Skip to content
ศิษย์ร้ายแกล้งรัก

ศิษย์ร้ายแกล้งรัก 5

Chapter 5 (18+)ขืนใจ

หลังจากกินอิ่มแล้ว เฉินรุ่ยฟางก็ลุกไปนั่งบนที่นอนที่ปูเอาไว้แล้ว นางอยากอาบน้ำแต่ว่าที่นี่ไม่มีแหล่งน้ำ เฉินจิ้งเสียนจึงบอกว่า “อาจารย์ขอรับ ถ้าอย่างไรท่านเช็ดตัวก่อนเถอะขอรับ ข้าจะออกไปด้านนอกสักพัก เมื่อท่านเสร็จแล้วค่อยเรียกข้านะขอรับ”

“อืม” เฉินรุ่ยฟางพยักหน้า ศิษย์ของนางช่างเอาใจใส่เสียจริง ช่างแสนดีอะไรอย่างนี้!

นางเห็นเขาเดินลับตาไปแล้ว นางจึงจัดแจงเช็ดตัว หลังจากเช็ดตัวเสร็จแล้วนางจึงร้องเรียกเขา “จิ้งเสียน”

เฉินจิ้งเสียนเดินกลับเข้าไปในถ้ำ กะเวลาดูแล้ว นี่ก็น่าจะได้เวลาที่โอสถออกฤทธิ์แล้วกระมัง เขาเดินเข้าไปแล้วนั่งลงบนที่นอนของตัวเอง นั่งมองไปทางอาจารย์แวบหนึ่ง จากนั้นก็ล้มตัวลงนอน เฉินรุ่ยฟางก็นอนลงไป นางหลับตาลงด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที เดินเกือบทั้งวัน จะไม่เหนื่อยได้อย่างไร แต่ว่านางกลับหลับไม่ลง ความรู้สึกบางอย่างมันรุมเร้าอยู่ในอก รู้สึกว่าเนื้อตัวมันร้อนรุ่มพิกล นางพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมา

ยิ่งนานความรู้สึกร้อนรุ่มก็ยิ่งปะทุหนักขึ้น ปะทุขึ้นมาเสียจนนางแทบครองสติไม่อยู่ นางรู้ว่านางอยากลุกไปแล้วขึ้นคร่อมบุรุษสักคน ปลดปล่อยความรู้สึกรุ่มร้อนที่มันรุมเร้านางออกไปให้หมด แต่ว่านางกลับไม่ยินยอมที่จะกระทำอย่างนั้น

ทำไม่ได้นะ! ข้ายังไม่ได้แต่งงาน ข้าจะเสียพรหมจรรย์ไปไม่ได้เด็ดขาด! ไม่เช่นนั้นหากแต่งงานไปแล้ว หากสามีรู้ว่าข้าเคยผ่านมือบุรุษมาก่อน ข้าจะถูกเขาดูถูกเหยียดหยาม! ไม่! ไม่! ข้าจะทำแบบนั้นไม่ได้! ท่ามกลางสติอันเลือนรางนางพร่ำเตือนสติตัวเองด้วยความตั้งใจแน่วแน่! ต่อให้ต้องตาย นางก็จะไม่ยอมเสียพรหมจรรย์ไปก่อนที่จะได้แต่งงานแน่นอน!

มารดานางเคยพร่ำสอนนักหนา ‘เป็นสตรีพึงสงวนรักษาพรหมจรรย์ หากเสียพรหมจรรย์ไปก่อนแต่งงานแล้ว บุรุษที่เจ้าแต่งงานด้วยย่อมดูถูกเจ้า ไม่ให้เกียรติเจ้า เพราะเขาคิดว่าเจ้าไม่ต่างจากหญิงหม้ายแม้แต่น้อย หากดูถูกดูแคลนหนักหนากว่านั้น ก็คือเจ้าเปรียบเหมือนนางคณิกานั่นประไร! ดอกไม้งามที่ถูกผู้อื่นเชยชมแล้ว ใครเล่าอยากจะหยิบไปใส่แจกันทอง เฝ้าถนอมรักษาอีก’

นางไม่อยากมีสภาพเฉกเช่นหญิงหม้ายหรือนางคณิกา!

ในห้วงความคิดของนาง ใบหน้าบุรุษที่นางอยากขึ้นคร่อมมอบพรหมจรรย์ให้เขาลอยขึ้นมาแวบหนึ่ง เป็นใบหน้าคุณชายเหอผู้นั้น!

นางต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ แค่เขามอบของให้หน่อยก็หลงใหลเขาเสียแล้วงั้นรึ!

ภาพเขาลอยวนขึ้นมา นับตั้งแต่นางพบเขานอนเจ็บอยู่ในหลุมลึก ภาพที่นางล้มอยู่บนตัวเขา นางประคองเขาขึ้นมา สีหน้าของเขาที่พยายามอดทนต่อความเจ็บปวดขณะก้าวเดิน เขาเจ็บแผลแทบตายกลับไม่ร้องคร่ำครวญสักคำ ช่างเป็นบุรุษใจแข็งเหลือเกิน!

สีหน้าเขาตอนที่พยายามดึงรั้งอาภรณ์กับเหล่าอาจารย์ทั้งหลาย ในความคิดนางในตอนนั้นช่างดูตลกยิ่ง หน้าตาเขาในตอนนั้นราวกับสตรีตัวน้อยที่ถูกบุรุษทั้งหลายรุมขืนใจอย่างไรอย่างนั้น เขาที่เป็นบุรุษกลับไม่ยอมถูกคนเปลื้องผ้า แม้แต่เรือนกายท่อนบนก็ไม่ยอมให้ใครชมดูได้ง่ายๆ ช่างแตกต่างจากบุรุษอื่นที่แค่ร้อนนิดๆ หน่อยๆ ก็เปลือยท่อนบน ไม่สวมใส่เสื้อ สีหน้าเขาในตอนนั้นประทับอยู่ในใจนางยากจะลืมเลือนจริงๆ ช่วงเวลานั้นนางรู้สึกอยากเป็นบุรุษแล้วเข้าไปดึงทึ้งอาภรณ์เขาออกให้สิ้นแล้วขืนใจเขาจนกว่าเขาจะร้องครวญครางอยู่ใต้ร่างนาง ช่างเป็นความรู้สึกที่ทำให้นางในตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองต้องบ้าไปแล้วกระมัง สงสัยนางฟังเรื่องเล่าจากโรงน้ำชามากไปแน่ๆ ถึงได้มีความคิดเช่นนั้นได้

นางกอดตัวเอง ขดงอราวกับกุ้งต้มสุก นางจะกระทำตัวเหมือนหญิงร่านไม่ได้!

เฉินจิ้งเสียนนอนลงแอบหรี่ตามองอาจารย์ตลอดเวลา เห็นนางเริ่มมีอาการกระสับกระส่ายเขาก็ยิ้มมุมปากอย่างสมใจ อีกประเดี๋ยวนางต้องพุ่งมาทางเขาแน่นอน เขาจะขัดขืนนางนิดๆ หน่อยๆ รอให้นางร้องขออ้อนวอน แต่ว่าเขามองอยู่นาน รอจนเขารู้สึกโมโหแล้ว เหตุใดนางยังไม่พุ่งมาอีกเล่า!?

นางนอนกระสับกระส่ายอยู่ตรงนั้น ไม่มีท่าทีว่าจะพุ่งมาหาเขาแม้แต่น้อย หรือว่าฤทธิ์โอสถต่ำเกินไป นางจึงไม่สิ้นสติสัมปะชัญญะ แต่ว่าโอสถระดับปฐพีก็เพียงพอสำหรับเทพระดับต่ำแล้วนี่นา อีกทั้งโอสถเม็ดนั้นในน้ำชานางก็ดื่มน้ำชากานั้นลงไปจนหมดคนเดียว!

เท่ากับว่านางได้กินโอสถเข้าไป 1 เม็ดแล้ว โอสถ 1 เม็ดก็น่าจะเพียงพอแล้ว!

ลุกมาซินางตัวดี ลุกมาขอร้องอ้อนวอนข้าซิ!

เขาหรี่ตามองอยู่นาน ก็ไม่เห็นนางจะลุกมาหาเขาแม้แต่น้อย เช่นนั้นเขาเป็นฝ่ายไปหานางก็ได้ อย่างไรตอนนี้นางก็น่าจะไร้เรี่ยวแรงขัดขืนแล้วกระมัง เมื่อคิดแล้วเขาจึงลืมตาขึ้น ลุกขึ้นนั่ง แล้วลุกไปหานาง เอ่ยถามน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยว่า “อาจารย์ขอรับ ท่านเป็นอะไรขอรับ?”

เฉินรุ่ยฟางได้ยินเสียงเขาก็ลืมตามองเขา ความรู้สึกรุ่มร้อนที่รุมเร้านางยิ่งปะทุจนนางแทบจะขาดสติเสียให้ได้ นี่นางต้องการบุรุษถึงขนาดนี้เชียวรึ!

เฉินจิ้งเสียนยื่นมือไปแตะแขนนาง “อาจารย์ขอรับ ท่านนอนตัวงอเช่นนี้เป็นเพราะปวดท้องหรือขอรับ?”

เฉินรุ่ยฟางกัดริมฝีปากแน่น พลิกตัวกลิ้งหนีมือเขา แล้วเอ่ยเสียงสั่นพร่าว่า “เจ้า…อย่าแตะ..ต้องข้า ข้า…ข้าไม่…เป็น…ไร”

นางขดตัวงอแน่น สองแขนกอดเข่าตัวเองที่คู้ขึ้นมา ท่าทางราวกับเด็กทารกที่ขดงออยู่ในครรภ์มารดาอย่างไรอย่างนั้น

เฉินจิ้งเสียนรู้สึกโมโหจนกัดฟันกรอดทีหนึ่ง ฮึ่ม!

เขารอให้นางเป็นฝ่ายลงมือ เขาจะได้มีข้ออ้างว่านางเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เขาจนใจจึงได้กระทำการชั่วช้าลงไป แต่นางที่ท่าทางเป็นเช่นนี้จะไม่ให้เขาโมโหได้อย่างไร!

ได้! เจ้าไม่เริ่ม เช่นนั้นข้าเริ่มก่อนก็ได้ ถึงอย่างไรคืนนี้เจ้าก็ต้องเป็นของข้า!

เขาเฝ้ารอให้นางเริ่มก่อนจนเขาปวดหนึบมาตั้งนานแล้ว หากยังไม่ได้ปลดปล่อยอีก เขานี่แหละที่จะบ้าคลั่งแล้ว!

เขาจึงขยับเข้าไปหา ยื่นมือไปลูบไล้แผ่นหลังที่นอนตะแคงหันหลังให้เขา “อาจารย์ขอรับ ท่านไม่สบายเช่นนี้ข้าเป็นห่วงเหลือเกิน ท่านไม่สบายตรงไหนท่านบอกข้าซิขอรับ ข้าจะช่วยท่านเอง”

ฝ่ามือที่ลูบแผ่นหลังทำให้เฉินรุ่ยฟางแทบขาดสติ นางสะดุ้งลุกพรวดพุ่งไปข้างหน้า อยากหนีให้ห่างฝ่ามือนั้นเหลือเกิน! จะให้เขาแตะต้องตัวนางไม่ได้ ไม่เช่นนั้น สติที่ยังหลงเหลืออยู่น้อยนิดนี่ต้องพังทลายแน่นอน!

เฉินจิ้งเสียนตกใจที่นางพุ่งหนีเขา หรือว่านางจะรู้แล้วว่าข้าเล่นเล่ห์กับนาง!

เฉินรุ่ยฟางพุ่งเข้าไปในถ้ำลึกขึ้น นางพุ่งไปจนติดผนังถ้ำแล้วนั่งลงคู้ตัวอยู่ตรงนั้น นางไร้เรี่ยวแรงจนแม้แต่จะบี้มดยังทำไม่ได้เลย

เฉินจิ้งเสียนเห็นนางคู้ตัวอยู่ตรงนั้นก็ลุกไปหานาง ยื่นมือไปจับไหล่นางยึดเอาไว้ “อาจารย์ขอรับ ท่านไม่สบายตรงไหนท่านบอกข้าซิขอรับ ท่านเป็นแบบนี้ข้าร้อนใจจะตายแล้ว”

“อย่า…” เฉินรุ่ยฟางเอียงตัวหนีมือเขา ราวกับว่ามือเขาเป็นถ่านร้อนอย่างไรอย่างนั้น เฉินจิ้งเสียนขบฟันกรอดๆ ฮึ่ม! นางตัวดีนี่ยังมีสติอยู่อีก!

เขาแทบบ้าคลั่งแล้ว หากยังไม่ได้ปลดปล่อยอีก เขาจะบ้าแล้วจริงๆ!

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจแล้ว ใครจะเริ่มก่อนก็ไม่สำคัญแล้ว ถึงอย่างไรคืนนี้นางก็ต้องเป็นของข้า!

เขายื่นมือไปช้อนอุ้มนางขึ้นมา เฉินรุ่ยฟางไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านขัดขืน นางเอ่ยเสียงสั่นพร่า “อย่า…เจ้าอย่า…”

เฉินจิ้งเสียนขบกรามกรอดๆ ฮึ่ม! โอสถระดับปฐพีฤทธิ์ต่ำเกินไปแน่นอน!

“คุณชาย…เหอ…” เฉินรุ่ยฟางเอ่ยเสียงสั่นพร่า ทำให้เฉินจิ้งเสียนหูผึ่ง “อาจารย์ขอรับ ท่านเรียกหาคุณชายเหอหรือ?”

“…เหอ…ช่วย…ด้วย…” เฉินรุ่ยฟางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอีก นางครองสติไม่ได้แล้ว แต่ในความรู้สึกลึกๆ นางกลับเรียกหาคนที่นางคิดถึง เฉินจิ้งเสียนก้มลงมองคนในอ้อมแขน อยู่กับข้ายังกล้าเรียกหาชายอื่นอีกรึ!

เขาวางนางลงบนที่นอนแล้วทาบตัวทับเหนือร่างนาง จับสองมือของนางที่ปัดป่ายสะเปะสะปะรวบไว้ด้วยมือข้างหนึ่งกดเอาไว้ อีกมือก็ดึงทึ้งอาภรณ์นางออกจากตัว เฉินรุ่ยฟางดิ้นหนีอย่างอ่อนแรง ส่งเสียงแผ่วเบา “คุณ…ชายเหอ…ช่วย…ด้วย…”

เฉินจิ้งเสียนได้ยินเช่นนั้นก็โมโหจนหน้าดำเหมือนก้นหม้อแล้ว สตรีที่เขาหมายปองกลับเรียกหาชายอื่น จะไม่ให้โมโหได้อย่างไร!

เขาจึงฉีกทึ้งอาภรณ์บนตัวนาง แคว๊ก…แคว๊ก…

“อย่า…ช่วย…ด้วย…” เฉินรุ่ยฟางร้องเสียงเบาหวิว จิตใต้สำนึกของนางต่อต้านโดยไม่รู้ตัว แต่นางไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้เลย นางในตอนนี้ราวกับปลาบนเขียงที่รอถูกแล่อย่างไรอย่างนั้น!

เฉินจิ้งเสียนฉีกทึ้งอาภรณ์บนตัวนางออกจนหมดแล้วก็รีบยันตัวขึ้นแก้อาภรณ์บนกายตัวเองออกอย่างเร่งรีบ อึดใจต่อมาเขาก็เปลือยกายคร่อมอยู่บนตัวนาง องคชาติแข็งตั้งพร้อมทะลวงมาตั้งนานแล้ว ดังนั้นเขาจึงรีบเบียดแทรกหว่างขานางแล้วกดองคชาติเข้าไปในหลืบรูอ่อนนุ่ม

“อื้อ…อย่า…” เฉินรุ่ยฟางดิ้นหนีอย่างไร้สติ เฉินจิ้งเสียนจึงกระทุ้งแรงๆ จนส่วนหัวสามารถผลุบเข้าไปในรูอ่อนนุ่มได้แล้ว เมื่อเข้าไปได้เล็กน้อยแล้วเขาจึงกดแรงๆ ดันเข้าไปจนฉีกพรหมจรรย์ขาดออก ปึด!

“อื้อ…เจ็บ…” เฉินรุ่ยฟางดิ้นหนีอย่างไร้เรี่ยวแรง เฉินจิ้งเสียนไม่สนใจว่านางจะเป็นอย่างไร ยามนี้เขาแค่อยากตอกกระแทกกระทุ้งให้หนำใจเท่านั้น ดังนั้นเอวเขาจึงขยับกระทุ้งอย่างไม่ปรานีปราศรัย ปักๆๆๆๆ…

“ฮื้อ…เจ็บ…เจ็บ อย่า…เจ็บ…” เฉินรุ่ยฟางร้องเสียงเบา นางไม่มีแรงจะขัดขืน ถูกเขากระทำอย่างไรได้แต่รับไว้เท่านั้น

“อา…ดีเหลือเกิน…อู…” เฉินจิ้งเสียนครางอย่างพอใจ กระทุ้งกระแทกทะลวงรูอ่อนนุ่มไม่หยุด “โอ…อือ…”

เขาครางเสียงดังอย่างไม่หวั่นกลัวว่าใครจะมาได้ยินเข้า ที่นี่มีเพียงแค่เขากับนาง ดังนั้นจะครางเสียงดังอย่างไรก็มีแต่สัตว์ป่าเท่านั้นที่ได้ยิน

จนกระทั่งเขาสุขสมแล้วจึงครางเสียงดังยาวออกมา “โอ…”

เขาหลั่งธารน้ำแล้วจึงพลิกตัวลงนอนข้างๆ นาง เฉินรุ่ยฟางก็พลิกตัวตะแคงหันหลังให้อย่างไม่รู้ตัว อึดใจต่อมานางก็หลับใหล เฉินจิ้งเสียนก็หลับเช่นกัน เขาเหนื่อยและสุขสมจนนอนหลับสนิทยิ่ง ราวกับได้นอนอยู่ในปุยเมฆอย่างไรอย่างนั้น

เช้าตรู่ นกส่งเสียงร้องออกหากิน เฉินรุ่ยฟางสะดุ้งตื่นขึ้นมา นางขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ก้มมองดูตัวเองที่เปลือยกายไร้อาภรณ์ สีหน้าของนางเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้นางจำได้ แม้ว่าจะมีบางช่วงเลือนรางไปบ้าง แต่นางก็ยังคงจดจำได้ทั้งหมด ทำให้นางทั้งตกใจ เสียใจ ตื่นตระหนก…

เมื่อนางมองไปก็เห็นเรือนกายบุรุษนอนอยู่ข้างๆ นางรีบดึงสายตากลับมาอย่างตกใจยิ่ง ครู่ต่อมานางก็เหลือบมองอีกครั้ง ใบหน้านั้นเป็นลูกศิษย์คนเดียวของนาง เขานอนหงายเปลือยกายอยู่ นางเห็นเรือนกายเขาหมดแล้ว เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างที่บุรุษพึงมี เพียงแต่ว่าหน้าตาของเขาหากจะเทียบกับบุรุษหล่อเหลาแล้วยังห่างไกล เขามีหน้าตาสามัญ รูปร่างเพรียว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เป็นที่หมายปองของสตรีสักเท่าไหร่

นางเป็นถึงอาจารย์หลอมโอสถ ศึกษาตำรามาไม่น้อย จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น นางไม่ได้ดื่มกินของที่ผิดแผกไปจากปกติแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงตัดความเป็นไปได้ที่นางจะถูกพิษจากพืชหรืออะไรอย่างอื่นออกไปได้เลย มีเพียงแค่นางถูกบางสิ่งบางอย่างกระตุ้นจนนางเกิดอารมณ์รุ่มร้อน สิ่งที่นางคิดถึงก็คือกำยานปลุกกำหนัด หรือไม่ก็โอสถสวาท!

เมื่อวานนี้นางก็ไม่ได้กลิ่นกำยานปลุกกำหนัดแต่อย่างใด เหลือก็แต่โอสถสวาทแล้ว แต่นางกินไปตอนไหน? กินไปได้อย่างไร? ดังนั้นต้นเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้น คำตอบก็คือศิษย์คนดีของนางเป็นคนกระทำแน่นอน!

ย่อมเป็นเขาแอบใส่โอสถในอาหารให้นางกินแน่แท้!

นางคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน สิ่งใดที่นางกิน เขาก็กินเหมือนกับนาง ถ้านางกินโอสถสวาทเข้าไป เขาก็น่าจะกินเข้าไปด้วยกระมัง

คิดไปคิดมา นางจึงยื่นมือไปแตะชีพจรของเขา นางตรวจอยู่สักพักก็ดึงมือกลับมา ร่างกายเขาไม่หลงเหลือฤทธิ์โอสถสวาท เช่นนั้นก็หมายความว่านางกินเข้าไปคนเดียวซินะ นางกินเข้าไป เขาไม่ได้กิน

นางคิดๆ อีกครู่แล้วก็จำได้ว่าน้ำชากานั้น นางดื่มคนเดียว เจ้าศิษย์คนดีของนางไม่ได้ดื่มด้วย เช่นนั้นก็หมายความว่าในน้ำชากานั้นย่อมมีโอสถสวาทใส่ไว้แน่นอน!

ศิษย์คนดีของนางทำแบบนี้กับนางได้อย่างไร!?

นางเป็นอาจารย์ของเขา เขาเป็นศิษย์ของนาง แม้ว่าความรักระหว่างศิษย์อาจารย์จะไม่ถือเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ว่านางไม่ได้รักชอบเขา เพียงเอ็นดูเขาในฐานะที่เขาเป็นศิษย์ของนางเท่านั้น แต่เขากลับเล่นเล่ห์กับนาง หลอกให้นางกินโอสถสวาทเข้าไปแล้วขืนใจนาง ความผิดนี้ต่อให้นางฆ่าเขาตายก็สมควรแล้ว แต่ว่านางก็ฆ่าเขาไม่ลง ถึงอย่างไรเขาก็เป็นศิษย์ที่นางสั่งสอนออกมา ศิษย์ทำผิด ย่อมเป็นเพราะอาจารย์สั่งสอนไม่ดี ดังนั้นนางจึงมีความผิดในโทษฐานที่ไม่สั่งสอนเขาให้ดีๆ

ครั้นคิดถึงวันวานในอดีต เขามองนางอย่างสเน่หา นางก็ควรจะบอกกล่าวให้ชัดเจนว่านางเห็นเขาเป็นศิษย์เท่านั้น ไม่ได้คิดเกินเลยกับเขาในเชิงชู้สาว แต่นางก็ไม่ได้บอกกล่าวออกไป เพราะนางเขินอายเกินไปนั่นเอง จู่ๆ ก็มีบุรุษมาเกี้ยวพา นางจึงทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะรับมืออย่างไร บัดนี้เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมจนนางเป็นของเขาแล้ว นางจะทำอย่างไรดี? โกรธเขา ไล่เขาออกจากการเป็นศิษย์? หรือว่าปล่อยผ่านทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น?

สายลมพัดเข้ามา ทำให้นางรู้สึกหนาว นางจึงลุกขึ้นแล้วเอาอาภรณ์ชุดใหม่ออกมาจากถุงคุนเฉียนที่ตกรวมอยู่กับอาภรณ์ที่ฉีกขาด เห็นอาภรณ์ฉีกขาดนางก็มองอย่างจนใจ นางหยิบอาภรณ์ชุดใหม่ออกมาสวมใส่ ตอนที่นางสวมอาภรณ์เสร็จแล้วเฉินจิ้งเสียนก็ตื่นขึ้นมาพอดี เขามองไปทางข้างกายตัวเอง เห็นข้างกายว่างเปล่าจึงได้มองไปรอบๆ ก็เห็นอาจารย์ยืนอยู่ห่างออกไป นางสวมอาภรณ์แล้ว เขาจึงรีบลุกขึ้นก้าวไปหานาง “อาจารย์”

เฉินรุ่ยฟางมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ทำให้เฉินจิ้งเสียนชะงักไป นางโกรธหรือ?

ย่อมโกรธแน่นอน ดูจากสีหน้านางแล้ว นางคงคาดเดาอะไรๆ ได้แล้วกระมัง ต่อให้จะเป็นคนโง่เพียงใดก็ย่อมเดาออก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเกิดได้อย่างไร อีกทั้งนางยังเป็นอาจารย์หลอมโอสถ อ่านตำรามามาก มีหรือจะเดาเรื่องโอสถสวาทไม่ได้ ดังนั้นทางเดียวที่จะทำให้นางหายโกรธได้นั่นคือเขายอมรับผิดเสีย เขาจึงคุกเข่าลงดังตึง! เอ่ยเสียงแผ่วว่า “อาจารย์ขอรับ ข้าผิดไปแล้ว ท่านจะฆ่าจะแกงข้าอย่างไรก็ได้ขอรับ”

เฉินรุ่ยฟางมองเขา นางโกรธจริงๆ โกรธที่เขากล้าใช้โอสถสวาทกับนาง วาจาที่กล่าวออกไปจึงเย็นเยียบไม่น้อย “เจ้าทำผิดมหันต์นัก”

เฉินจิ้งเสียนคลานเข่าไปหานางแล้วกอดขานางเอาไว้ บีบน้ำตาออกมา “อาจารย์ เป็นข้าไม่ดี ข้ารักท่าน ข้าจึงทำเช่นนี้ ท่านจะฆ่าจะแกงข้าอย่างไรก็ลงมือเถิดขอรับ ตายด้วยมือท่านข้ายินดี”

“เจ้า…เจ้า…” เฉินรุ่ยฟางด่าไม่ออก จะด่าว่า ‘เจ้าศิษย์ชั่ว’ ก็เท่ากับนางด่าตัวเองด้วย ศิษย์ชั่วเพราะอาจารย์สั่งสอนไม่ดี ดังนั้นนางย่อมเป็นอาจารย์ชั่วไปด้วย

ร่างกายเปลือยเปล่าที่กำลังกอดขานางทำให้นางรู้สึกกระอักกระอ่วนยิ่งนัก นางจึงผลักเขาออก สั่งน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจ้าใส่อาภรณ์ก่อน”

“ขอรับ” เฉินจิ้งเสียนขานรับเสียงเบาเหมือนรู้สึกผิดเต็มประดา แต่ในใจเขาไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเลย ทุกสิ่งที่เขาทำในตอนนี้ล้วนเป็นการเสแสร้งทั้งสิ้น เขาอยากจับนางกดลงไปแล้วกระทุ้งกระแทกให้หนำใจอีกครั้งด้วยซ้ำ แต่ว่าหากเขากระทำเช่นนั้น นางย่อมโกรธจนไม่ให้อภัยเขาแน่นอน ทางเดียวที่จะทำให้นางหายโกรธได้คือโอนอ่อนตามนาง ยอมรับผิด แล้วพยายามเอาอกเอาใจนางให้มากๆ หน่อย เขาปล่อยมือออกแล้วถอยไปหยิบอาภรณ์ขึ้นมาสวมใส่

เฉินรุ่ยฟางหันหลังไปไม่อยากมองแม้แต่นิดเดียว เฉินจิ้งเสียนใส่อาภรณ์เสร็จแล้วก็ฉวยโอกาสที่นางยืนหันหลัง เข้าไปสวมกอดจากด้านหลังเอาไว้

“อ่ะ!” เฉินรุ่ยฟางตกใจ นางดึงมือเขาออก แต่เขากอดแน่นมาก ทั้งยังกล่าวว่า “อาจารย์ ข้าผิดไปแล้ว แต่ว่าข้ารักท่านมาก ข้ารักท่านจนทนไม่ไหว ข้าจะแต่งท่านเข้าบ้าน แม้ว่าบ้านข้าไม่ร่ำรวยแต่ว่าข้าจะดูแลท่านให้ดีที่สุดขอรับ อาจารย์ท่านให้อภัยข้าได้ไหมขอรับ? หากท่านไม่ให้อภัยข้าท่านก็ฆ่าข้าเสียเถิดขอรับ ฆ่าข้าแล้วท่านก็ช่วยเผาข้าแล้วนำเถ้ากระดูกของข้าไปมอบให้ท่านพ่อท่านแม่ข้าด้วย ฝากบอกพวกท่านด้วยว่าลูกอกตัญญูไม่อาจดูแลพวกท่านได้แล้ว”

เฉินรุ่ยฟางอึ้งงันไป นางไม่เคยคิดจะฆ่าแกงใครมาก่อน จะให้นางฆ่าเขา นางทำไม่ได้จริงๆ

“อาจารย์ ข้ารักท่าน ข้ารักท่าน…” เฉินจิ้งเสียนพร่ำพูดอย่างรู้สึกผิด กอดรัดนางเอาไว้อยู่อย่างนั้น

“เจ้าปล่อยข้า” เฉินรุ่ยฟางบอกน้ำเสียงเย็นชา เฉินจิ้งเสียนซบใบหน้าลงบนไหล่นาง เอ่ยว่า “ข้ารักท่าน มีแต่ข้าตายแล้วเท่านั้นข้าถึงจะยอมปล่อยท่าน”

น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน เฉินรุ่ยฟางแม้ไม่รักชอบเขาแต่นางก็เอ็นดูเขาไม่น้อย จะให้นางฆ่าเขาได้อย่างไร นางทำไม่ลง ซ้ำไม่เคยคิดด้วย นางจึงได้แต่บอกเสียงแข็งว่า “ปล่อยข้า”

“ข้าไม่ปล่อย ข้าไม่ปล่อยท่านหรอก ข้ารักท่าน ชั่วชีวิตนี้ข้ารักท่านคนเดียว ท่านไม่ให้อภัยข้าท่านก็ฆ่าข้าเสียเลย แต่ท่านจำไว้ว่าข้ารักท่าน ข้ารักท่านคนเดียว ข้าอยากอยู่กับท่านไปจนผมขาวไปด้วยกัน มองดูลูกๆ หลานๆ ของพวกเราเติบโต” เฉินจิ้งเสียนพร่ำพูดพลางซุกหน้ากับซอกคอหอมกรุ่น เฉินรุ่ยฟางแกะมือเขาออก แต่เขาดื้อดึงรัดนางแน่นยิ่งนัก หากจะแกะให้หลุด คงมีแค่นางต้องหักแขนเขาเสีย

“อาจารย์ ข้ารักท่าน ท่านแต่งกับข้านะขอรับ ข้ารักท่านคนเดียว ข้าสาบานว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่แต่งอนุ จะไม่มีบ่าวอุ่นเตียง จะมีเพียงท่านคนเดียว” เฉินจิ้งเสียนพร่ำบอกพลางซุกไซ้ซอกคอไปด้วย เฉินรุ่ยฟางถูกกอดรัดจนทำอะไรไม่ถูก นางอยากแกะเขาออกแต่ความตั้งใจของนางก็ไม่ค่อยแน่วแน่เหมือนเดิมแล้ว อาจเป็นเพราะนางเป็นของเขาแล้ว ความรู้สึกต่อต้านอะไรก็เลือนหายไปบ้างแล้ว เป็นดังคำที่ว่า ‘สตรีตกเป็นของชายใดแล้วย่อมมีใจให้ชายผู้นั้นไปโดยปริยาย’ คำกล่าวนี้กล่าวได้ไม่ผิดนัก ใจนางที่เคยต่อต้านก็เริ่มอ่อนไหวแล้ว อีกทั้งเขาไม่เพียงกอดรัดเฉยๆ เท่านั้น มือไม้ยังปัดป่ายถูกส่วนอ่อนนุ่มคล้ายไม่ได้ตั้งใจอยู่บ่อยครั้ง ทำให้นางรู้สึกขนอ่อนลุกชัน ไออุ่นจากคนข้างหลังคล้ายจะทำให้นางรู้สึกร้อนรุ่มอย่างต้านทานไม่อยู่

เฉินจิ้งเสียนยิ้มมุมปาก แกล้งปัดมือผ่านส่วนอ่อนนุ่มบ่อยๆ จนรู้สึกได้เลยว่าขนอ่อนที่ลำคอนางลุกชัน เขาจึงยิ่งซุกไซ้ลำคอนางหนักขึ้นเรื่อยๆ คำพูดพร่ำรักหายไปเหลือเพียงการกระทำที่รุกเร้าหนักขึ้นเรื่อยๆ จากลำคอก็เลื่อนไปจูบใบหู จากนั้นก็พวงแก้ม

“ฮื้อ…อย่า…” เฉินรุ่ยฟางส่งเสียงห้ามเสียงสั่นพร่า เอียงหน้าหนี มือก็พยายามแกะมือเขาออกอย่างไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงเท่าไหร่ เฉินจิ้งเสียนจึงซุกซบลำคอนาง ขบเม้มเลียดูด ริมฝีปากค่อยๆ เลื่อนลงไปจนถึงไหล่ สาบเสื้อร่นลงไปอยู่ที่ต้นแขนแล้ว เขาแก้สายคาดเอวของนางออกโดยที่นางไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว พลางแหวกสาบเสื้อออกจนเอี๊ยมบังทรงโผล่ออกมา เขาสอดมือเข้าไปในเอี๊ยมบังทรง บีบขยำก้อนเนื้ออ่อนนุ่ม

“อ้า…เจ้าหยุด!” เฉินรุ่ยฟางร้องห้ามเสียงแหลม นางถอยหลังหนีทำให้แผ่นหลังของนางเบียดกับแผงอกเขา เฉินจิ้งเสียนหรือจะหยุด เขายิ่งลูบไล้ขบเม้มหวังเร้าอารมณ์นางให้ลุกโชน สองมือบีบคลึงก้อนเนื้ออ่อนนุ่ม บางคราวก็หยอกเย้ายอดทรวงจนเฉินรุ่ยฟางขนลุกชันไปทั้งร่างแล้ว “ฮื้อ…จะ…เจ้า…หยุด…”

ได้ยินนางห้ามเสียงสั่นไหว เฉินจิ้งเสียนจึงเลื่อนมือลงต่ำล้วงเข้าไปในกระโปรงนาง บีบคลึงกลีบเนื้ออ่อนนุ่ม ทำให้เฉินรุ่ยฟางตกใจดิ้นหนี “เจ้าหยุดนะ! อย่าจับ! อ้า!”

นิ้วยาวผลุบเข้าไปในกลีบอ่อนนุ่ม ถูไถจนนางดีดดิ้นราวกับปลาหนีมือ ยิ่งนางดิ้นเรือนกายอ่อนนุ่มก็ยิ่งเบียดชิดกับเขา ทำให้องคชาติของเขาแข็งตุงขึ้นมาแล้ว เขาจึงขยับเอวเบียดเสียดกับก้นของนางทำให้ใบหน้านางแดงเถือก ร้องห้ามเสียงสั่น “จะ…เจ้าหยุด…ยะ…อย่าทำ…บะ…แบบนี้…อื้อ…”

นิ้วยาวหยอกเย้ากลางกลีบอ่อนนุ่มทำให้เฉินรุ่ยฟางตัวอ่อนระทดระทวย นางขาอ่อนแรงยืนแทบไม่ไหวแล้ว หากไม่ใช่ว่าถูกเขากอดรัดอยู่นางคงทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว เฉินจิ้งเสียนรู้สึกว่ามือตัวเองเปียกชื้นก็แทรกนิ้วเข้าไปในรูอ่อนนุ่ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version