Chapter 96 แผนทำลายชื่อเสียง
“ท่านพ่อขอรับ ยกหวงเอ๋อร์ให้ข้านะขอรับ ไม่ต้องหาบุรุษอื่นให้นางแล้ว ข้าคือคนที่ดีที่สุดสำหรับนาง” หยางถิงเฟิงพูดพลางมองท่านพ่อคล้ายขอร้องอยู่ในที หยางซีถิงกำลังจะเอ่ยปาก แต่หลิวฟางอิ่งกลับพูดก่อนว่า “เรื่องนี้ ข้าจะถามนางก่อน”
“ถามนาง ไม่ต้องถามแล้ว หรือฮูหยินหลิวคิดว่าข้าไม่ดีพอ ไม่คู่ควรพอที่จะแต่งกับนางหรือ?” หยางถิงเฟิงถามน้ำเสียงเข้มขึ้น หลิวฟางอิ่งมองลูกเลี้ยงอย่างไม่ยอมให้เขาข่มนางได้ นางบอก “ตั้งแต่เล็ก หวงเอ๋อร์อยากทำอะไรข้าล้วนตามใจนาง ตอนนี้นางก็โตแล้ว ข้ายิ่งไม่อาจบังคับนางได้ จะอย่างไรก็ต้องถามนางก่อน หากนางยินดีแต่งกับท่าน ข้าย่อมไม่ขัดขวาง”
หยางถิงเฟิงฟังแล้วหน้าดำทมึนทันที เพราะนางไม่ยินยอมอย่างไรล่ะ ข้าถึงได้คิดให้เจ้าไปพูด(บีบบังคับ) กับนางให้หน่อย
“เอ่อ…ฮูหยินผู้เฒ่าให้ซื่อจื่อไปหาเจ้าค่ะ” สาวใช้เข้าไปบอก
“เจ้าไปหาท่านย่าก่อนเถอะ เรื่องนี้ค่อยคุยอีกทีเถอะ” หยางซีถิงบอก หยางถิงเฟิงจึงลุกขึ้นคารวะท่านพ่อแล้วเดินออกไป เขาเดาว่าแม่สื่อคนนั้นคงไปรายงานท่านย่าเรื่องที่เขานำของหมั้นไปมอบให้หวงเอ๋อร์โดยพลการแล้วแน่ๆ
เมื่อไปถึงเรือนของท่านย่า หยางถิงเฟิงกุมมือคารวะ “ท่านย่า”
“เจ้านี่นะ เรื่องแต่งงานไยเจ้าจึงรีบร้อนถึงเพียงนี้เล่า?” จูลี่ถิงบ่นเสียงสูง “วันนี้ข้าเพิ่งให้คนไปทาบทาม เจ้ากลับทำข้ามขั้นมอบของหมั้น นางเป็นแค่คุณหนูจากตระกูลเล็กๆ เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนประหนึ่งนางเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ๆ เลย ต่อให้เจ้าจะแต่งกับองค์หญิงหรือท่านหญิงสูงศักดิ์ที่ไหน เจ้าก็จะทำข้ามขั้นตอนไม่ได้”
“ข้าผิดไปแล้วขอรับ” หยางถิงเฟิงรีบยอมรับความผิด จูลี่ถิงจึงเสียงอ่อนลง “ช่างเถอะๆ”
นางยกน้ำชาขึ้นจิบแล้วพูดว่า “นางมาบอกข้าว่าเด็กนั่นหมั้นหมายแล้ว เจ้าก็ตัดใจเถอะ”
หยางถิงเฟิงเข้าใจดีว่า ‘นาง’ ที่ท่านย่าพูดถึงก็คือแม่สื่อนั่นเอง เขาไม่รู้ว่าแม่สื่อเล่าตามความจริงหรือใส่สีตีไข่อะไรเพิ่มหรือไม่ เขาไม่กล้าถามท่านย่า อีกทั้งไม่กล้าทำให้ท่านย่าโมโหไปมากกว่านี้ แต่จะให้เขาตัดใจ เขาตัดใจไม่ได้ ดังนั้นเขาต้องคิดหาทางแย่งนางมาจากไอ้เฒ่าหน้าอ่อนนั่นให้ได้!
จูลี่ถิงเห็นหลานชายเอาแต่เงียบจึงคิดว่าเขาคงกำลังเศร้าเสียใจกระมังที่สตรีที่หมายปองดันกลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว นางจึงโบกมือ “ไปๆ เจ้าไปเถอะ”
“ขอรับ” หยางถิงเฟิงกุมมือลาแล้วเดินออกไป เขาไม่ได้กลับเรือนของตัวเอง แต่เขาออกไปข้างนอกมุ่งหน้าไปยังหอชุนหลิน
เมื่อถึงหอชุนหลิน หยางถิงเฟิงก็เข้าไปนั่งในห้องส่วนตัวบนชั้น 2 เสี่ยวเอ้อร์ต้อนรับอย่างดียิ่ง เพราะว่าซื่อจื่อหยางชอบมาสังสรรค์กับสหายที่นี่เป็นประจำ
“เจ้าให้คนไปเชิญคุณชายจางเฉียนมาหน่อย” หยางถิงเฟิงสั่ง เสี่ยวเอ้อร์รับคำสั่ง “ขอรับ”
เสี่ยวเอ้อร์ออกไปสั่งคนให้ไปเชิญคุณชายจาง แล้วก็เข้าห้องไปรอรับคำสั่ง หยางถิงเฟิงจึงสั่งอาหารและเหล้า เขาดื่มเหล้าและกินอาหารรอไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจางเฉียนมาถึง จางเฉียนจึงทักทาย “ซื่อจื่อหยาง”
“นั่งซิ” หยางถิงเฟิงบอก จางเฉียนนั่งลงพลางถาม “ท่านให้คนไปตามข้ามีอะไรหรือ? หรืออยากจะหาเพื่อนร่ำสุราร่ายกวี?”
“กินซิ” หยางถิงเฟิงบอกพลางรินเหล้าให้ จางเฉียนจึงเอ่ย “ขอบคุณ”
เขายกจอกเหล้าขึ้นจิบพลางกินอาหาร หยางถิงเฟิงบอกเสียงเบา “ข้ามีงานให้เจ้าทำ”
“โอ้ งานอะไรรึ?” จางเฉียนถาม
“ทำลายชื่อเสียงสตรีคนหนึ่ง” หยางถิงเฟิงบอก จางเฉียนเลิกคิ้วขึ้น “ใคร?”
“ลูกสาวแม่เลี้ยงข้า” หยางถิงเฟิงบอก จางเฉียนมองเขา “ฮูหยินหลิวน่ะหรือ?”
“ข้ายังมีแม่เลี้ยงคนอื่นรึ?” หยางถิงเฟิงย้อนถาม จางเฉียนรีบโบกๆ มือ “ไม่ใช่ๆ เพียงแต่ข้าสงสัย นางทำอะไรให้ท่านโมโหรึ ท่านถึงได้คิดจะทำลายชื่อเสียงลูกสาวของนางน่ะ?”
“ข้าคิดอะไรเจ้าไม่ต้องถามมาก ทำตามที่ข้าบอกก็พอ หากยังพูดมากอีกก็ไสหัวไปซะ” หยางถิงเฟิงบอกน้ำเสียงเข้ม จางเฉียนเอามือปิดปากทำท่าว่า ‘ได้ๆ ข้าไม่ถามแล้ว’
“กินเสร็จแล้วเจ้าก็กลับไปได้” หยางถิงเฟิงบอก จางเฉียนพยักหน้าแล้วกินต่อ ขณะที่จางเฉียนกิน หยางถิงเฟิงก็อธิบายแผนการคร่าวๆ ให้จางเฉียนฟัง หลังจากกินอาหารอิ่มแล้ว ทั้งสองก็ออกจากหอชุนหลิน
วันคืนผ่านไปจนกระทั่งถึงวันเกิดของจูลี่ถิง จวนแม่ทัพใหญ่ก็จัดงานเลี้ยงอย่างใหญ่โต มีแขกเหรื่อมาร่วมอวยพรฮูหยินผู้เฒ่ามากมายนัก จูลี่ถิงนั่งต้อนรับแขกอย่างหน้าชื่นตาบาน นางได้รับของขวัญจากลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานๆ แล้ว ของขวัญทุกชิ้นสร้างความพอใจให้นางมากนัก โดยเฉพาะปิ่นปักผมที่หลานชาย 2 คนรวมเงินซื้อให้นาง นี่ทำให้นางสามารถคุยอวดญาติมิตรได้อีกนานเลยทีเดียว
เฟิ่งหวงไปถึงจวนแม่ทัพใหญ่ หมอกู่เชาไม่ได้ไปด้วยเพราะเขาไม่ชอบงานเลี้ยงเท่าไหร่ นางจึงไปกับแม่นมซื่อและผู้คุ้มกัน 2 คน นางลงจากรถม้า ศีรษะสวมหมวกมีผ้าคลุมทำให้คนอื่นมองไม่เห็นใบหน้า แต่เมื่อเดินเข้าไปในห้องโถงหลักนางก็ถอดหมวกออก ผู้คนตะลึงลาน “โอ้…ใครกัน? ช่างงามจริง”
“มาๆ หวงเอ๋อร์” หลิวฟางอิ่งรีบลุกไปต้อนรับ เฟิ่งหวงกุมมือคารวะ “ท่านแม่”
“ฮูหยิน” ซื่อเฟิงก้มตัวคารวะ นางถือกล่องของขวัญจึงไม่อาจกุมมือคารวะได้
“ทุกท่าน นี่คือลูกสาวคนโตของข้าเอง” หลิวฟางอิ่งแนะนำตัวกับทุกคน เฟิ่งหวงกุมมือคารวะไปรอบๆ จากนั้นนางก็เดินไปยืนตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่าที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ประธาน นางกุมมือคารวะ “ฮูหยินผู้เฒ่า ขอให้ท่านอายุยืน ไร้โรคภัยเป็นมิ่งขวัญแก่ตระกูลไปนานๆ นะเจ้าคะ”
“อืมๆ ขอบใจๆ” จูลี่ถิงยิ้มแย้ม ซื่อเฟิงมอบกล่องของขวัญให้สาวใช้ สาวใช้รับไปแล้วเปิดกล่องให้ฮูหยินผู้เฒ่าดูของขวัญ เป็นกำไลหยกขาววงหนึ่ง จูลี่ถิงหยิบขึ้นมาชื่นชม “ดีๆ”
นางมองเฟิ่งหวงแล้วบอกว่า “เจ้าไปดื่มกินเถอะ วันนี้มีคุณหนูมามากมายนัก ทำความรู้จักกันไว้นะ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” เฟิ่งหวงเอ่ยพลางกุมมืออีกครั้ง
“มาๆ หวงเอ๋อร์ ข้าจะพาเจ้าไปคารวะฮูหยินกั๋วกง” หลิวฟางอิ่งจึงจูงมือลูกสาวเดินไปทางส่วนจัดงานเลี้ยงสำหรับสตรี ซื่อเฟิงกุมมือคารวะฮูหยินผู้เฒ่าแล้วเดินตามไป
ขณะนั้น สาวใช้คนหนึ่งก็รีบไปรายงานซื่อจื่อ นางกระซิบข้างๆ เขาว่า “คุณหนูเฟิ่งมาแล้วเจ้าค่ะ”
“อืม” หยางถิงเฟิงพยักหน้าทีหนึ่ง สาวใช้ถอยออกไป
เฟิ่งหวงถูกท่านแม่พาไปทำความรู้จักกับฮูหยินและคุณหนูทั้งหลาย นางกุมมือคารวะผู้สูงวัยกว่านางครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าจะคารวะทุกคนหมดเล่นเอานางเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก ซื่อเฟิงยืนอยู่ด้านข้างคอยรับใช้คุณหนูไม่ห่าง
จนกระทั่งสาวใช้คนหนึ่งเดินเข้าไปบอกว่า “คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินให้ข้ามาเชิญท่านไปพบเจ้าค่ะ”
มาแล้ว! เฟิ่งหวงมองสาวใช้คนนั้นพลางเอ่ยกับคุณหนูทั้งหลายที่นั่งร่วมโต๊ะว่า “ข้าขอตัวก่อน”
“เชิญเถอะ” คุณหนูทั้งหลายเอ่ยแล้วหันไปคุยกันต่อ เฟิ่งหวงจึงลุกขึ้น ซื่อเฟิงจะเดินตามไป เฟิ่งหวงจึงบอก “เจ้าเอาหมวกไปเก็บไว้ในรถม้าให้ข้าที”
“เจ้าค่ะ” ซื่อเฟิงรับคำแล้วถือหมวกใบนั้นเดินออกไป เฟิ่งหวงเดินตามสาวใช้ไป
เมื่อไปถึงห้องว่างห้องหนึ่ง สาวใช้ก็บอกว่า “เชิญคุณหนูนั่งรอก่อนนะเจ้าคะ อีกเดี๋ยวฮูหยินก็มาแล้วเจ้าค่ะ”
“อืม” เฟิ่งหวงพยักหน้าทีหนึ่ง นางก้าวไปนั่งที่เก้าอี้ สาวใช้ก็รินชาให้ เฟิ่งหวงยกชาขึ้น แค่ได้กลิ่น นางก็แยกออกทันทีว่าในชามียานอนหลับผสมอยู่ ชาติที่แล้วนางแยกไม่ออก แต่ชาตินี้ไม่เหมือนกันแล้ว นางเชี่ยวชาญเรื่องยาและสมุนไพร ดังนั้นแค่ยานอนหลับระดับต่ำๆ พรรค์นี้ คิดจะหลอกนางเกรงว่าคงต้องรอให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกก่อนเถอะ!
นางถือถ้วยชายกขึ้นดื่ม สาวใช้เห็นคุณหนูดื่มชาลงไปแล้วจึงเลื่อนจานขนมให้ เฟิ่งหวงหยิบขนมขึ้นมา นางไม่ได้กลิ่นแปลกปลอมใดๆ จึงเดาว่าขนมไม่ได้ใส่ยา นางกัดคำหนึ่ง ‘อืม ไม่ได้ใส่ยาจริงๆ ด้วย’
นางจึงกินลงไปจนหมดชิ้น แล้วดื่มน้ำชาต่อ สาวใช้ก็รีบรินชาเติมให้ เฟิ่งหวงดื่มชาใส่ยานอนหลับลงไป 2 ถ้วยแล้วก็แกล้งทำเป็นง่วงนอน นางอ้าปากหาวพลางยกมือปิดปาก วางถ้วยชาลงแล้วถามว่า “ไยท่านแม่ไม่มาเสียที?”
“อีกเดี๋ยวก็คงจะมาเจ้าค่ะ” สาวใช้บอกพลางมองท่าทางง่วงนอนของคุณหนูเฟิ่งอย่างดีใจอยู่ในใจ ‘ยาน่าจะออกฤทธิ์แล้ว’
เฟิ่งหวงอ้าปากหาวอีกทีแล้วฟุบตัวลงแกล้งนอนหลับ สาวใช้มองดูอยู่ครู่ใหญ่ จนนางแน่ใจว่าคุณหนูเฟิ่งนอนหลับแล้วนางจึงลองเขย่าปลุก “คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู…”
นางเห็นคุณหนูเฟิ่งไม่มีท่าทีจะตื่นขึ้นมาเลย นางจึงประคองคุณหนูขึ้นมาแล้วพาไปนอนที่เตียง จากนั้นนางก็รีบไปรายงานซื่อจื่อ
เมื่อสาวใช้ออกไปแล้วเฟิ่งหวงก็ลืมตาขึ้น นางไม่มีความทรงจำของช่วงเวลานี้ นางจึงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง นางจึงได้แต่รอดูสถานการณ์ไปก่อน อีกทั้งยังบอกให้แม่นมซื่อช่วยจับตามองเหตุการณ์ในช่วงนี้ให้ดีๆ ดังนั้นซื่อเฟิงที่ถูกใช้ให้เอาหมวกไปเก็บจึงไม่ได้เอาหมวกไปเก็บจริงๆ นางแยกตัวไปแล้วคอยจับตาดูคุณหนูอยู่ห่างๆ เมื่อนางเห็นสาวใช้รีบร้อนออกจากห้อง นางจึงแอบตามสาวใช้ไป
สาวใช้เข้าไปหาซื่อจื่อพลางกระซิบว่า “บ่าวจัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
“ดี” หยางถิงเฟิงตอบเสียงเบา จากนั้นสาวใช้ก็รีบกลับไปที่ห้องๆ นั้น ซื่อเฟิงรีบตามสาวใช้ไป
หยางถิงเฟิงสบตากับจางเฉียน จากนั้นหยางถิงเฟิงก็เดินออกไปก่อน ต่อมาจางเฉียนก็ค่อยตามไป
หยางถิงเฟิงไปถึงห้องที่เฟิ่งหวงอยู่ เขาเข้าไปในห้องเห็นเฟิ่งหวงหลับอยู่ เขาเดินไปถึงข้างเตียง สาวใช้รายงานว่า “ยังหลับอยู่เจ้าค่ะ นางดื่มชาไป 2 ถ้วยเจ้าค่ะ”
“ดี” หยางถิงเฟิงบอก ชาที่ใส่ยานอนหลับน่าจะทำให้นางหลับไปอีกนานทีเดียว เฟิ่งหวงได้ยินเสียงบุรุษ นางจำเสียงเขาได้ เป็นเขา!
นางเกลียดเขานัก ชาตินี้เขาก็ยังคิดจะทำลายชื่อเสียงของนางเหมือนเดิม ทั้งๆ ที่นางมีคู่หมั้น(ปลอมๆ) อยู่แล้ว เขาก็ยังไม่ปล่อยนางไปอีก ดีนัก! เจ้าวางแผนข้า เช่นนั้นข้าก็จะวางแผนใส่เจ้ากลับคืนไปเช่นกัน!
หยางถิงเฟิงก้มลงจูบริมฝีปากสีแดงระเรื่อ เฟิ่งหวงรู้สึกถึงสัมผัสที่แตะที่ริมฝีปาก นางเกือบจะลืมตาขึ้นมาแล้ว ใต้เปลือกตาสั่นไหวแวบหนึ่งแล้วก็นิ่งสงบเหมือนนางยังหลับอยู่ สัมผัสที่ริมฝีปากกดแรงลงมา ปลายลิ้นอุ่นเลียที่กลีบปากอ่อนนุ่ม
“อ่ะ!” สาวใช้ตกใจที่จู่ๆ ก็เห็นซื่อจื่อจูบคุณหนูเฟิ่งต่อหน้าต่อตานางเช่นนั้น นางรีบยกมือปิดปากตัวเองแล้วหันหน้าไปทางอื่น หากซื่อจื่อเห็นว่านางกล้าดูเขา เกรงว่าคงถูกเขาโบยแน่
หยางถิงเฟิงอยากจะจูบให้นานกว่านี้ แต่ว่าประตูห้องเปิดออก เขาจึงรีบยืดตัวขึ้น
จางเฉียนเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูห้อง เขาเดินอ้อมฉากบังลมไปที่เตียง สายตามองดูคนที่นอนอยู่บนเตียง เพียงแรกพบหน้า เขาก็ตกตะลึงไป นี่คือคนที่เขาต้องทำลายชื่อเสียงของนางหรือ? ช่างงามนัก!
แม่เจ้าโว้ย! นางช่างมีรูปร่างที่ยั่วยวนอะไรเช่นนี้! แค่ก้อนเนื้อบนหน้าอกนางก็ทำข้าอยากเอาหน้าซุกลงไปสัมผัสยิ่ง!
“เจ้าไปได้แล้ว” หยางถิงเฟิงไล่สาวใช้ออกไป
“เจ้าค่ะ” สาวใช้รับคำแล้วรีบจากไปทันที ซื่อจื่อให้นางวางยาคุณหนูเฟิ่งหวง นางก็ยอมทำตาม แลกกับสัญญาขายตัวและเงินอีก 1,000 ตำลึง ซึ่งเงิน 1,000 ตำลึงนี้เพียงพอที่จะให้นางตั้งตัวอยู่บ้านนอกได้อย่างสุขสบายเลยทีเดียว ตัวนางถูกพ่อแม่ขายเพราะว่ายากจน ไม่อาจเลี้ยงดูนางได้ พวกเขาจึงขายนาง แล้วนางก็ถูกพ่อบ้านอู๋ของจวนแม่ทัพใหญ่ซื้อตัวมา นางรับใช้อยู่ในจวนแม่ทัพใหญ่มาหลายปี รู้เรื่องราวในจวนเป็นอย่างดี เมื่อซื่อจื่อหยิบยื่นข้อเสนอนี้ให้นาง นางก็รีบตะครุบไว้ทันที นางไม่รู้หรอกว่าซื่อจื่อมีเรื่องราวผิดใจอะไรกับคุณหนูเฟิ่งหวง หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะซื่อจื่อไม่ชอบฮูหยินหลิวกระมังจึงได้วางแผนทำลายชื่อเสียงคุณหนูเฟิ่งหวงเช่นนี้ จัดการคนลูกก่อนแล้วค่อยจัดการคนแม่ในภายหลัง นางคิดไปสารพัดสารพันแล้ว
เมื่อสาวใช้ออกไปแล้วจางเฉียนก็เอ่ยกับสหายว่า “ซื่อจื่อหยาง ท่านก็ควรออกไปได้แล้วกระมัง”
“อืม” หยางถิงเฟิงพยักหน้าแล้วหันไปเอ่ยย้ำว่า “เจ้าห้ามแตะต้องนางเด็ดขาด ข้าแค่ต้องการให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ไม่ได้ต้องการให้นางสูญเสียพรหมจรรย์หรือถูกล่วงเกิน หากว่าเจ้ากล้าแตะต้องนาง ข้าจะสับมือเจ้าทิ้งซะ เจ้าใช้ส่วนไหนแตะต้องนางข้าก็จะสับตรงนั้นของเจ้าทิ้ง!”
“อื้มๆ รู้แล้วๆ ข้ารู้หรอกน่า ท่านไม่ต้องห่วงหรอก ท่านรีบไปเถอะ หากยังไม่ไปอีก ถึงเวลานั้นคนแห่กันมา แผนการนี้ของท่านก็เสียเปล่าแล้วนะ” จางเฉียนบอก
หยางถิงเฟิงจึงยอมออกไป ซึ่งเขาได้สั่งสาวใช้แล้วว่าเมื่อนางออกไปแล้วก็ให้รีบไปตามคนมาที่นี่ทันที เขาไม่วางใจที่จะปล่อยให้เฟิ่งหวงอยู่กับจางเฉียนตามลำพังนานๆ เลยสักนิด แม้ว่าเขาจะไม่ไว้ใจจางเฉียน แต่ว่าเขาก็ไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้แล้ว จะให้เลือกบ่าวไพร่ในจวนมาเป็น ‘หมาก’ ทำลายชื่อเสียงก็ไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ เฟิ่งหวงมีฐานะเป็นคุณหนู นางจะลดตัวลงไปคบหากับบ่าวไพร่ที่ต่ำศักดิ์ ด้อยฐานะกว่านางได้อย่างไร มีแต่ต้องใช้คุณชายที่มีฐานะสูงสักคนเท่านั้น จึงจะทำให้ผู้คนเชื่อว่านางไม่รักนวลสงวนตัว แอบลอบคบหากับบุรุษ
ทันทีที่หยางถิงเฟิงออกไปแล้ว จางเฉียนก็รีบใส่กลอนประตู แล้วก้าวอาดๆ ไปที่เตียง มองดู ‘ปลาบนเขียง’ ที่นอนสลบไสลไม่ได้สติ รอให้เขาจัดการตามใจชอบ ถึงเขาจะรับปากหยางถิงเฟิงว่าจะไม่ทำอะไรนาง แต่ว่าเมื่อมองดูนางใกล้ๆ แบบนี้เขาจะอดใจไหวได้อย่างไร?
นางงดงามจนเหมือนนางปีศาจจิ้งจอกจำแลงแปลงกายมาล่อล่วงบุรุษถึงเพียงนี้ บุรุษใดไม่หวั่นไหวก็จงไสหัวไปออกบวชเสียเถอะ!
ต่อให้เขาล่วงเกินนางแล้วอย่างไร เมื่อมีคนมาเห็นเข้า ชื่อเสียงสตรีนางนี้ก็ย่อยยับป่นปี้ไปเพราะเขา เขาเองก็ต้องแบกรับชื่อเสียงเสียหายไปพร้อมกับนางเหมือนกันนะ ในเมื่อต่างต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงทั้งคู่ แล้วไยเขาไม่ฉวยโอกาสนี้เชยชมนางล่ะ ต่อให้หยางถิงเฟิงจะขู่แบบนั้น แต่เขาจะกล้าลงมือจริงๆ หรือ เขาไม่กลัวว่าจะถูกเปิดโปงว่าเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังรึไง แน่นอนว่าเขาคงไม่กล้าหรอก ในเมื่อข้ากุมความลับเขาเอาไว้ในกำมือ หึๆๆๆ…
ถึงเวลานั้นเขาทำให้ ‘ไม้กลายเป็นเรือ’ แล้ว ต่อให้ถูกผู้คนประณามเขาก็ยังได้กำไรอยู่ดี ถึงนางจะเป็นแค่ลูกเลี้ยงของแม่ทัพใหญ่ แต่ว่านางงดงามถึงเพียงนี้ หากเขาปล่อยให้นางหลุดมือไป เขาคงเสียใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับแน่นอน หลังจากถูกจับได้แล้วเขาก็จะให้ท่านพ่อมาสู่ขอนาง รับนางเป็นอนุของเขาเสียเลย ฮ่าๆๆๆ…
เขาก้มตัวลงไปคิดจะจูบนาง เฟิ่งหวงพลันลืมตาขึ้นแล้วสับสันมือใส่ต้นคอของบุรุษคนนั้น ผั๊วะ!
“อ่ะ….” จางเฉียนร้องได้คำเดียว เขาก็สลบไป เฟิ่งหวงรีบกลิ้งหลบไปด้านข้าง ทำให้จางเฉียนฟุบลงบนเตียง ลำตัวท่อนล่างยังยืนอยู่บนพื้น ตัวเขาจึงพาดตัวครึ่งๆ กลางๆ ระหว่างเตียงกับพื้นห้อง เฟิ่งหวงพลิกตัวลุกขึ้นอย่างว่องไว นางลุกขึ้นเป่าปากเป็นสัญญาณคล้ายนกร้อง “จิ๊บๆ จิ๊บๆ”
ซื่อเฟิงที่ได้ยินเสียง ‘นก’ ร้อง นางจึงรีบเข้าไปในห้องทันที นางเห็นบุรุษคนนั้นฟุบอยู่บนเตียงก็เดาได้ว่าคงถูกคุณหนูจัดการไปแล้ว นางกำลังจะอ้าปากถามว่า ‘จะทำอย่างไรต่อเจ้าคะ?’ แต่นางยังไม่ทันถาม เฟิ่งหวงก็สั่งว่า “ช่วยยกตัวเขาขึ้นมา”
“เจ้าค่ะ” ซื่อเฟิงรับคำสั่งแล้วหามปลายเท้าบุรุษคนนั้นขึ้นเตียง จังหวะนั้นผู้คุ้มกันก็เปิดหน้าต่างชะโงกมองเข้าไป ซื่อเฟิงตกใจจนเกือบจะร้องออกมาแล้ว นางชะงักนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง
“เจ้าไปจับตัวสาวใช้คนนั้นมา ข้าจะโยนนางขึ้นเตียงกับเจ้าคนเลวนี่” เฟิ่งหวงสั่ง ผู้คุ้มกันรับคำ “ขอรับ”
เขารับคำสั่งแล้วปิดหน้าต่าง จากนั้นก็รีบไปจับตัวสาวใช้คนนั้น แต่ว่าสาวใช้คนนั้นเข้าไปที่ห้องโถงหลักเสียแล้ว เขาจึงได้แต่รอให้นางออกมา เขายืนหลบมุมอยู่ในมุมๆ หนึ่งที่ไม่สะดุดตาผู้คน เขาได้ยินเสียงจากในห้องโถงแว่วๆ ว่า นางรายงานว่าเห็นคุณชายจางพาคุณหนูเฟิ่งเข้าห้องไป นางเห็นท่าทางไม่ดีจึงได้รีบมารายงานฮูหยินผู้เฒ่า
“ฮ้า!” เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ จูลี่ถิงรีบพูดกับแขกเหรื่อว่า “ทุกคนรอก่อนนะ ข้าขอตัวสักประเดี๋ยว”
นางพูดแล้วถลึงตาดุสาวใช้คนนั้น จากนั้นก็รีบเดินออกไป จะให้เกิดเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้นมาไม่ได้! ถึงเด็กคนนั้นจะไม่ใช่ลูกหลานแท้ๆ ของนางแต่ก็มีศักดิ์เป็นหลานเลี้ยง หากเกิดเรื่องกับนางขึ้นมาจริงๆ จวนแม่ทัพย่อมขายหน้าแน่นอน!
