Chapter 10 นั่งเฝ้า 24 ชั่วโมง (2)
“ไปทานอาหารซะ” เขาสั่งเสียงดุ
เลขาได้แต่มองเจ้านายอย่างงงๆ
ไผ่หวานเงยหน้ามองเขา “ขอบคุณค่ะ”
แล้วก็ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ
ไฟซาลนึกฉุน! เขาก้มลงคว้าแขนเธอดึงให้ลุกขึ้น “ไปทานอาหาร ผมสั่งไม่ได้ยินรึไง”
“อุ้ย!” ไผ่หวานสะดุ้งรีบบิดแขนออก แล้วก็บอกหน้าตายว่า “ได้ยินค่ะ แต่ฉันยังอ่านหนังสือไม่จบค่ะ”
ไฟซาลทำหน้าดุ ดึงหนังสือออกจากมือเธอ “เดี๋ยวค่อยมาอ่านต่อก็ได้ ไปทานอาหารซะ”
“เฮ้! คุณ!” ไผ่หวานหน้างอจ้องหน้าเขาเขม็ง เธอไม่ชอบให้ใครมาออกคำสั่งกับเธอ
ไฟซาลจ้องหน้าเธอพลางเก็บหนังสือเข้าชั้นแล้วบางอย่างก็แว๊บขึ้นมา เขาเหยียดยิ้มนิดนึงอย่างนึกขำ “เอ…หรือว่าต้องให้หอมแก้มเหมือนเพื่อนคุณก่อนรึไงคุณถึงจะยอมทำตามที่ผมสั่งน่ะ”
ไผ่หวานอึ้ง! “เฮ้…อย่านะคุณ!”
เธอผงะถอยห่างจนติดชั้นวางหนังสือ
ไฟซาลขำจนเกือบหัวเราะออกมา เขารีบยืดตัวขึ้นเบือนหน้าไปสั่งเลขาว่า “อามินจัดโต๊ะ 3 ที่แล้วนายก็มานั่งทานข้าวด้วยกันซะเลย”
เลขามองเจ้านายอย่างงงๆ แล้วก็เดินไปจัดโต๊ะตามคำสั่ง
ไฟซาลหันไปดึงแขนพี่เลี้ยง “เชิญ”
ไผ่หวานจ้องเขาตาขุ่น “ปล่อยค่ะ”
ไฟซาลปล่อยมือแล้วก็เดินไปนั่งที่หัวโต๊ะแล้วเขาก็หันไปพูดกับเธอว่า “มานั่งซิ”
ไผ่หวานเดินหน้างอไปนั่งที่เก้าอี้ เลขาก็ช่วยขยับเก้าอี้ให้ตามมารยาท
“ขอบคุณค่ะ” ไผ่หวานหันไปยิ้มให้เลขา
ไฟซาลมองอย่างไม่ค่อยพอใจที่เธอยิ้มให้ผู้ชายคนอื่น
แล้วเลขาก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
ไฟซาลตักอาหารใส่จานตัวเองแล้วก็ตักให้เลขาด้วยจากนั้นเขาก็ตักให้พี่เลี้ยง
“ขอบคุณครับ” / “ขอบคุณค่ะ” เลขากับไผ่หวานพูดเกือบจะพร้อมๆ กัน
“เอ้า ทาน แล้วจะได้รีบไปทำงานต่อให้เสร็จ” ไฟซาลบอกแล้วก็เริ่มทานอาหาร
เลขากับไผ่หวานจึงลงมือทานอาหาร
เมื่อไฟซาลทานอาหารเสร็จแล้วเขาก็ลุกไปนั่งทำงานต่อ
เลขาเหลือบมองเจ้านายแล้วก็พูดกับพี่เลี้ยงว่า “ท่านเป็นห่วงคุณนะครับถึงได้ยอมมานั่งทานอาหารแบบนี้น่ะ ปกติแล้วท่านไม่ค่อยทานหรอกครับถ้างานยังกองเต็มโต๊ะแบบนั้นน่ะครับ”
ไผ่หวานหันไปมองเจ้านายแล้วก็ถามเลขาว่า “มีงานอะไรพอให้ฉันช่วยทำบ้างคะ”
“ไม่มีหรอกครับ เอกสารเป็นภาษาเปวาสทั้งนั้น อีกอย่างถ้าท่านไม่อนุญาตให้คุณช่วยไม่ได้หรอกครับ” เลขาบอกแล้วก็รวบช้อนเก็บ
ไผ่หวานยิ้มให้เขาแล้วก็รวบช้อนบ้าง
เลขาเช็ดปากแล้วก็ลุกไปทำงานต่อ
ไผ่หวานเก็บจานซ้อนกัน
“คุณไม่ต้องเก็บหรอก เดี๋ยวเขาก็เข้ามาเก็บเอง” เลขาบอกพลางทำงานไปด้วย
ไผ่หวานหันไปยิ้มให้เขาแล้วก็เก็บจานเก็บแก้ววางให้เป็นระเบียบ จากนั้นเธอก็เดินไปหยิบหนังสือมานั่งอ่าน
ไฟซาลเหลือบมองเธอแล้วก็ก้มหน้าทำงานต่อ
เลขาก็ลอบมองเจ้านายอย่างสังเกตท่าทาง
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ พอเหลือบมองอีกทีคนนั่งเฝ้าก็นั่งหลับพิงชั้นหนังสือไปซะแล้ว
“อ้าว…” ไฟซาลดันแฟ้มออกลุกไปยืนดูเธอ
“ถ้าเป็นเวลาตามประเทศไทยก็ดึกมากแล้วครับ” เลขาบอกลอยๆ
ไฟซาลยิ้มขำ ย่อตัวลงมองดูเธอใกล้ๆ “ยังไม่ทันไรเลยหลับไปซะแล้ว”
“เธอคงจะเหนื่อยมั้งครับ นั่งเครื่องมาตั้งนานแล้วเวลาที่นี่ยังช้ากว่าที่ประเทศไทยอีก เธอคงยังปรับตัวไม่ได้น่ะครับ” เลขาออกตัวแทนแล้วก็บอกว่า “เดี๋ยวผมให้คนพาเธอไปนอนที่ห้องดีกว่าครับ”
“ไม่ต้อง” ไฟซาลบอกเสียงเข้มแล้วก็พูดว่า “ในเมื่อเธอท้าจะเฝ้าผม 24 ชั่วโมงก็ให้เธอเฝ้าไปให้ครบเวลา”
เลขามองอย่างไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราว “แล้วท่านจะปล่อยให้เธอนอนอยู่อย่างนี้เหรอครับ”
“นายไปเอาผ้าห่มมาซิ” ไฟซาลสั่ง
“ครับ” เลขารับคำแล้วก็เดินออกไป
พอเลขาออกไปแล้วไฟซาลก็ค่อยๆ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างเบามือกลัวเธอจะตื่น เขามองหน้าเธอแล้วก็พึมพำว่า “ตัวเบาจัง หนักถึงร้อยปอน์ดรึเปล่าเนี่ย”
แล้วเขาก็อุ้มเธอไปนอนที่โซฟา กลิ่นหอมอ่อนๆ แตะจมูกพาให้ใจหวั่นไหว
ไผ่หวานหลับสนิทเพราะเพลียจากการเดินทาง
ไฟซาลวางเธอบนโซฟาแล้วก็หยิบหมอนอิงไปสอดหนุนหัวให้เธอ เขามองดูใบหน้าซึ่งไม่ได้ใส่แว่นพลางคิดว่า เธอไม่ใส่แว่นดูดีกว่าเยอะ เขาจ้องหน้าเธอเหมือนถูกดึงดูด นี่ถ้าฟันไม่เหยินไม่ตกกระ เธอคงจะเป็นผู้หญิงที่หน้าตาดีคนหนึ่ง เขาเดาจากโครงหน้าเรียว
เลขากลับเข้ามาพร้อมผ้าห่ม
ไฟซาลรีบถอยห่างแล้วก็ทำสีหน้าเรียบเฉย
เลขาเห็นพี่เลี้ยงนอนอยู่ที่โซฟาก็คิดว่าเจ้านายคงให้คนมาอุ้มเธอล่ะมั้ง เขาเดินเข้าไปคลี่ผ้าห่มคลุมให้เธอ
ไฟซาลเดินไปนั่งทำงานต่อ เลขาก็เดินไปทำงานต่อเช่นกัน
ทั้ง 2 ทำงานไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเลขาแอบหาวถี่ขึ้นเรื่อยๆ ไฟซาลเห็นเข้าก็บอกว่า “นายไปนอนเถอะอามิน นี่ก็ดึกมากแล้ว”
“ไม่เป็นไรครับ” เลขาบอกแล้วก็หาวหวอดๆ
“ไปเถอะ เดี๋ยวผมอ่านนี่เสร็จก็จะไปนอนแล้วล่ะ” ไฟซาลบอกพร้อมกับปิดปากหาวสีหน้าอ่อนล้า
เลขาหันไปมองพี่เลี้ยงของเจ้าหญิงแล้วก็หันไปถามเจ้านายว่า “แล้วมิสล่ะครับ”
ไฟซาลมองแล้วก็บอกว่า “ปล่อยให้นอนอยู่อย่างนั้นแหละ นายไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อ มาสายหน่อยก็ได้ผมอนุญาต ชดเชยที่วันนี้ใช้งานนายซะดึกเลย”
“ครับ ขอบคุณครับ” เลขารับคำแล้วก็ถือแฟ้มไปเก็บเข้าชั้น พอเก็บเสร็จเขาก็หันไปพูดกับเจ้านายว่า “กู้ดไนท์ครับ”
ไฟซาลยิ้มให้แล้วก็ก้มหน้าอ่านเอกสารต่อ
เลขาเดินออกไปพลางหาวไปด้วย นี่ดีนะว่าเจ้านายให้เขาพักในวังด้วย ไม่งั้นล่ะก็กว่าจะขับรถถึงบ้านคงได้เผลอหลับในขับรถลงข้างทางแน่
พออ่านสัญญาฉบับนี้เสร็จไฟซาลก็เลื่อนแฟ้มออก เขาหาวจนน้ำตาไหลแล้วก็หันไปมองพี่เลี้ยงของลูกสาวซึ่งหลับสนิทไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเลย เขาลุกขึ้นเดินไปดูเธอ
ใจอยากจะปลุกให้เธอกลับไปนอนที่ห้อง แต่พอเห็นเธอหลับสนิทแบบนี้ก็ไม่อยากปลุก
ไผ่หวานพลิกตัวตะแคงจนผ้าห่มร่วงลงพื้น ชายกระโปรงร่นเปิดขึ้นไปถึงโคนขา
ไฟซาลตะลึง! เผลอมองเรียวขาสวยอย่างลืมตัว พอตั้งสติได้เขาก็รีบก้มหยิบผ้าห่มคลุมให้ ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นจนแข็งเป็นลำ ให้ตายเถอะ! เขาไม่ได้ห่างร้างลาเรื่องอย่างว่าเลยนะจะได้อดอยากปากแห้งถึงขนาดแค่เห็นเรือนร่างผู้หญิงเข้าหน่อยเป็นต้องกระสันอยากแบบนี้ สวยๆ กว่าผู้หญิงคนนี้เขาก็ผ่านมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่ทำไมเขาจะต้องรู้สึกกับผู้หญิงคนนี้ด้วย หน้าตาก็ขี้เหร่สุดๆ
“นอนไปเลยนะแก” เขาสั่งน้องชายกลางลำตัวแล้วก็หมุนตัวเดินไปเปิดประตูระหว่างห้องทำงานกับห้องนอนรีบเดินเข้าห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว เขาปิดประตูแล้วก็ยืนสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เดินไปถอดเสื้อผ้าลงแช่น้ำอุ่นในอ่างจากุสซี่
พอแช่น้ำจนสบายตัวแล้วเขาก็ลุกไปอาบน้ำจากนั้นก็เดินไปหยิบชุดนอนมาใส่แล้วก็เดินไปขึ้นเตียงนอนหลับพักผ่อน
ส่วนฟาซินยาพอทำการบ้านเสร็จก็ลุกไปนั่งทานข้าว ถามถึงคุณพ่อก็ได้คำตอบว่ากำลังทำงานอยู่ เธอจึงนั่งทานข้าวคนเดียว
หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วเธอก็ลุกไปนั่งแชทกับเพื่อนๆ ตามประสาวัยรุ่นติดเพื่อน
หลังจากแชทกับเพื่อนจนดึกเธอก็ไปอาบน้ำเข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า
ส่วนทางด้านพรพรรณก็คอยดูแลเจ้าหญิงซาคาน่าตามหน้าที่เป็นอย่างดี จริงๆ แล้วหน้าที่พี่เลี้ยงก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรทำง่ายกว่าเป็นเลขาให้ไผ่หวานซะด้วยซ้ำ ไม่ต้องเตรียมเอกสารการประชุม ไม่ต้องทำนัดหมาย แค่คอยดูแลรับใช้ งานง่ายแบบนี้ก็สบายเธอเลยซิ ส่วนเจ้าชายซาคินก็ไม่ได้มาวุ่นวายอย่างที่นึกกลัว เธอก็ยิ่งโล่งใจ ระหว่างที่ดูแลเจ้าหญิง เธอก็แชทกับเพื่อนไปด้วย
“แกอยู่ไหนย่ะไอ้พร ฉันจะบ้าตายอยู่แล้วเนี่ย” ไลน์จากเพื่อนที่บริษัทฯถามเข้ามา
พรพรรณก็พิมพ์ตอบไปว่า “กำลังทำงานย่ะ”
“งานไรย่ะแก”
“พี่เลี้ยงเด็ก”
“เมื่อไหร่แกกลับคุณไผ่จะกลับมาซะทีย่ะ แกรู้ไหมว่าตอนนี้งานรวนไปหมดแล้ว ท่านประธานก็อารมณ์ไม่ดี ยัยนภาก็วางก้ามใหญ่โตจิกหัวพวกฉันจนพวกฉันอยากจะลาออกตามแกมั่งแล้วนะยะ”
“เฮ้ย อย่านะโว้ย แกช่วยอดทนทำงานเพื่อคุณไผ่หน่อยเถอะนะ ถ้าแกออกไปแล้วใครจะเป็นหูเป็นตาให้คุณไผ่ล่ะแก”
“เออ ยังไม่ออกหรอกแก แค่บ่นไปงั้นแหละ แต่ฉันละอยากแช่งชักหักกระดูกให้ยัยนภามันตกบันไดแท้งลูกไปซะวันละหลายๆ หนจะได้เลิกเชิดซะที”
“บาปนะนั่น แค่คิดก็บาปแล้วแก”
“แล้วแกกับคุณไผ่ตอนนี้อยู่ไหนเหรอ”
“อยู่ในที่ๆ ปลอดภัย แกไม่ต้องห่วงหรอก แกคอยสอดส่องเป็นหูเป็นตาไว้นะ ถ้ามีไรไม่ชอบมาพากลก็รีบบอกฉันได้เลย”
“ได้เพื่อน นี่นายกรนรกนั่นก็มาหาท่านประธานอีกแล้ว รับอาสาหาคุณไผ่ซะด้วย ฉันแอบได้ยิน แถมท่านประธานก็เห็นดีเห็นงามไปซะได้ ไม่รู้ว่ามันไปอมของเสน่ห์อะไรมาพูดกันนะถึงได้ทำให้ท่านประธานเห็นผีเปรตเป็นเทพบุตรไปได้”
“แกก็ระวังตัวอย่าให้ยัยนภามันจับได้ล่ะว่าแกเป็นสายให้พวกฉันอยู่น่ะ ไม่งั้นมันบีบแกออกแน่”
“ไม่มีทางซะหรอก มือชั้นนี้แล้วรับรองว่ามันตามฉันไม่ทันหรอกแก”
“ก็ระวังตัวด้วย ขอบใจมากนะเพื่อนเลิฟ”
“แกก็เตือนคุณไผ่ให้ระวังตัวด้วยล่ะ คนของนายนรกนั่นมันยังมาป้วนเปี้ยนแถวๆ บริษัทฯอยู่เลย”
“แกไม่ต้องห่วงหรอก ฉันกับคุณไผ่อยู่ในที่ๆ พวกมันคิดไม่ถึง ต่อให้พวกมันพลิกแผ่นดินหาก็ไม่มีทางเจอหรอก แค่นี้ก่อนนะแกฉันต้องทำงานแล้วล่ะ”
“เออ รักษาตัวด้วย”
จากนั้นพรพรรณก็เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วก็ลุกไปหาเจ้าหญิง
“คุณไปทานข้าวเป็นเพื่อนเราหน่อยซิ คุณพ่อไม่ว่างปล่อยเราทานข้าวคนเดียวอีกแล้ว” ซาคาน่าบอกแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องทานอาหาร
พรพรรณพยักหน้าแล้วก็เดินตามไป
หลังทานอาหารเสร็จแล้วซาคาน่าก็ไปอาบน้ำเข้านอน หลังจากนั้นพรพรรณก็กลับห้องพักของตัวเองอาบน้ำแล้วก็เข้านอนอย่างอ่อนล้า ก็นั่งเครื่องซะนานแถมยังต้องเริ่มทำงานเลย งานไม่ได้หนักหนาอะไรมาก แต่เวลาที่แตกต่างจากเมืองไทยก็ทำให้ร่างกายเธอรวนๆ ไปเหมือนกัน พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย
ส่วนซาคินพอทำงานเสร็จเขาก็แว๊บไปดูลูกสาวก่อนเข้านอน พอเห็นลูกหลับสนิทเขาก็เดินกลับห้องอย่างโล่งใจ ก็หวังว่าพี่เลี้ยงคนใหม่คงจะอยู่ทนๆ นะ พอนึกถึงพี่เลี้ยงคนใหม่เขาก็เผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว เขาเดินกลับห้องอย่างอารมณ์ดีที่ยังไม่มีวี่แววว่าลูกสาวจะก่อปัญหากลั่นแกล้งพี่เลี้ยงเหมือนที่ผ่านๆ มา
พี่เลี้ยงทุกคนที่เขารับเข้ามาทำงาน วุฒิขั้นต่ำจะต้องจบปริญญาตรี พูดภาษาอังกฤษได้ กริยามารยาทเรียบร้อย หน้าตาดี แต่ก็เพราะความหน้าตาดีนี่แหละที่ทำให้พี่เลี้ยงทุกคนอยู่ไม่ได้สักคน ไหนจะปุ๊บปับก็แต่งงานไป ข้อสำคัญก็คือทนเจ้าหญิงกลั่นแกล้งไม่ไหวจนต้องขอลาออกกันเป็นว่าเล่น
ครั้นพอฟาซินยาล็อคสเป็คว่าพี่เลี้ยงต้องหน้าตาขี้เหร่เป็นคนไทยทำให้พี่ชายของเขาต้องถ่อไปรับสมัครถึงประเทศไทยด้วยตัวเอง เขาจึงพ่วงภาระให้หาพี่เลี้ยงให้ลูกสาวเขาด้วยอีกคน เผื่อว่าจะอยู่ทนๆ บ้างล่ะนะ ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าซาคาน่าจะไม่ออกฤทธิ์ออกเดชอะไรกับพี่เลี้ยงคนใหม่ให้เขาต้องเหนื่อยใจอีก
เช้ามืด ทั้งไผ่หวานและพรพรรณต่างก็ตื่นตั้งแต่ตีสี่เพราะร่างกายยังไม่ชินกับเวลาของที่นี่ซึ่งช้ากว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง ปกติพวกเธอตื่นประมาณ 6 โมงเช้าพอเทียบเวลาตามเมืองไทยทำให้พวกเธอตื่นเร็วกว่าเวลาของที่นี่ไป 2 ชั่วโมง
พรพรรณตื่นมาปุ๊บก็รีบอาบน้ำแต่งตัวแปลงโฉมไว้เลย ใส่วิกแต่งหน้าใส่แว่นก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ไอ้ที่น่ารำคาญสุดๆ นี่ก็เป็นฟันปลอมนี่แหละที่ทำให้เธอรำคาญสุดๆ รู้งี้เธอไม่ให้พี่ติงลี่แปลงโฉมให้ฟันเหยินหรอกจะได้ไม่ต้องรำคาญฟันปลอมนี่ ต้องคอยระวังไม่ให้หลุดจนเธอหงุดหงิด
