วันที่เริ่มเขียน 24 มิถุนายน 2569
ผีโหดโดดดึ๋งดึ๋ง
Chapter 1 รายการท้าผี
ณ สุสาน สถานที่ซึ่งไม่มีใครอยากย่างกรายไปเดินในยามค่ำคืน มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังขุดหลุมศพ
“เปิดโลง” ผู้เป็นหัวหน้าทีมสั่งคนงาน คนงานจึงใช้ชะแลงงัดฝาโลงศพไม้เนื้อแข็งอย่างดีออก พวกเขาช่วยกันงัดแงะไม่กี่ทีฝาโลงที่หนักอึ้งก็เปิดออก หัวหน้าทีมก้าวไปที่โลงศพ มองดูศพคนตายในโลงแล้วหยิบหลอดแก้วเปิดฝาเทของเหลวใส่ปากศพที่คนงานกำลังง้างปากให้อ้าออก เมื่อเทของเหลวลงไปหมดแล้วเขาก็พยักหน้าแล้วถอยหลังไป คนงานก็ถอยหลังไปเช่นกัน พวกเขาช่วยกันยกฝาโลงศพขึ้นปิดโลงดังเดิม จากนั้นก็โกยดินปิดหลุมศพ หลังจากกลบหลุมศพแล้วพวกเขาก็จากไป สุสานกลับมาเงียบสงัดดังเดิม
ณ บริษัท World Entertain ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำรายการ ‘ท้าผี’ ผู้กำกับสมประสงค์ กำลังนั่งสั่งงานลูกน้องทั้งหลาย
“นัดดาราทุกคนหมดแล้วนะ?” สมประสงค์ถาม ดาวประดับพยักหน้า “นัดหมดแล้วพี่สม”
“ดี” สมประสงค์ แล้วเขาก็หันไปมองลูกน้องคนอื่นๆ ทีมกล้องก็บอกว่า “กล้องพร้อมถ่ายทุกตัวครับพี่”
“ผีก็พร้อมเหมือนเดิมพี่”
“ดีๆ งั้นก็กลับเถอะ พรุ่งนี้เจอกัน” สมประสงค์พยักหน้าพลางยิ้มให้ลูกน้องทุกคน จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับบ้านไปพักผ่อน
วันต่อมา รายการท้าผีก็เดินทางไปยังสุสาน ทีมงานเตรียมความพร้อมในการถ่ายทำรายการ ดารารับเชิญที่เชิญมาร่วมงานก็มากันพร้อมแล้ว สมประสงค์ตรวจความพร้อม เห็นว่าเรียบร้อยทุกอย่างจึงสั่ง “เปิดกล้อง!”
แสงไฟฉายสว่างขึ้น ปวีร์ ซึ่งเป็นดารารับเชิญยืนคู่กับสโรชา ทั้งสองยิ้มให้กล้อง สโรชาพูดก่อนว่า “สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการท้าผีค่ะ”
“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการท้าผีครับ วันนี้พวกเราจะมาท้าผีที่สุสาน……….ครับ” ปวีร์พูดจบ สโรชาก็พูดว่า “บรรยากาศที่นี่น่ากลัวมากเลยค่ะ ชานี่ขนลุกเลยค่ะ”
“ตามมาครับ พวกเราจะพาทุกคนไปท้าผีด้วยกันครับ” ปวีร์พูดพลางเดินนำไป พลันเสียงหมาหอนก็ดังขึ้น “โบร๋ววว…”
“ว๊าย” สโรชาร้องอย่างตกใจ เธอขยับตัวเกาะแขนปวีร์ทันที
“แค่หมาหอนน่ะ” หมอปราบ ซึ่งเป็นหมอดูชื่อดังบอกพลางพยักเพยิด “ไปกันเถอะ”
“แค่หมาหอน” ปวีร์ตบๆ มือสโรชาเบาๆ สโรชาปล่อยมือจากแขนปวีร์แล้วเดินตามหมอปราบไป ถ้าไม่ใช่เพราะว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานเข้ามา ให้ตายเธอก็ไม่มีทางรับงานรายการนี้แน่นอน ส่วนปวีร์เป็นดาราหน้าใหม่ที่อยากดัง เขาจึงรับงานรายการนี้เพื่อสร้างกระแสให้ตัวเอง
ทีมงานเดินตามไปอย่างเงียบๆ หมอปราบเดินนำหน้าพลางเหล่มองผู้กำกับแวบหนึ่ง ผู้กำกับส่งสัญญาณให้ลูกน้อง ลูกน้องก็ส่งสัญญาณต่อ ทีมงานอีกส่วนที่ซ่อนตัวอยู่ก็เปิดเครื่องเสียง ทำให้มีเสียงนกฮูกร้องดังขึ้น “ฮูกๆ ฮูกๆ…”
“ว๊าย!” สโรชาตกใจ เธอขยับเข้าใกล้ปวีร์พลางเกาะแขนเขาอีกครั้ง ปวีร์ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ เขาเพียงตบๆ มือเธอเบาๆ “เสียงนกน่ะ”
เงาสีขาววิ่งผ่านหน้าแวบๆ สโรชากรีดร้อง “ว๊าย!”
เธอโผกอดปวีร์แน่น ซุกหน้ากับอกเขา “ผีๆ!”
“ไหนๆ” หมอปราบถาม เขาหันมองรอบๆ ตัวพลางส่องไฟฉายไป แต่เงาสีขาวก้มหลบอยู่หลังป้ายสุสานไปแล้ว ทำให้เมื่อแสงไฟฉายส่องไปไม่พบอะไรเลยนอกจากป้ายสุสาน เมื่อไม่เห็นสิ่งใด เขาจึงบอก “ไปต่อเถอะ”
สโรชาขยับออกห่าง แต่มือยังเกาะแขนปวีร์แน่น แม้จะรู้ว่าเป็นแค่เรื่องหลอกๆ แต่เธอก็ยังตกใจกลัวอยู่ดี ความตกใจนี้เป็นของจริงเธอไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำเลย
“ไปเถอะ” ปวีร์บอกพลางเดินนำตามหมอปราบไป
ขณะที่รายการท้าผีกำลังถ่ายทำ หลุมศพหนึ่งที่เคยถูกคนขุดเมื่อเดือนก่อนก็มีเสียงดังตึงๆ ศพในโลงศพขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว กำลังใช้ 2 มือกระแทกไปรอบๆ ทุกทิศทาง เสียงดังตึงๆ นี้ ดังไปถึงหูของผู้คนที่กำลังถ่ายรายการอยู่ “หือ?”
“ว๊าย! เสียงอะไรน่ะ!?” สโรชาโผกอดปวีร์อีกครั้ง หมอปราบเดินนำไป “ไป ไปดูกัน”
ทุกคนเดินตามไปจนกระทั่งถึงต้นเสียงของเสียงดังตึงๆ ผู้กำกับคิดว่าเป็นฝีมือทีมงานจึงไม่พูดอะไร หมอปราบก็คิดว่าเป็นฝีมือทีมงานเช่นกัน เขาเดินฟังเสียงดังตึงๆ ที่ดังมาจากใต้เนินดินหลังป้ายสุสานพลางเหล่มองผู้กำกับที่ถึงขนาดเล่นใหญ่เอาคนฝังไว้ใต้ดินเลยเหรอ!?
“ว๊าย ผีๆ ต้องเป็นผีแน่ๆ” สโรชาร้องพลางกอดปวีร์แน่น
“ผีหรือคน ขุดดูก็รู้” หมอปราบบอกพลางพยักเพยิดไปทางผู้กำกับ สมประสงค์จึงสั่งว่า “ขุดดูเถอะ”
“ขุดเหรอครับ?” ทีมงานมองหน้ากันแล้วก็คิดว่านี่ต้องเป็นลูกเล่นเด็ดๆ ของผู้กำกับแน่นอน พวกเขาเชื่อว่าพอขุดแล้วก็จะมีผีโผล่ออกมา แต่ว่าพวกเขาไม่ได้เตรียมพลั่วเตรียมจอบมาเลยนะ! แล้วจะขุดยังไง!? ใช้มือขุดเหรอ!?
สายตาทีมงานมองไปที่ผู้กำกับ สมประสงค์มองทีมงานแล้วสั่งว่า “ขุดซิ”
ในดวงตาเขาก็ถลึงดุแวบหนึ่ง เพราะถ้ายังไม่รีบขุดเดี๋ยวคนที่ถูกฝังไว้จะร้อนตายซะก่อนน่ะซิ
“แต่ว่าไม่มีจอบไม่มีพลั่ว…” มดดำ หนึ่งในทีมงานพูดยังไม่ทันจบ สมประสงค์ก็ตวาดว่า “ก็ไปหามาซิ!”
“อ่า…ครับๆ” มดดำรับคำแล้วเดินจากไป พอดีกับตุ้ยนุ้ยทีมงานอีกคนรีบตามไปพูดกับมดดำว่า “พี่มด ที่รถผมมีจอบมีพลั่ว พอดีวันนี้ไปสวนเลยยังไม่ได้เอาลงน่ะ”
“ไปๆ” มดดำบอก ตุ้ยนุ้ยจึงเดินนำไปพลางฉายไฟฉายส่องทาง ทั้งสองคนเดินคู่กันไป แต่ว่าหากเป็นคนอื่นที่ไม่รู้จักพวกเขาเมื่อได้ยินชื่อเล่นพวกเขาแล้วคงคิดว่าตุ้ยนุ้ยต้องเป็นคนอ้วนๆ นั่นแน่นอน ส่วนคนผอมต้องชื่อมดดำ แต่ความจริงแล้วผิดถนัด มดดำอ้วนเกือบร้อยโล ส่วนตุ้ยนุ้ยผอมแห้งจนเหมือนก้างปลาเดินได้ต่างหาก
เสียงตึงๆ ยังดังอยู่ตลอด สโรชาขยับออกห่างจากปวีร์นิดหนึ่ง ปวีร์มองไปที่เนินหลุมศพพลางเหล่มองผู้กำกับแวบหนึ่ง
เขาคิดในใจว่าเดี๋ยวพอขุดดินแล้วมีผีโผล่ออกมาเขาจะต้องทำท่าหวาดกลัวให้สมจริงซะหน่อย
เมื่อทีมงานกลับมาพร้อมกับพลั่วและจอบ พวกเขาก็ลงมือขุดเนินหลุมศพทันที ดินค่อนข้างแน่นเพราะว่าครั้งสุดท้ายที่หลุมศพถูกขุดคือเมื่อ 1 เดือนก่อน ดินผ่านการถูกฝนตกใส่มาจึงทำให้ดินเรียงตัวแน่น มดดำกับตุ้ยนุ้ยช่วยกันขุดจนเหงื่อไหลโทรม พวกเขาขุดไปได้หน่อยนึงก็ขุดไม่ไหวแล้ว พวกเขาจึงหยุดมือพลางบอกผู้กำกับว่า “ผมขุดไม่ไหวแล้ว”
“ไฮโซ ไปช่วยขุดซิ” สมประสงค์สั่งไฮโซ
“ครับ” ไฮโซรับคำ ซึ่งตัวเขามีชื่อเดิมว่า ‘ไฮโล’ เพราะแม่ของเขาชอบเล่นไฮโลจึงคลอดเขากลางวงไฮโล แม่เขาเลยตั้งชื่อเล่นเขาว่า ‘ไฮโล’ ซะเลย ต่อมาเขาจึงเปลี่ยนเป็น ‘ไฮโซ’ จะได้ฟังแล้วโก้ๆ เท่ๆ หน่อย เขาเดินไปรับพลั่วจากมือมดดำ มดดำส่งพลั่วให้แล้วถอยออกไปนั่งพัก
พวกเขาช่วยกันขุดจนเจอฝาโลงศพ สมประสงค์สั่ง “เปิดโลงซิ”
สโรชากำแขนปวีร์แน่น ทีมงานก็ช่วยกันงัดฝาโลงเปิดออก ฝาโลงศพแบบจีนถูกงัดจนเปิดออกนิดหนึ่ง กลิ่นเหม็นโชยออกมาจากโลงศพจนทุกคนผงะไป
“อุบ!” พวกเขาสูดกลิ่นเหม็นเข้าไปเต็มปอด สโรชาทนไม่ไหวถึงกับอ้วกออกมา “อุบ! แหวะ…”
คนอื่นๆ ก็ทนกลิ่นไม่ไหวเหมือนกัน พวกเขาพากันอ้วกออกมา “อุบ! แหวะ…”
สมประสงค์ที่วิ่งไปอ้วกมุมหนึ่งถึงกับด่าทีมงานอยู่ในใจว่า ‘พวกมึ_จะทำสมจริงไปไหน! แม่_เหม็นโคตร!’
คนอื่นๆ ก็ด่าอยู่ในใจว่า ‘เชี่ยเอ้ย! โคตรเหม็นเลย!’
พลันมือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากโลงศพ ช่างกล้องที่จับภาพอยู่จึงตะโกนว่า “นั่นๆ ดูนั่น”
ทุกคนมองไป พวกเขาเห็นมือเน่าเปื่อย มีบางส่วนที่เน่าเปื่อยจนมองเห็นกระดูกยื่นออกมาจากโลงศพ ทุกคนมองจ้องเขม็ง ภาพตรงหน้าดูสมจริงสุดๆ!!!
สมประสงค์ถึงกับชมในใจว่า ‘แม่_เอ้ย! สมจริงชิ_หาย!’
มือเน่าเปื่อยอีกข้างโผล่ออกมา สโรชากำแขนปวีร์แน่น ในดวงตาของเธอมีแววตื่นเต้นดีใจ นี่มันเหมือนหนังผีสยองขวัญมาก!
“ว๊าย! ผีๆ” เธอร้องพลางขยับชิดปวีร์ เธอเคยดูคลิปเก่าๆ ของรายการ แต่ส่วนใหญ่ก็มีแค่เงาวูบวาบผ่านกล้องไปมาเท่านั้นเอง บางคลิปก็จับภาพ ‘ผี’ ได้รางๆ ทำให้ผู้ชมถกเถียงกันว่าเป็นผีจริงๆ หรือผีปลอมๆ รายการนี้เพิ่งจะออกอากาศได้ 4 ครั้ง ครั้งนี้เป็นการถ่ายทำครั้งที่ 5
ตึง! เสียงกระแทกดังมาจากในโลงดังมาก! ดังจนทุกคนสะดุ้งโหยง! “เฮ้ย!” / “ว๊าย!”
ตึง! ตึง! ตึง!… เสียงกระแทกยังคงดังต่อเนื่อง ดังจนผู้กำกับต้องรีบสั่งว่า “เปิดโลงซิ!”
มดดำ ตุ้ยนุ้ยและไฮโซจึงก้าวไปช่วยกันเปิดฝาโลง ฝาโลงที่หนักอึ้งถูกเปิดออก ทันใดนั้นเองศพก็ดีดตัวขึ้นนั่ง ทุกคนร้อง “เฮ้ย!” / “ว๊าย!” / “เชี่ย!”
กล้องจับภาพศพเน่าเปื่อยที่ดีดตัวขึ้นมา สภาพศพผิวหนังหลุดลอกเกือบทั้งหมด ใบหน้าเน่าสลายจนไม่สามารถจำเค้าโครงเดิมได้แล้ว!
เส้นผมและขนหลุดร่วงออกจากศีรษะ เล็บมือเล็บเท้าและฟันบางซี่จะเริ่มหลุดออกจากเบ้ากรามและโคนเล็บ ร่างกายที่เคยบวมพองจากก๊าซในสัปดาห์แรก ๆ ยุบตัวลงจนแบนราบ เนื่องจากก๊าซได้ระบายออกไปหมดแล้ว กล้ามเนื้อและไขมันสลายตัวกลายเป็นน้ำเหลืองเน่าเหลว ไหลซึมลงสู่พื้นโลง สมอง ตับ ไต และลำไส้ สลายตัวกลายเป็นของเหลวไปเกือบหมดสิ้น เผยให้เห็นกระดูก เนื้อเยื่อหน้าท้องและหน้าอกหายไป ทำให้มองเห็นกระดูกซี่โครง กระดูกสันหลัง และกะโหลกศีรษะได้อย่างชัดเจน โดยเหลือเพียงเนื้อเยื่อส่วนที่เหนียว เช่น เอ็น หรือกระดูกอ่อนยึดข้อต่อไว้บางส่วน กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงตลบอบอวลในตอนแรกเริ่มลดน้อยลง เปลี่ยนเป็นกลิ่นสาบแห้ง กลิ่นคล้ายๆ ชีสเน่า(Butyric odor) มีไขศพ (Adipocere) มีลักษณะเหมือนขี้ผึ้งสีขาวเคลือบตามตัว
สโรชาตกใจจนกอดปวีร์แน่นมาก ทุกคนจ้องมองศพๆ นั้นเป็นตาเดียว สมประสงค์ถึงกับชมเปาะในใจ ‘แม่_! เหมือนจริงชิ_หาย! เดี๋ยวต้องให้รางวัลทีมงานเยอะๆ หน่อยแล้ว’
ศพลุกขึ้นจากโลงด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ติดๆ ขัดๆ ดูคล้ายซอมบี้ไม่มีผิด หมอปราบแอบชมเบาๆ “คราวนี้โคตรเหมือนจริงเลย”
ขณะที่ทุกคนมองศพตรงหน้า จู่ๆ ก็มีเสียงดังตึง!ๆ แว่วมา สมประสงค์สะดุ้ง! “มีอีกเรอะ!?”
เขาหลุดสบถออกมาว่า “เชี่ย! นี่รายการท้าผีนะ ไม่ใช่หนังผี! ใครมันต้นคิดห๊ะ!?”
ทีมงานทุกคนมองหน้ากันไปมองหน้ากันมา ดาวประดับจึงขยับเข้าไปกระซิบถามว่า “พี่สมไม่ได้สั่งเหรอ?”
“สั่งอะไร ผมไม่ได้สั่ง ใครมันต้นคิดห๊ะ!? ใคร!?” สมประสงค์ย้อนถามพลางเหล่มองทีมงานทุกคน ทุกคนก็มองเขาอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย “เอ่อ…”
ขณะที่ทุกคนมองกันไปมองกันมา ศพก็ลุกออกจากโลงอย่างเก้ๆ กังๆ แล้วพุ่งเข้าใส่มดดำ ปากศพอ้าออกกัดแขนมดดำเต็มแรง มดดำตกใจร้องลั่น “เฮ้ย!”
“อ่ะ!” ทุกคนตกใจ มดดำผลักศพออกพลางด่า “เฮ้ย! พอๆ นี่ไม่ใช่หนังซอมบี้นะ เลิกเล่นได้แล้ว!”
ศพถอยหลังไปแล้วล้มหงายหลังลงไปกระแทกโลงศพ ตึง!
คอกระแทกกับขอบโลงจนหัวกับลำตัวหลุดแยกออกจากกัน หัวกลิ้งตกลงพื้นดินข้างปากโลง ตุบ!
หมอปราบที่อยู่ใกล้ที่สุดหยิบหัวขึ้นมาดู เขาย่นจมูกเพราะกลิ่นเหม็นสาบ “ยี้!”
เขามองดูหัวๆ นั้นพลางชมว่า “แม่_! ทำเหมือนมาก”
เขาหันไปพูดกับผู้กำกับว่า “คราวหน้า คุณลองถ่ายหนังผีเถอะ คงดังอยู่นะ”
“สารภาพมา ใครมันต้นคิด!” สมประสงค์ถาม กวาดตามองทุกคนเขม็ง ทุกคนส่ายๆ หน้า หัวศพที่หมอปราบถืออยู่ จู่ๆ ก็อ้าปากกว้าง หมอปราบตกใจเกือบโยนหัวทิ้ง “เฮ้ย!”
เขาตั้งสติได้ในอึดใจต่อมา มองหัวศพแล้วชมว่า “ทำเหมือนมาก”
ทีมงานที่ปลอมเป็นผีอยู่ไกลๆ ได้แต่ชะเง้อออกไปมองดู พวกเขารอสัญญาณจากผู้กำกับ แต่ว่าทำไมผู้กำกับถึงได้นอกบทล่ะ? แล้วจะเข้าบทเดิมเมื่อไหร่เนี่ย!?
ศพที่ล้มพาดอยู่บนปากโลง จู่ๆ ก็ขยับแขนขา ทุกคนตกใจ “เฮ้ย!” / “ว๊าย!”
สมประสงค์ตั้งสติได้แล้วจึงตะโกนด่า “พอๆ เลิกเล่นได้แล้ว”
เสียงตึงๆ ยังดังแว่วมา สมประสงค์โมโหมาก แต่ว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ถ้างั้นก็ถ่ายมันแบบนี้แหละ ส่วนคลิปที่เขาหลุดด่าเมื่อกี้เดี๋ยวไปตัดต่อเอาออกก็ได้!
“ไปๆ ไปดูกัน” เขาบอกพลางทำมือให้หมอปราบเดินนำไปตามบท หมอปราบถือหัวเดินนำหน้าไป คนอื่นๆ ก็เดินตามไป ส่วนศพที่กำลังขยับแขนขาพยายามจะลุกขึ้นมา พวกเขาคิดว่าเป็นหุ่นที่ทีมงานสร้างจึงไม่สนใจอะไรอีก ส่วนหัวที่หมอปราบถืออยู่ในมือก็อ้าปากกว้าง มีไขศพปนน้ำเหลืองหยดลงพื้นติ๋ง…ติ๋ง…
จนไปถึงหลุมศพอีกแห่ง ที่มีเสียงดังตึงๆ ออกมา สมประสงค์จึงพยักเพยิดกับปวีร์ว่า “พูดซิ”
ปวีร์จึงตั้งสติแล้วพูดว่า “ทุกคนครับ ได้ยินเสียงไหมครับ? เดี๋ยวพวกเราจะขุดหลุมศพดูกันว่าเป็นเสียงอะไร”
กล้องก็ถ่ายเข้าไปไกล้ๆ หลุมศพ จนได้ยินเสียงดังตึงๆ ชัดเจน สมประสงค์จึงสั่งว่า “เอ้า ขุด”
มดดำ ตุ้ยนุ้ยและไฮโซจึงช่วยกันขุดหลุมศพอีกครั้ง พวกเขาคิดในใจว่าครั้งนี้ต้องขอเบิกค่าจ้างมากกว่าครั้งก่อนๆ แล้ว เพราะว่าพวกเขาต้องทำงานนอกบท ดังนั้นผู้กำกับต้องเพิ่มเงินให้พวกเขานะ ไม่งั้นพวกเขาจะประท้วง!
ดินเหนือหลุมศพค่อนข้างแน่นเหมือนหลุมแรก ทำให้พวกเขา 3 คนแอบด่าทีมงานอยู่ในใจ ‘เชี่ยเอ้ย! พวกมึ_จะอัดดินให้แน่นๆ ทำไมวะ! แม่_! น่าให้พวกมันมาขุดเองชิ_หาย!’
พวกเขาด่าไปพลางขุดๆ โกยๆ ดินออก ปวีร์ก็พูดขึ้นตามบทว่า “ทุกคนจับตาดูให้ดีๆ นะครับ”
เขาพูดแล้วก็เขย่าแขนสโรชา สโรชาจึงตั้งสติแล้วพูดว่า “มันน่ากลัวมากเลยค่ะ ชากลัวจนจะยืนไม่อยู่แล้วค่ะ”
กล้องตัวหนึ่งก็จับภาพหลุมศพ กล้องอีกตัวก็จับภาพดารารับเชิญกับหมอปราบเอาไว้ทุกอิริยาบท ชนิดว่าไม่ยอมพลาดแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ส่วนทีมงาน 3 คนก็ขุดหลุมโกยดินจนเหงื่อเปียกโชก
จนกระทั่งขุดถึงฝาโลง พวกเขาก็โกยดินออกแล้วมองผู้กำกับ สมประสงค์พยักหน้าปากก็พูดแบบไร้เสียงว่า ‘เปิดโลงซิ’
ทีมงานจึงช่วยกันงัดฝาโลงเปิดออก คราวนี้ศพดีดตัวขึ้นมานั่ง
“ว๊าย!” สโรชาร้องพลางใส่แอคติ้งให้สมจริงที่สุด ปวีร์เองก็ทำท่าตกใจ “เฮ้ย!”
“เฮ้ย! ศพขยับได้!” หมอปราบก็แสดงสุดฝีมือ สมประสงค์ยิ้มพอใจ ศพในโลงยกมือขึ้นจับขอบโลง ยันตัวขึ้นยืน สภาพศพใกล้เคียงกับศพแรก กลิ่นเหม็นลอยปะทะจมูกทุกคนจนพวกเขาเกือบจะอ้วกอีกครั้ง “อุบ!”
แต่เพราะครั้งนี้พวกเขากลั้นหายใจเตรียมพร้อมกันเอาไว้ก่อนแล้วจึงไม่อ้วกแตกเหมือนครั้งแรก แต่ว่ากลิ่นเหม็นนี่ก็ทำพวกเขาอยากจะขย้อนน้ำย่อยออกมาอีกรอบจริงๆ ทุกคนปิดจมูกอย่างทนไม่ไหว บางคนพึมพำบ่นเบาๆ “แม่_เอ้ย! เหม็นชิ_หาย”
ศพลุกออกจากโลงอย่างเก้ๆ กังๆ ติดๆ ขัดๆ แล้วพุ่งเข้ากัดมดดำ มดดำถูกกัดที่แขนอีกครั้ง ฟันฝังลงไปในเนื้อจนเขาเจ็บ “โอ๊ย!”
