Chapter 2 (18+)ลวงพาขึ้นคอนโด
คีตกาลเดินตามไป
ตรีปุระกดลิฟท์ ลิฟท์เปิดออกเขาก็เดินนำเข้าไปแล้วล้วงคีย์การ์ดออกมาแตะกับระบบรักษาความปลอดภัย แล้วก็กดชั้น
ประตูลิฟท์ปิด
ทั้งสองยืนอยู่คนละด้านของลิฟท์
คีตกาลมองไปรอบๆลิฟท์ มองดูระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน คอนโดแบบนี้คงแพงไม่ใช่น้อย
ตรีปุระลอบยิ้มอย่างหมายมั่นปั้นมือ วันนี้แหละ คีตกาล เจ้าจะเป็นของข้าจริงๆเสียที หึๆๆๆ
เมื่อคีตกาลมองมา เขาก็ยิ้มอบอุ่นให้
ลิฟท์เลื่อนไปถึงชั้นที่ตรีปุระอยู่ก็หยุดแล้วเปิดออก
ตรีปุระเดินนำหน้าไป
คีตกาลเดินตามไป
ตรีปุระกดรหัสเปิดประตูห้องแล้วก็เปิดประตูอ้า ผายมือเชิญด้วยท่าทางสุภาพ “เชิญครับ”
“ขอบคุณค่ะ” คีตกาลถอดรองเท้าส้นสูงไว้ตรงหน้าประตูแล้วก็ค้อมตัวเดินผ่านเขาไปอย่างมารยาทงาม
ตรีปุระปิดประตู เขาหันไปมองคีตกาลแล้วผายมือไปทางโซฟารับแขก “นั่งก่อนซิ”
“ขอบคุณค่ะ” คีตกาลเดินไปพลางมองไปรอบๆห้องด้วย แล้วนั่งลงที่โซฟารับแขก วางกระเป๋าไว้ด้านข้าง
ห้องสะอาดสะอ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี ดูท่าภรรยาอาจารย์คงเป็นคนรักความสะอาดแน่เลย
ตรีปุระเดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำส้มกล่องใส่แก้วแล้วถือไปวางตรงหน้าคีตกาล “ดื่มน้ำก่อนนะ”
“ขอบคุณค่ะ” คีตกาลยกมือไหว้ แล้วก็ยกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่ม
ตรีปุระก็เดินเข้าห้องนอนไป เขาเปิดประตูห้องนอนอ้ากว้างเอาไว้ หยิบเก้าอี้ไปวางข้างตู้เก็บของซึ่งสูงจรดเพดานห้อง เปิดประตูตู้อ้าออก ฉวยจังหวะที่คีตกาลหันไปมองทางอื่น เขาก็แกล้งดึงกล่องใส่ของให้หล่นลงมา โคร้ม! แล้วก็แกล้งลงไปนั่งกับพื้นร้องว่า “โอ๊ย!”
คีตกาลได้ยินเสียงร้องก็รีบลุกไปดู เห็นอาจารย์นั่งอยู่บนพื้นห้อง ของตกกระจายเป็นหนังสือหลายเล่ม “อาจารย์! เป็นอะไรคะ?” เธอรีบเดินเข้าไปหาเขาอย่างเป็นห่วง
“ตกเก้าอี้น่ะ” เขาบอกแสร้งทำหน้าเจ็บปวด มือกุมข้อเท้าข้างซ้ายเอาไว้
“ลุกไหวไหมคะ?” คีตกาลถาม ยื่นมือไปช่วยพยุง
“น่าจะได้” เขาตอบแล้วก็จับมือเล็กเอาไว้ ขยับตัวยันลุกขึ้นยืน
คีตกาลช่วยดึงเขาลุกขึ้น
ตรีปุระพอยืนขึ้นได้ก็แสร้งทำเป็นเจ็บขาเซ “โอ๊ย!” ดันคีตกาลไปทางเตียงนอน
“ว๊าย!” คีตกาลรับน้ำหนักเขาไม่ไหวก็เซแซ๊ดๆถอยไปล้มบนเตียง
ตรีปุระฉวยจังหวะทับตัวคีตกาลเอาไว้ เขาสู้อุตส่าห์หาโอกาสมาตั้งนานหลายปีเพื่อจะได้ครอบครองคีตกาลเสียที
คีตกาลมัวแต่ตกใจจึงไม่ทันมองว่าสภาพตัวเองล่อแหลมขนาดไหน เมื่อขยับจะลุกก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาของอาจารย์อยู่แค่คืบ ดวงตาคู่สวยเบิกโตอย่างตกใจจนประหม่าทำอะไรไม่ถูก “เอ่อ…อาจารย์”
ตรีปุระจ้องเข้าไปในดวงตาคู่งาม ที่ได้มีโอกาสมองชัดๆอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก เขาถูกดวงตาคู่งามดึงดูดจนไม่อาจละสายตาได้ ช่างงดงามเสียยิ่งกว่าในความฝัน อา…
“คีตกาล…” เขาขยับเข้าไปจูบปาก
คีตกาลกำลังตกใจจึงไม่ทันปัดป้อง “อื้อ…”
ริมฝีปากถูกล่วงล้ำสอดลิ้นเข้ามา คีตกาลเคลิ้มไปกับรสจูบที่เหมือนในความฝัน แต่แล้วสายตาเธอก็เห็นรูปถ่ายแต่งงานของอาจารย์คู่กับภรรยาบนผนังตรงปลายเตียง ความรู้สึกพลัน! มลายสิ้น
เธอผลักเขาสุดแรง จนเขาเซไป
เธอรีบถลันตะกายลุกขึ้นจากเตียงแล้ววิ่งออกไปจากห้องนอนทันที
แต่ยังไม่ทันจะพ้นห้องนอน แขนก็ถูกกระชากอย่างแรง “ว๊าย!”
“จะหนีไปไหนคีตกาล!” ตรีปุระพูดน้ำเสียงเยียบเย็น กระชากแขนคีตกาลกลับมา แขนอีกข้างก็คว้าเอวเล็กเข้ามาโอบรัดแล้วดันกลับไปที่เตียง
คีตกาลตกใจหน้าซีดเผือด “อาจารย์จะทำอะไร? อย่านะ! ปล่อยคีนะ!”
“เจ้าต้องเป็นของข้าเท่านั้นคีตกาล” ตรีปุระพูดเสียงต่ำเยียบเย็น
“อาจารย์เป็นบ้าไปแล้วรึไง! ปล่อย!” คีตกาลตวาดดิ้นหนีสุดแรง แล้วก็ตะโกนลั่น “ช่วยด้วย!”
ตรีปุระกดคีตกาลลงบนเตียง ใช้ตัวทาบทับเอาไว้ “ร้องไปก็ไม่มีใครช่วยได้หรอกคีตกาล ห้องนี้เก็บเสียง ต่อให้ร้องจนเสียงแหบก็ไม่มีใครได้ยินหรอก เก็บเสียงเอาไว้ร้องครางดีกว่านะ” เขาพูดจบก็ก้มหน้าลงไปซุกไซร้ทรวงอกอวบใหญ่
“ช่วยด้วย!” คีตกาลกรี๊ดลั่น สองมือตะกุยใส่เขาไม่ยั้ง ได้แต่โทษตัวเองที่ไม่น่าหลวมตัวขึ้นห้องเขาเลย ทั้งๆที่สัญชาตญาณก็เตือนตัวเองอยู่เสมอว่า อาจารย์มักจะมองตัวเองด้วยสายตาแปลกๆ เธอจึงพยายามเลี่ยงโอกาสที่จะอยู่กับเขาสองต่อสองตลอดมา
เขาจับข้อมือทั้งสองข้างกดลงกับเตียง แล้วใช้ปากกัดกระชากสาบเสื้อเชิ้ตดึงออกจนกระดุมหลุดกระเด็น
คีตกาลยิ่งตื่นกลัวที่ท่าทางอาจารย์คล้ายคนโรคจิตซาดิสท์ “ช่วยด้วย!” เธอแหกปากร้องลั่น ดิ้นสุดชีวิต
ตรีปุระยิ่งกดสองแขนเล็กเอาไว้กับเตียงนุ่ม บีบจนคีตกาลรู้สึกเจ็บข้อมือ
ข้อมือเธอเล็กจนเขาสามารถใช้มือเดียวจับกำรวบได้สบายๆ แต่เพราะเธอดิ้นสุดแรง เขาจึงไม่อาจใช้มือข้างเดียวกำรวบข้อมือเธอทั้งสองข้างไว้ได้
ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวยังมีเสื้อสายเดี่ยวสีขาวสวมไว้อีกชั้น แต่เนินอกอวบที่โผล่ออกมาล่อตาทำให้ตรีปุระยิ่งหื่นกระหาย เขาอยากสัมผัสเนื้อตัวคีตกาลจริงๆไม่ใช่เป็นเพียงแค่ห้วงฝันเหมือนอย่างที่ผ่านมา เขาก้มลงฝังหน้ากับอกอวบซุกไซร้หวังให้เธอเกิดอารมณ์จะได้โอนอ่อนผ่อนตาม
“ช่วยด้วย!” คีตกาลพยายามดิ้นสู้ ปากก็ร้องลั่น น้ำตาไหลเป็นสาย พรหมจรรย์ที่ยังมีอยู่จะต้องมาเสียให้ผู้ชายคนนี้น่ะเหรอ…ไม่! เธอไม่ยอม! ความฝันก็เป็นแค่ความฝัน แต่นี่คือความจริง เธอกำลังจะถูกข่มขืน! เขาไม่ใช่คนดีอย่างที่คิด เขากำลังจะข่มขืนเธอ!
ขณะที่ตรีปุระกำลังปลุกปล้ำคีตกาลอยู่นั้น พลัน! ประตูห้องก็เปิดออก ปาราวตีภรรยาของตรีปุระเปิดประตูเดินเข้ามา เมื่อเห็นรองเท้าส้นสูงของผู้หญิงถอดอยู่หน้าห้องก็นึกฉงน “เอ๊ะ! ใครมา?”
ขณะกำลังสงสัยก็ได้ยินเสียงตะโกน “ช่วยด้วย!” ดังออกมา เธอรีบเดินไปดูทันที กระเป๋าเดินทางถูกทิ้งเอาไว้ตรงหน้าประตูนั่นเอง เธอไปดูงานต่างประเทศเพิ่งกลับมา โดยไม่บอกสามีเพราะต้องการจะเซอร์ไพร้สเขา แต่ภาพที่เห็นอยู่ในขณะนี้เซอร์ไพร้สเธอยิ่งกว่า สามีกำลังปลุกปล้ำผู้หญิงคนหนึ่งอยู่!
“คุณตัน!” เธอตะโกนเรียกอย่างตกตะลึง
ตรีปุระชะงักกึก! หันไปมองก็เห็นภรรยากำลังยืนอยู่ หน้าตาตะลึง!
“ปรา!” เขาเรียกอย่างตกใจ รีบผุดลุกขึ้นทันที
คีตกาลรีบลุกจากเตียง ถอยไปจนติดผนังห้องอย่างขวัญเสีย ร้องไห้สะอึกสะอื้น
ตรีปุระตั้งสติ รีบพูดว่า “มันไม่ใช่อย่างที่ปราคิดนะ เด็กนี่มายั่วผมถึงห้องเองนะปรา”
คีตกาลตะลึงงัน! หยุดร้องไห้ทันควัน ไม่คิดเลยว่าคำพูดสุดระยำจะออกมาจากปากคนที่เป็นถึงด็อกเตอร์เช่นนี้ โยนขี้มาให้ตรูชัดๆไอ้เลวเอ้ย!
ปาราวตีหึงหวงสามีอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว พอได้ยินสามีพูดอย่างนั้นก็สติแตกถลาเข้าไปหาผู้หญิงที่ใจกล้าหน้าด้านบังอาจมายั่วสามีตัวเองถึงรังรักเช่นนี้ “ตาย!” มันต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!
เธอปราดเข้าไปคว้ากรรไกรขึ้นมา แล้วถลันเข้าหา ‘นังหญิงชั่วช้า’ ทันที
คีตกาลผวาเฮือก! เห็นผู้หญิงคนนั้นกระโจนเข้ามาด้วยท่าทางมุ่งร้าย เธอก็รีบวิ่งหนีทันที แต่ห้องก็ไม่ได้ใหญ่นัก จะหลบไปทางไหนได้เล่า!
“ปรา!” ตรีปุระรีบถลันเข้าไปจับตัวภรรยา
ปาราวตีเงื้อกรรไกรจ้วงแทง!
คีตกาลร้องลั่น “เหวอ!” เธอเบี่ยงตัวหลบแต่ปลายกรรไกรก็ยังเฉี่ยวข้อมือจนได้แผลเลือดอาบทันที
ตรีปุระรีบกระโจนเข้าไปยื้อยุดจับตัวภรรยาเอาไว้ “ปรา! ใจเย็นก่อน” หากไม่ใช่เพราะภรรยากำลังตั้งครรภ์ เขาคงถีบกระเด็น ตบให้คว่ำไปแล้ว ที่บังอาจทำร้ายคีตกาล
คีตกาลกุมบาดแผลเอาไว้ ทั้งตกใจทั้งตื่นกลัว ถูกปลุกปล้ำไม่พอ ยังจะถูกฆ่าอีก! แมร่งเอ้ย! วันนี้มันวันซวยอะไรวะ!
“ปล่อยปรา! ปราจะฆ่ามัน!” ปาราวตีดิ้นสุดแรง จนกรรไกรพลาดไปปักต้นแขนสามี ฉึก!
“โอ๊ย!” ตรีปุระร้องออกมา เลือดทะลักอาบแขนเป็นทาง
ปาราวตีตกตะลึงชะงักงัน! “คุณตัน!” เธอหน้าซีดมือสั่นสะท้านที่เผลอทำร้ายสามีเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
คีตกาลรีบฉวยโอกาสที่ภรรยาอาจารย์มัวแต่ตกใจ วิ่งไปคว้ากระเป๋า คว้ารองเท้า แล้วก็รีบวิ่งออกจากห้องไปทันที
“คีตกาล!” ตรีปุระเรียกเสียงหลง รู้สึกเหมือนดวงใจหลุดหาย
ครั้นวิ่งไปถึงหน้าลิฟท์ก็กดลิฟท์อย่างร้อนใจจิ้มปุ่มจนปุ่มแทบพัง
เมื่อลิฟท์เปิดออกก็รีบเข้าไปในลิฟท์กดปุ่มปิดรัวๆ หน้าซีดตัวสั่น เลือดหยดเป็นทาง เธอกอดกระเป๋า หิ้วรองเท้าไว้แน่น ครั้นลิฟท์เลื่อนลงไปถึงชั้นล่าง ลิฟท์เปิดออก เธอก็รีบวิ่งออกไปทันที
ผู้คนได้แต่มองอย่างงงๆที่จู่ๆก็เห็นผู้หญิงวิ่งไปเหมือนหนีอะไรสักอย่าง
คีตกาลวิ่งเท้าเปล่าไปจนเหนื่อยก็หยุดหอบข้างกำแพง
ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้แต่มองดูอย่างงงๆ มีแม่ค้าคนหนึ่งซึ่งนั่งขายของอยู่บริเวณนั้นก็ถามว่า “หนู เป็นอะไรรึเปล่า?” แม่ค้าถามด้วยความเป็นห่วง เพราะตัวเองก็มีลูกสาวอายุอ่อนกว่านี้สักหน่อย
คีตกาลส่ายหน้า ทั้งๆที่ตัวยังสั่นๆหน้ายังซีดๆ หันไปเห็นผู้คนแถวนั้นมองมาเป็นตาเดียว จึงรู้สึกตัวว่าไม่ได้ใส่รองเท้า ก็รีบก้มลงวางรองเท้าแล้วสวมอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เดินกอดกระเป๋าแน่น เดินต่อไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย แผลที่ข้อมือยังมีเลือดไหลก็ไม่ได้สนใจ
เธอเดินไปจนถึงหน้าศิวะสถาน(ตำหนักพระศิวะมหาเทพ) ซึ่งอยู่ใกล้กับ MRT หัวลำโพง ด้วยความที่ต้องการหาที่พึ่งทางใจจึงเดินเข้าไปยกมือไหว้เทวรูปพระศิวะ กล่าวในใจว่า พระศิวะช่วยลูกด้วย!
คล้ายจิตใจจะสงบขึ้นมาหน่อย กลิ่นควันธูปเทียนหอมๆช่วยทำให้จิตใจที่กำลังสั่นกลัวค่อยๆสงบลง เธอเดินไปนั่งที่ม้านั่งแถวๆนั้น มองเทวรูปพระศิวะอย่างหาที่พึ่งทางจิตใจ
นั่งจนกระทั่งตัวหายสั่นแล้วจึงก้มลงมองตัวเอง เห็นข้อมือเลือดยังไหลซึมจึงล้วงผ้าเช็ดหน้ามาพันปิดแผลเอาไว้แล้วก็ลุกขึ้นเดินไปหาคลีนิคเพื่อทำแผล เดินออกมาจากศิวะสถานได้หน่อยก็เจอคลินิกรักษาโรค จึงเดินผลักประตูเข้าไป
พยาบาลในคลินิกก็ลุกขึ้นต้อนรับ “ยินดีต้อนรับค่ะ ป่วยเป็นอะไรมาคะ?”
คีตกาลชูข้อมือข้างที่พันผ้าเช็ดหน้าเอาไว้ มีเลือดซึมออกมา
พยาบาลก็รีบบอกว่า “เชิญทางนี้เลยค่ะ”
พยาบาลเดินนำไปพบหมอทันที คีตกาลเดินตามไป
เมื่อเข้าไปในห้องตรวจ หมอก็ถามว่า “เป็นอะไรมาครับ?”
“โดนกรรไกรค่ะ” คีตกาลตอบแล้วก็วางกระเป๋าลงแกะผ้าเช็ดหน้าออก
หมอตรวจดูแผลเห็นว่าไม่ลึกมากก็หันไปสั่งพยาบาลว่า “เตรียมอุปกรณ์เย็บแผล เตรียมยาชา”
“ค่ะ” พยาบาลเดินไปหยิบของจากในตู้ออกมา
“ย้ายไปนอนบนเตียงเลยครับ” หมอบอกเสียงนุ่ม
คีตกาลก็ลุกไปที่เตียงตรวจ ถอดรองเท้า นอนลงรอให้หมอฉีดยาชา ทำแผลให้
หมอก็จัดแจงล้างแผลทันที
คีตกาลเม้มปากกลั้นเสียงร้องเอาไว้
หลังจากล้างแผลแล้ว หมอก็จิ้มยาชาไปสองจึ๊ก แล้วก็รอเวลาให้ยาชาออกฤทธิ์ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลงมือเย็บแผลอย่างรวดเร็ว เย็บไป 3 เข็มแล้วก็เช็ดคราบเลือดออก ปิดผ้าก๊อซพันเอาไว้ เป็นอันเสร็จ
“เสร็จแล้วครับ เดี๋ยวเชิญรับยาจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ด้านนอกนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ” คีตกาลยกมือไหว้ แล้วก็ลุกขึ้นนั่ง ลงจากเตียง ใส่รองเท้า หยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วเดินตามพยาบาลออกไป
“เชิญค่ะ” พยาบาลเปิดประตูให้
คีตกาลเดินไปจ่ายเงินรับยาแล้วก็ออกจากคลินิก เดินไปสถานีรถไฟ MRT หยิบบัตรออกมาแตะกับเครื่องแล้วก็เดินเข้าสถานีไป
ยืนรอรถไฟอยู่ครู่ใหญ่ รถไฟก็มา เธอเดินขึ้นรถไฟไปอย่างอ่อนล้า ครั้นถึงสถานีปลายทางเธอก็เดินออกไปต่อวินมอเตอร์ไซต์กลับคอนโด
เมื่อถึงห้อง เธอก็ถอดรองเท้าออก วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะคอมแล้วก็นอนลงบนเตียงทั้งอย่างนั้น ปิดตาหลับลงอย่างอ่อนล้าทั้งกายและใจ เธอไม่ได้ส่องกระจกจึงไม่ได้เห็นละอองทองเปลวติดอยู่บนหน้าผากเป็นละอองจางๆ
ด้านตรีปุระ หลังจากปาราวตีตั้งสติได้ก็รีบพาสามีไปโรงพยาบาลทันที เมื่อหมอถาม ตรีปุระก็ตอบว่า “หกล้มไปทับกรรไกรครับ”
หมอก็จัดแจงผ่าตัดเอากรรไกรออกแล้วเย็บแผลให้
หลังจากทำแผลเสร็จ ทั้งสองก็กลับคอนโด ปาราวตียังโกรธสามีจึงนอนแยกห้องกัน ปล่อยให้สามีนอนคนเดียวไป
เมื่อได้นอนหลับ ตรีปุระก็ใช้พลังของตัวเองเข้าไปในห้วงฝันของคีตกาล แต่เขากลับเข้าไปในห้วงฝันของคีตกาลไม่ได้ มีม่านพลังขวางกั้นเอาไว้ ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่อาจเข้าไปในห้วงฝันได้เลย จนเขาสงสัยว่าพลังของตัวเองมีปัญหาหรืออย่างไร จึงลองเข้าไปในห้วงฝันของภรรยา
ปาราวตีเห็นสามีก็แง่งอนใส่ ไล่ว่า “จะไปไหนก็ไป”
ตรีปุระเดินเข้าไปกอดเอวภรรยาไว้ “จะให้ไปไหนล่ะ ผมรักปรานะ ผมรักลูกของเราด้วย” มือเลื่อนไปลูบหน้าท้องที่ยังไม่ค่อยนูนเท่าไหร่
“รัก แต่กลับนอนกับผู้หญิงอื่นในบ้านของเรา บนเตียงของเรา แบบนี้น่ะเหรอเรียกว่ารัก เรียกว่ามักง่ายมั่วไม่เลือกถูกต้องที่สุด” ปาราวตีพูดประชดประชัน มือก็แกะมือเขาออกจากเอวตัวเอง
ตรีปุระก้มลงซุกไซร้ต้นคอภรรยา
“อื๊อ” ปาราวตีหดคอหนีด้วยความขนลุกปนจั๊กจี้น้อยๆ
ตรีปุระจึงยิ่งซุกไซร้หนัก มือก็เลื่อนขึ้นไปกอบกุมเต้าอวบอิ่ม
“อื๊อ คุณตัน…” ปาราวตีเอนตัวพิงอกเขา ไม่รู้ว่าเสื้อผ้าหลุดออกจากตัวไปตั้งแต่ตอนไหน รู้แต่ว่าตัวเองเปลือยเปล่าอยู่ในอ้อมกอดสามี
ตรีปุระเลื่อนริมฝีปากไปขบใบหูหยอกเย้า มือหนึ่งเค้นเต้า อีกมือหนึ่งก็เลื่อนลงไปหาดงหญ้าดกดำรกทึบกลางลำตัวภรรยา
“อื้ม…คุณตัน ปราอยาก…” ปาราวตี เบียดสะโพกเข้าหาต้นขาสามี
ตรีปุระส่งนิ้วเข้าไปสำรวจช่องทางเห็นว่าเยิ้มฉ่ำจึงจับแก่นกายเสียบเข้าไปในรูของภรรยาดังสวบ!
“อื้ม…” ปาราวตีครางอย่างพึงพอใจ ที่ได้แก่นกายใหญ่ๆของสามีมุดเข้าไปช่วยเการ่องที่อดอยากแห้งแล้งมานานเกือบสองอาทิตย์เพราะบินไปดูงานที่ไต้หวันซึ่งทางกรมจัดไป ด้วยความอยากเซอร์ไพร้สสามีจึงบินกลับมาโดยไม่บอก แต่ไม่คิดว่าจะได้มาเจอเซอร์ไพร้สของสามีจนเจ็บปวดหัวใจไปหมด
ตรีปุระกระแทกเต็มแรงอย่างไม่ต้องกลัวว่าจะกระทบกระเทือนถึงลูกในครรภ์เพราะนี่คือห้วงฝัน ร่างของภรรยาไม่ใช่ร่างจริง แต่ความรู้สึกทุกอย่างจะถูกจดจำไว้ จำได้บ้างไม่ได้บ้างตามแต่สภาพของสมองแต่ละคน
“อ๊า คุณตันขา แรงอีก” ปาราวตีครางเร่ง โก่งสะโพกสวนแก่นกายใหญ่ยาวด้วยสีหน้าถึงอกถึงใจ
ตรีปุระก็กระแทกกระทั้นจนเกิดเสียงดัง ตับ ตับ ตับ…
“อื้ม…คีตกาล คีตกาล” เขาครางเรียกชื่อ
ปาราวตีชะงักงัน! อีกแล้ว! คุณตัน ครางเรียกชื่อนังคนนี้อีกแล้ว! มันเป็นใคร!? กล้ามายุ่งกะผัวฉัน! มันต้องตาย! สะโพกก็ส่ายอัดสวนแก่นกายสามีสุดที่รักอย่างแค้นเคืองปนน้อยอกน้อยใจ โมโหหึงหวง
“อู้…คีตกาล ร่องเจ้าวันนี้ไม่ฟิตเลย ข้าต้องขยายให้ใหญ่ขึ้นอีกหน่อยแล้ว” ตรีปุระพูดจบ แก่นกายเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นจนแน่นร่อง “อา…ต้องอย่างนี้ซิ เสียวดีจัง”
“อู้วววว…คุณตันขา ปราเสียวจะขาดใจแล้ว ของคุณช่างเอาถึงใจเมียเหลือเกิน” ปาราวตีครางสีหน้ามีความสุขจนเอ่อล้น “อ๊า…กระแทกเมียแรงๆเลยค่ะ กระแทกให้รูแหกไปเลยค้า”
“อ๊า…เจ้าอยากรูแหก ข้าจะจัดให้เอง คืนนี้รูเจ้าได้แหกสมใจแน่”
ปั๊บ ปั๊บ ปั๊บ…
เขากระแทกกระหน่ำไม่ยั้ง มือก็เค้นเต้าอวบที่เริ่มคล้อยยานเล็กน้อย “อา…คีตกาล คีตกาลของข้า”
“อูย…ผัวขา แรงอีก แรงอีก เมียเกือบจะเสร็จแล้ว”
ปั๊บ ปั๊บ ปั๊บ…
ตรีปุระกระหน่ำแทงจนปาราวตีตัวสั่นตัวคลอน
“อ๊าาาาาา…ผัวขา เมียเสร็จแล้ว” ปาราวตีครางลั่นอย่างสุขสม น้ำเยิ้มจนไหลทะลักลงมาตามขา
ตรีปุระจับตัวภรรยาหมุนให้หงายขึ้นมา
ตัวปาราวตีก็หมุนจากท่ายืนโก้งโค้งเปลี่ยนเป็นท่าเบสิกแต่ตัวลอยอยู่กลางอากาศ ดูคล้ายกับปาราวตีนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มองไม่เห็น ส่วนตรีปุระก็ยังยืนอยู่เช่นเดิม เขาจับขาเธอถ่างออกจนชี้ฟ้าเป็นรูปตัว V แล้วก็กระหน่ำแทงจนสุดความยาว จนเนื้อแนบเนื้อดัง ปั๊บ ปั๊บ ปั๊บ…
“อ๊า ผัวขา เมียเสียวจะตายแล้ว” ปาราวตีครางลั่น ร่องกระตุกยังไม่คลาย สามีก็กระแทกกระหน่ำไม่ยั้งจนความเสียวพุ่งอีกระลอก “อ๊าาาาาา…ผัวขา เมียเสร็จอีกแล้ว”
ตรีปุระกระหน่ำแทงไปพลางมองหน้าภรรยาไปด้วย เขาโบกมือวูบ จากใบหน้าปาราวตีก็กลายเป็นใบหน้าของคีตกาล “อา…คีตกาล เจ้าเสียวดีไหม? ข้าจะเอาเจ้าทั้งคืนให้ร่องเจ้าแหกเลยดีไหม?”
“อ๊า ผัวขา แรงๆเลยค่ะ ปราเสียวจะเสร็จอีกแล้ว” ปาราวตีเร่งเร้า กระเด้งสะโพกสวนแก่นกายสามีอย่างถึงพริกถึงขิง
ตรีปุระกระแทกใส่ ตับ ตับ ตับ มือก็ขย้ำเต้าอวบไปด้วย เขาแต่งงานกับเธอก็เพราะคิดว่าเธอคือปาราวตีกลับชาติมาเกิด จนเมื่อเขาได้พบคีตกาล เขาจึงรู้ว่าเขาแต่งงานกับคนอื่นที่ไม่ใช่ ปาราวตี
“อา…คีตกาล เจ้าต้องเป็นของข้า ของข้าคนเดียว ชาตินี้เจ้าอย่าหมายเลยว่าศิวะจะได้เจ้าไป จะกี่ชาติกี่ภพข้าก็จะตามไปรับเจ้ามาเป็นเมียข้า คีตกาลของข้า” เขาพร่ำพูดไป เอวก็กระแทกใส่ภรรยาไม่ยั้ง
“อ๊าาาาาา…ผัวขา เมียเสร็จอีกแล้ว”
“อา…คีตากาลของข้า ข้าจะทำให้เจ้ารักข้าให้ได้ ข้าจะทำให้เจ้าลืมศิวะให้ได้”
ตับ ตับ ตับ
ปาราวตีเสียวจนร่องรัดแน่นยังไม่ทันคลายตัว สามีก็กระหน่ำกระแทกไม่หยุดไม่หย่อน อา…สะใจจริงๆ
“ผัวขา เมียเสียวเหลือเกิน อ๊า…มันส์รูเหลือเกินผัวขา” เธอครวญครางดังระงม เสร็จเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้ จำได้แต่ความมันความเสียวที่ถูกกระหน่ำแทงจนกลีบปลิ้นเข้าปลิ้นออก นมก็โดนขย้ำขยี้จนเสียวไปทั้งตัว
“คีตกาลเมียข้า ข้าจะทำให้เจ้าจำได้แต่ข้า จำได้ว่าร่องเจ้าเนื้อตัวเจ้าเป็นของข้าเท่านั้น หาใช่ของศิวะไม่”
“อ๊า ผัวขา เมียเสียว…”
“อา…เมียรักของข้า เจ้าเสร็จเยอะๆเลยนะ ข้าจะกระแทกร่องเจ้าทั้งวันทั้งคืนให้แหกสมใจเจ้าเลยดีไหม?”
