Skip to content
ปกดวงใจไฟซาล

ดวงใจไฟซาล 5

Chapter 5 เจ้าชาย!

“คุณช่วยอะไรเพื่อนคุณไม่ได้หรอก ผมว่าคุณอยู่เฉยๆ จะดีกว่านะ” บอดี้การ์ดบอกแล้วก็หันไปสั่งเจ้าหน้าที่สาวว่า “คุณเปิดประตูห้องนั้นซิ”

“เยสเซอร์” เจ้าหน้าที่รีบเดินไปเปิดประตูตามคำสั่ง

“มีเรื่องอะไรกันเหรอ แล้วนั่นใครล่ะ ทำไมถึงถูกหิ้วแบบนั่นล่ะ” ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม

บอดี้การ์ดหันไปมองแล้วก็รีบค้อมหัวทำความเคารพ

“เจ้าชายซาคีน” เจ้าหน้าที่เรียกแล้วก็รีบทำความเคารพเช่นกัน

พรพรรณมองคนที่ถูกเรียกว่า ‘เจ้าชาย’ อย่างงงๆ

“กษัตริย์ไฟซาลสั่งให้พาคุณคนนี้ออกมาครับ” บอดี้การ์ดบอก

“เอ๊ะ! แล้วมีเรื่องอะไรกันล่ะพี่ไฟซาลถึงได้สั่งแบบนี้น่ะ” ซาคีนถามพลางมองคนที่ถูกหิ้วแล้วก็ถามว่า “หรือว่าคุณคนนี้ไปพูดอะไรให้พี่ไฟซาลโกรธรึไง”

บอดี้การ์ดส่ายหน้า “ไม่ใช่คุณคนนี้หรอกครับ คุณคนที่อยู่ในห้องต่างหากครับที่ทำให้ท่านไฟซาลโกรธถึงขนาดนั้นได้ ช่างหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ ครับ หน้าตาก็น่าเกลียดอยู่แล้วยังจะปากหาเรื่องอีก”

เขาส่ายหน้าอย่างสมเพช

“อ้าวๆ นี่คุณพูดให้มันดีๆ นะ คุณว่าเพื่อนฉันน่าเกลียดแล้วยังปากหาเรื่องอีกเหรอ พูดแบบนี้เดี๋ยวก็มีเฮหรอกคุณ!” พรพรรณหันไปแว๊ดใส่บอดี้การ์ดอย่างโกรธแทนเพื่อน

ซาคีนมองคนพูดอย่างขำๆ “ดูท่าทางคุณคนนี้ก็ปากจัดใช่ย่อยนะนี่”

พรพรรณหันขวับไปแว๊ดใส่ “อ้าวๆ คุณว่าใครปากจัดห๊า! พูดงี้มาฉะกันซักยกสองยกเลยไหมล่ะ! หนอย…ปากหมาแบบนี้แม่จะด่าให้ลืมดำเลยเชียว!”

ทั้งซาคินทั้งบอดี้การ์ดทั้งเจ้าหน้าที่ต่างพากันอึ้ง! ตะลึงกันหมด

ซาคินโกรธกรุ่นๆ ขึ้นมาตะหงิดๆ เขาชี้นิ้วสั่ง “พาแม่คนนี้ไปที่ห้องทำงานผมที ปากจัดแบบนี้คงต้องสั่งสอนกันหน่อยล่ะ”

“เยสเซอร์” บอดี้การ์ดรับคำแล้วก็รีบหิ้วคนปากจัดไปตามคำสั่ง ให้ตายเถอะ! ผู้หญิง 2 คนนี้ทำไมถึงได้ปากเก่งปากจัดกันนักนะ ช่างไม่รู้เรื่องรู้ราวเอาซะเลยว่าต่อปากต่อคำกับใครอยู่ คนนึงก็กำลังจะถูกกษัตริย์ไฟซาลจัดการ ส่วนอีกคนนี่ชะตากรรมก็คงไม่ต่างกันนักหรอก แม่ 2 คนนี่ช่างหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ

เมื่อถึงห้องทำงาน บอดี้การ์ดก็เปิดประตูแล้วดันตัวพรพรรณเข้าไป

พรพรรณหันขวับจะพุ่งพรวดหนีก็ผงะ “เอ่อ…”

เมื่อเจอร่างใหญ่ยืนขวางประตูจังก้าเต็มกรอบบาน ไม่เหลือแม้ช่องเล็กๆ พอที่เธอจะมุดตัวลอดออกไปได้

ซาคินยืนกอดอกมองคนปากจัดตาดุ

“จะหนีไปไหนเหรอคุณ” เขาถามเสียงเรียบ

บอดี้การ์ดรีบปิดประตูให้แล้วก็รีบเดินไปเฝ้าหน้าห้องเจ้านายตัวเอง ส่วนตรงนี้เจ้าหน้าที่สาวได้แต่ยืนรอคอยฟังเสียงเรียก ก็ถ้าเจ้าชายซาคินเรียกให้คนช่วยเธอจะได้ตามรปภ.ได้ทัน

พรพรรณลอบกลืนน้ำลายเอื๊อก!

“เปล๊า!” เธอปฏิเสธเสียงสูงปรี๊ดกลบเกลื่อนความกลัว พลางก้าวถอยหลังถอยไปห่างๆ เขา

ซาคินย่างสามขุมเข้าไปเรื่อยๆ

พรพรรณก็ถอยหนีไปจนกระทั่งชนโต๊ะทำงาน

“ไม่ปากจัดอย่างเมื่อกี้อีกเหรอคุณ” ซาคินถามเสียงเรียบ “ไหนว่าจะด่าให้ลืมดำเลยไม่ใช่เหรอ”

พรพรรณแว๊ดใส่ “ฉันด่าแน่ถ้าคุณทำอะไรฉันล่ะก็…”

ซาคินเอามือลูบคางทำท่าครุ่นคิด “เอ…จะทำอะไรคุณดีนะ”

พรพรรณกลืนน้ำลายเอื๊อก! ข่มความกลัวเอาไว้ไม่ให้เขารู้

“จะฟาดคุณด้วยเข็มขัดดีไหมนะ” เขาแกล้งยานคางพูดพลางปลดเข็มขัดออกจากเอว

“อย่านะ! ถ้าคุณทำอะไรฉันๆ จะร้องให้แก้วหูคุณแตกไปเลย!” พรพรรณตะโกนลั่นใส่เขา

ซาคินเอาเข็มขัดพันมือพลางเอียงคอมอง เอามือลูบคางเล่น “ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องหาอะไรปิดปากคุณซะก่อน คุณจะได้ร้องไม่ได้ ดีไหมครับ”

พรพรรณชะงักค้าง! “เอ่อ…”

เธอเหลียวซ้ายแลขวาหาทางหนีทีไล่ แล้วก็รีบวิ่งอ้อมโต๊ะทำงานไปหลบอยู่หลังเก้าอี้นั่งทำงานตัวใหญ่

ซาคินแอบเบือนหน้าไปยิ้มขำ “หึๆๆๆ”

เขาไม่เคยทำร้ายผู้หญิงเลยสักครั้งและก็ไม่เคยคิดจะทำด้วย พี่ชายของเขาก็เช่นกัน แต่เจอแม่คนปากดีนี่แล้วก็นึกอยากแกล้งให้เธอกลัวบ้าง ทีหลังจะได้ไม่กล้าปากดีกับเขาอีก เอ๊ะ! แล้วทำไมเขาจะต้องเจอกับแม่คนนี้อีกล่ะ ความคิดผุดวาบขึ้นมาในใจ เจอกันแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวก็เกินพอล่ะ ผู้หญิงอะไรปากจัดชะมัด หน้าตาก็น่าเกลียด ฟันก็เหยิน หัวก็ยุ่ง ผิวก็ดำตกกระ แว่นก็หนาเตอะ แค่เห็นก็หมดอารมณ์ นี่ถ้าหน้าตาสวยๆ หน่อยล่ะก็…ปากจัดแบบนี้เขาคงจัดการปิดปากทำโทษด้วยปากเขาไปนานแล้วล่ะ

“อย่าเข้ามานะ! ถ้าคุณเข้ามาฉันฟาดคุณหัวแตกแน่!” พรพรรณตะโกนลั่น! พลางคว้าที่ทับกระดาษรูปเหยี่ยวมากำไว้แน่น

ซาคินตาวาววับ! “วางมันลงเดี๋ยวนี้นะ! นั่นน่ะของดูต่างหน้าแม่ผมเชียวนะ ถ้ามันแตกไปล่ะก็…ผมเอาเรื่องคุณแน่!”

พรพรรณมองสิ่งที่ถืออยู่ในมือแล้วก็มองหน้าเขา ตาเขาดุมาก เขาคงไม่ได้ขู่เธอเล่นแน่ๆ เธอยิ่งกำไว้แน่นเพราะกลัวหล่นแตก ก็เขาบอกว่าเป็นของดูต่างหน้าแม่ เขาคงจะรักมันมากน่าดู แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดวาบขึ้นมา เธอจ้องหน้าเขาเขม็ง

“ถ้างั้นคุณก็สัญญามาก่อนว่าคุณจะไม่ทำอะไรฉัน ไม่งั้นฉันทุ่มมันทิ้งแน่!” เธอแกล้งขู่ไปงั้นแหละ ใครจะกล้าทำจริงได้ลงคอล่ะ ของดูต่างหน้าบุพการีเชียวนะ!

“ได้! ผมสัญญาด้วยเกียรติของเจ้าชายแห่งเปวาสว่าจะไม่ทำอะไรคุณเลย!” ซาคินให้สัญญาหนักแน่น แล้วเขาก็ร้อยเข็มขัดเก็บเข้ากับหูกางเกงดังเดิม เขายกมือเป็นสัญญาณยอมแพ้พลางถอยไปนั่งที่โซฟา

พรพรรณลอบถอนหายใจโล่งอก เธอค่อยๆ ขยับเข้าไปวางที่ทับกระดาษรูปเหยี่ยวลงบนโต๊ะอย่างเบามือ

ซาคินถอนหายใจโล่งอก “เฮ้อ…”

พรพรรณพุ่งพรวดไปที่ประตู

ซาคินรีบพุ่งตัวไปจับตัวเธอเอาไว้ “เดี๋ยว! แล้วนี่คุณจะหนีไปไหน”

“ปล่อยฉันนะคุณ! ฉันจะไปช่วยเพื่อนฉัน ป่านนี้จะเป็นยังไงมั่งก็ไม่รู้” พรพรรณพูดอย่างเป็นห่วงเพื่อน

“เพื่อนคุณไม่เป็นอะไรหรอก อาจจะโดนสั่งสอนบ้างนิดๆ หน่อยๆ ก็เท่านั้นแหละ” ซาคินบอกอย่างไม่ยี่หระ

พรพรรณยิ่งเป็นห่วงเพื่อนหนัก “ไอ้ที่ว่านิดๆ หน่อยๆ ของคุณน่ะป่านนี้เพื่อนฉันถูกนายนั่นทำอะไรบ้างแล้วก็ไม่รู้ ปล่อยนะ! ฉันจะไปหาเพื่อนฉัน!”

เธอดิ้นสุดฤทธิ์

ซาคินกระชับวงแขนมั่นรัดแน่นดั่งรัดลูกรักบี้ กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยแตะจมูก ยิ่งร่างเล็กในอ้อมแขนดิ้นมากเท่าไหร่กลิ่นหอมก็ยิ่งกำจายแรงขึ้น เขาแอบสูดกลิ่นหอมอย่างนึกแปลกใจ แม่คนนี้ใช้น้ำหอมอะไรนะ ยิ่งเหงื่อออกกลับยิ่งหอมต่างจากคนอื่นๆ ที่เขาเคยนอนด้วย ผู้หญิงพวกนั้นยิ่งเหงื่อออกปนกับกลิ่นน้ำหอมยิ่งตัวเหม็น

“ตัวห๊อม…หอม ใช้น้ำหอมแบรนด์ไหนเหรอ” เขาถามพลางสูดกลิ่นอย่างหลงใหล

“ไม่ได้ใช้! ปล่อยฉันนะ! นี่คุณหาเรื่องแต๊ะอั๋งฉันเหรอ” พรพรรณแหวใส่เขาเสียงเขียว

“ผมแต๊ะอั๋งคุณที่ไหน หน้าตาคุณขี้เหร่ซะขนาดนี้ผมไม่ลดตัวไปแต๊ะอั๋งคุณให้เสียเกียรติหรอก คุณหลงตัวเองไปรึเปล่าคุณผู้หญิง” ซาคินปฏิเสธเสียงแข็ง

พรพรรณแว๊ดใส่ “ถ้าไม่ได้คิดแต๊ะอั๋งฉันก็ปล่อยฉันซิ จะมาจับฉันไว้ทำไมให้เสียเกียรติห๊า!”

“ก็คุณจะไปหาเพื่อนคุณ เดี๋ยวพี่ไฟซาลก็ยิ่งโกรธเอาหรอก แล้วคุณกับเพื่อนคุณนั่นแหละที่จะเดือดร้อน นี่ผมเตือนด้วยความหวังดีนะครับคุณผู้หญิง” ซาคินบอก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาบอกอย่างเป็นห่วงจริงๆ หรือเป็นแค่ข้ออ้างที่จะกักตัวเธอไว้ไม่ให้ไปช่วยเพื่อนได้

ยิ่งคิด พรพรรณก็ยิ่งเป็นห่วงเพื่อน ป่านนี้จะเป็นยังไงมั่งนะ

“ปล่อยฉัน! ฉันจะไปหาเพื่อนฉัน!” เธอแว๊ดไปพลางดิ้นหนีหวังจะให้หลุดจากอ้อมแขนแข็งแรงดั่งกรงเหล็กที่กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนของเขา

ยิ่งร่างเล็กดิ้นมากเท่าไหร่ เลือดหนุ่มก็ยิ่งซู่ซ่ามากขึ้นเท่านั้น น่าแปลกที่แม่คนหน้าตาอัปลักษณ์กลับทำให้เลือดหนุ่มซู่ซ่าขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งๆ ที่บางครั้งขนาดดารานางแบบสวยหยาดฟ้ามาดินยังไม่สามารถปลุกใจสิงโตให้ผงาดขึ้นมาได้ แต่แม่คนอัปลักษณ์คนนี้กลับทำให้สิงโตผงาดจนเขาปวดร้าวระบบไปทั้งแก่นกาย หรือจะเป็นเพราะผิวนุ่มๆ กลิ่นกายหอมๆนี่กระมังที่ปลุกสิงโตให้ผงาดได้อย่างน่าประหลาดใจ

พรพรรณรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างขยับดุ๊กๆ อยู่แถวสะโพก เธอชะงัก! หยุดดิ้น

“นี่คุณ! ไหนว่าไม่ได้แต๊ะอั๋งฉันให้เสียเกียรติไง แล้วมือคุณทำไมมันถึงไปจับก้นฉันแบบนั้นล่ะ ทุเรศที่สุดเลย!” เธอโวยวายใส่เขา

“มือผมที่ไหนกันคุณ นี่มือผมอยู่นี่ คุณเห็นไหม” ซาคินิขยับมือโชว์ให้เธอเห็นพิสูจน์ความบริสุทธิ์

พรพรรณก้มมองแล้วก็โวยวายว่า “ถ้าไม่ใช่มือคุณแล้วอะไรมิทราบที่มันจับก้นฉันอยู่น่ะห๊า!”

“น้องชายผมไงเล่าคุณ ทำเป็นอินโนเซ้นต์ไปได้ แล้วคุณจะโวยวายให้คนข้างนอกเขาได้ยินทำไมเนี่ย คุณไม่อายเขารึไงหืม…” ซาคินบอกปนต่อว่า

พรพรรณชะงักงัน!

“น้องชายของคุณ” เธอทวนคำอย่างนึกงง มันหมายความว่าอะไรอ่ะ เธอนึกอยู่นาน ครั้นพอนึกออก เธอก็ร้องลั่น! “ว๊าย! ตาบ้า! ลามกที่สุดเลย!”

2 แก้มแดงก่ำระเรื่อขึ้นสีจนไปถึงลำคอทั้งอายทั้งโกรธ ร่างเล็กจึงยิ่งดิ้นหนัก “ปล่อยฉันนะอีตาโรคจิต!”

ซาคินถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ แม่คนนี้แรงเยอะนักใช่ไหมดิ้นไม่หยุดซะที คอยดูเถอะจะดีดดิ้นไปได้ซักเท่าไหร่เชียว ฮึ่ม! แล้วเขาก็รัดร่างเล็กยกลอยพ้นพื้นอุ้มถอยไปนั่งที่โซฟา

“ว๊าย!” พรพรรณตกใจร้องลั่น!

พอนั่งที่โซฟาได้ซาคินก็ปล่อยเธอนั่งดิ้นบนตักเขาไป เขาเพียงแต่รัดรอบเอวกับ 2 แขนให้แน่นๆ เพียงเท่านี้เธอก็ดิ้นไม่หลุดแล้ว

“ปล่อยนะคนลามก! บอกให้ปล่อยไงล่ะ! ปล่อยซิ!” พรพรรณแว๊ดสุดเสียงดิ้นสุดฤทธิ์

ยิ่งเธอดิ้น สิงโตก็ยิ่งผงาดพองคับกางเกง

พรพรรณรู้สึกถึงดุ้นเนื้อแนบแก้มก้นก็ยิ่งดิ้นหนี ปากก็แว๊ดๆ ใส่เขา “ปล่อยฉันนะตาบ้า ตาลามก ปล่อยซิ! ปล่อย!”

ซาคินขบกรามข่มอารมณ์ปรารถนาสุดฤทธิ์ ก้นอุ่นๆ นุ่มๆ บดเบียดกับแก่นกายจนปวดระบมจนเขาแทบอยากจะรูดซิปแล้วงัดสิงโตผงาดออกมาแล้วก็จับยัดใส่เข้าไปในเรือนกายนุ่มๆ ซะจริง ให้ตายเถอะ! แม่คนนี้หน้าตาก็แสนจะอัปลักษณ์แต่ทำไม๊…ทำไมเรือนร่างเธอถึงได้ปลุกไฟราคะของเขาให้ลุกโชนพรึ่บพรั่บได้ถึงเพียงนี้กันนะ

ยิ่งดิ้น พรพรรณก็ยิ่งรู้สึกแปลกๆ เนื้อตัวร้อนวูบวาบชอบกล ผิวกายส่วนที่แนบชิดกับเขามันรู้สึกวูบวาบอย่างประหลาด ให้ตายเถอะ!ดิ้นก็ดิ้นไม่หลุด! ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเหนื่อย เธอจึงแกล้งกระแทกตัวใส่เขาซะเลย! ทนได้ให้มันรู้ไปซิ! จะกระแทกให้ช้ำในตายไปเลยไอ้บ้านี่!

“เอ้าๆๆ เอาเข้าไปนะคุณ! คุณเล่นกระแทกแบบนี้น้องชายผมก็แย่ซิคุณ” ซาคินว่าปนอมยิ้มแล้วก็แกล้งบอกว่า “เดี๋ยวผมก็รูดซิปงัดมันออกมาซะเลยดีไหม! คุณจะได้สัมผัสมันสมกับที่อยาก…เอาไหม!”

“ว๊าย! อย่านะ! ไอ้บ้า! ไอ้ลามก! ไอ้โรคจิต! ใครเขาอยากจับของสกปรกๆ แบบนั้นกันห๊า! ทุเรศที่สุด! ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นใครทุเรศเท่าคุณเลย” พรพรรณด่าเป็นชุด

ยิ่งเธอดีดดิ้น ซาคินก็ยิ่งอยากแกล้ง ยิ่งได้ต่อปากต่อคำด้วยเขาก็ยิ่งรู้สึกสนุกอย่างประหลาด

“ถ้าคุณยังไม่หยุด! ผมจะเอามันออกมาจริงๆนะ เอาซิ!” เขาแกล้งขู่ไปงั้นแหละ นึกสนุกที่ได้แกล้งเธอ

“ง่ะ!” พรพรรณหยุดปั๊บยิ่งกว่าติดเบรก ABS

ซาคินอมยิ้มขำ ลอบถอนหายใจ ก็ขืนเธอเล่นกระแทกไม่หยุดเขาอาจจะกลายเป็นผู้ชายชั่วช้าที่ลงมือปลุกปล้ำเธอขึ้นมาก็ได้ นี่เธอไม่รู้รึไงว่ายิ่งดิ้นยิ่งกระแทกก็ยิ่งยั่วยุความปรารถนาอันดำมืดในตัวผู้ชายให้ลุกโชนน่ะ ฮึ่ม! มันน่านักเชียว!

พรพรรณนั่งนิ่งแต่หน้างอสุดขีด

ซาคินยิ้มขำ เหลือบมองหน้าคนในอ้อมแขนอย่างขำๆ

ส่วนทางด้านไผ่หวานพอทุกคนออกไปหมดแล้วเธอก็ท้าคนหน้าหล่อเหย็งๆ “แน่จริงก็ปล่อยฉันซิ แม่จะอัดให้คว่ำเลยเชียว!”

ไฟซาลนึกขำ “อย่างคุณเนี่ยนะจะทำอะไรผมได้ ตัวก็แค่นี้เอง โถๆๆๆแม่ลิตเติ้ลเกิร์ล กลับไปกินนมนอนให้โตๆ กว่านี้แล้วค่อยมาท้าตีท้าต่อยก่อนเถอะคุ๊ณ!”

ไผ่หวานฉุนกึกที่ถูกเรียกว่า ‘ลิตเติ้ลเกิร์ล’ หนอยแน่ะ! ไอ้ล่ำนี่ดูถูกกันชัดๆ

“นี่คุณ! อย่ามาเรียกฉันว่าลิตเติ้ลเกิร์ลนะ! ฉันไม่ใช่เด็กน้อยแล้วนะ” เธอแว๊ดใส่พลางบิดแขนให้หลุดจากการล็อคตัว พอแขนหลุดปั๊บ! เธอก็ศอกใส่เขาพลั่ก!

“อุ๊บ!” ไฟซาลร้องเจ็บถูกศอกแหลมเล็กกระแทกเฉียดๆ สีข้าง

ไผ่หวานพุ่งตัวหนี ไฟซาลก็พุ่งตามไปรวบตัวไว้

“ร้ายใช่ย่อยเลยนะนี่” เขาเข่นเขี้ยว รวบร่างเล็กไว้แน่น

ไผ่หวานสะบัดดิ้นหมายจะให้หลุด เธอกระทืบส้นสูงใส่เท้าอีกฝ่ายเต็มแรง ปึ๊ก!

แต่พลาด ไฟซาลหลบได้ เขานึกในใจว่า ผู้หญิงคนนี้ร้ายจริงๆ

“ปล่อยฉันนะ! ฉันจะไปหาเพื่อนฉัน!” ไผ่หวานตวาดลั่น

“ไม่ปล่อย! คุณด่าผมแล้วก็ทำร้ายผมด้วย คุณต้องได้รับโทษ!” ไฟซาลตวาดเสียงเข้ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!