยก็ดีดผึงโชว์หญิงสาว เขามองหญิงสาวอย่างสะใจแล้วก็ก้มลงคร่อมร่างเล็ก “มึงไม่ต้องทำดีดดิ้นไปหรอก ได้ลองแล้วมึงจะติดใจ”

แล้วเขาก็เลื่อนตัวลงไปจับต้นขาขาวให้ถ่างอ้า เขาจับแก่นกายจ่อกับเนินเนื้อนิ่มแล้วก็ดันพรวด!

หญิงสาวตาเหลือกอย่างเจ็บปวด ถึงแม้จะเคยมีแฟนมาแล้วแต่การถูกกระทำโดยที่ร่างกายไม่พร้อมก็ทำให้เธอเจ็บจุกจนร้องลั่น แต่เสียงก็ลอดผ่านผ้าไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น “อื้อ! อื้อ!”

ร่างเพรียวดันแก่นกายเข้าออกอย่างเมามัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version