Skip to content
Cover น้องสาว

น้องสาวเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก 113

Chapter 113 โบยหยางถิงเฟิง

“ขอรับ” ทหารรับคำสั่งแล้วก้าวไปจะจับตัวซื่อจื่อหยาง หยางถิงเฟิงมองทหารคนนั้นแล้วบอกว่า “ข้าเดินไปเอง”

“อ่า…ขอรับ” ทหารจึงถอยไป หยางถิงเฟิงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ลานกว้าง ทหารที่อยู่ด้านนอกจึงเร่งตอกหลักไม้เพื่อมัดซื่อจื่อหยาง จากนั้นก็มัดซื่อจื่อหยางไว้กับหลักไม้ แล้วลงมือโบยตามคำสั่งของท่านแม่ทัพใหญ่ “1…2…3…”

หยางถิงเฟิงกัดฟันข่มความเจ็บไม่ยอมร้องออกมา ทหารคนอื่นๆ ก็ล้อมดู พวกเขาแอบนับถือท่านแม่ทัพใหญ่อยู่ในใจที่กล้าลงโทษลูกชายตัวเองตามกฎของกองทัพ

“ฮึ่ม!” หยางซีถิงยืนดูกำหมัดแน่น เขาสงสารลูกชายแต่ก็ไม่อาจไม่ลงโทษ กฎย่อมเป็นกฎ ทำผิดกฎก็ต้องถูกลงโทษไม่มีข้อยกเว้น! หากว่าเขายกเว้นให้ลูกชายในวันนี้ วันหน้าเขาจะคุมไพร่พลได้หรือ

หยางถิงเฟิงถูกโบยจนสลบไปแล้ว ทหารจึงหยุดมือแล้วหันไปถามท่านแม่ทัพใหญ่ว่า “ซื่อจื่อสลบไปแล้ว จะ…”

“โบยต่อ! โบยจนกว่าจะครบ!” หยางซีถิงสั่งอย่างกัดฟันเอ่ยออกมา ทหารจึงรับคำสั่ง “ขอรับ”

แล้วก็โบยซื่อจื่อต่อไปจนกว่าจะครบ 200 ที “120…121…122…”

เมื่อโบยครบ 200 ทีแล้ว หยางซีถิงจึงสั่งทหารว่า “หามไปไว้ในกระโจม แล้วให้หมอมารักษา”

“ขอรับ” ทหารรับคำสั่งแล้วแก้มัดซื่อจื่อหยาง จากนั้นก็ช่วยกันหามเขาไปไว้ในกระโจมและรีบตามหมอมารักษาเขา หยางซีถิงเดินตามไปดูอยู่ข้างๆ เมื่อหมอมารักษาก็ล้างแผลใส่ยาแล้วพันผ้าเอาไว้ จากนั้นหมอก็ถอยออกไป

“จุ๊ๆ ไอ้พวกนั้นก็มือหนักเสียจริง” กุนซือบ่นๆ หยางซีถิงตวัดตามองกุนซือทีหนึ่ง “หากว่าพวกมันกล้าโบยเบาๆ ข้านี่แหละจะโบยพวกมัน”

“ท่านแม่ทัพใหญ่ก็เถรตรงไปได้ นี่ลูกชายท่านเองนะ แอบๆ ให้พวกนั้นโบยเบาหน่อยก็ได้” กุนซือบ่น หยางซีถิงจึงบอก “หากว่าโบยเบาๆ ข้ายังจะคุมกองทัพได้อีกรึ”

กุนซือเข้าใจเหตุผลจึงไม่พูดอะไรอีก เขาก็เข้าใจเหตุผลอยู่หรอก แต่ว่าซื่อจื่อก็น่าสงสารนัก ทำความดีความชอบแท้ๆ กลับต้องมารับโทษทัณฑ์เสียนี่ เฮ้อ…

“ลงโทษก็ลงโทษแล้ว เจ้าก็บันทึกผลงานของเขาไว้ด้วยล่ะ กลับไปจะได้ให้รางวัลเขาหน่อย” หยางซีถิงบอก กุนซือพยักหน้า “อื้มๆ”

แล้วกุนซือก็เดินออกไป หยางซีถิงมองลูกชายที่ยังสลบไสลแล้วเอ่ยว่า “พ่อขอโทษ”

หลังจากนั้นหยางซีถิงจึงเดินออกไปคุมทัพต่อ

ทางด้านกังห้าว เขาเฝ้ารอทหารที่ไปสืบข่าวอยู่นาน แต่พอทหารกลับมารายงานว่า “ออกไปสืบข่าวไม่ได้เลยขอรับ”

“วะ!” กังห้าวสบถทันทีแล้วถีบทหารคนนั้นจนล้มไป ทหารรีบลุกขึ้นมายืนกุมมือต่อ กังห้าวจึงสั่งว่า “ไปสืบมาให้ได้! ไป!”

ทหารจึงรีบวิ่งไป กังห้าวมองตามทหารแล้วหันไปมองทางเมืองอี้ เขาอยากรู้จริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในเมือง?

แต่ว่าทหารจะไปสืบได้อย่างไร หน้า-หลัง ล้วนถูกพวกเซี่ยล้อมเอาไว้หมดแล้ว!

เวลาผ่านไปจนเย็นค่ำ ทหารก็ยังไม่สามารถฝ่ากองทัพเซี่ยไปสืบข่าวคราวได้เลย เขากลับไปรายงานท่านแม่ทัพใหญ่กัง ว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ คือเอ่อ…เอ่อ…”

“วะ! จะพูดอะไรก็พูด มัวอ้ำๆ อึ้งๆ เดี๋ยวข้าก็ถีบเสียนี่!” กังห้าวสบถด่า ทหารจึงพูดรีบบอกว่า “คือพวกข้าไม่สามารถฝ่าพวกเซี่ยสารเลวไปได้ขอรับ จึงไม่อาจสืบข่าวได้ว่าในเมืองเกิดเรื่องอะไรขอรับ!”

“วะ!” กังห้าวสบถอย่างโมโห “แล้วอุโมงค์ใต้ดินเล่า!?”

“อ่า…” ทหารเพิ่งจะนึกถึงอุโมงค์ใต้ดินได้ เขาจึงรีบวิ่งออกไปทันที กังห้าวจึงสบถด่าตามหลัง “โว๊ย! พวกเจ้าไยโง่เง่าถึงเพียงนี้วะ!”

ทหารวิ่งๆ ไปจนถึงตำแหน่งที่น่าจะมีอุโมงค์ใต้ดินผ่าน เขาจึงสั่งลูกน้องอีกทอดหนึ่งว่า “หาอุโมงค์เร็วเข้า”

“ขอรับ” ทหารรับคำสั่งแล้วช่วยกันเคาะๆ พื้นดินหาตำแหน่งอุโมงค์ใต้ดิน ตึกๆ…ตึกๆ…

เวลาผ่านไป ทหารคนหนึ่งก็ร้องบอก “เจอแล้วๆ”

ทหารคนอื่นๆ รีบกรูไปทางนั้นทันที ทหารที่เจอก็เคาะๆ พื้นตรงนั้น ซึ่งเสียงเคาะดังผิดแผกจากบริเวณอื่น ทหารผู้เป็นหัวหน้าจึงสั่ง “เร็ว! ขุดตรงนี้!”

“ขอรับ” ทหารรับคำสั่งแล้วช่วยกันขุดพื้นดินตรงนั้น

เวลาผ่านไป พวกทหารก็ขุดดินจนกลายเป็นหลุมใหญ่แล้วทะลุถึงอุโมงค์ใต้ดินที่อยู่ลึกจากพื้นดินประมาณ 50 เซนติเมตร “ทะลุแล้วๆ”

เมื่อพวกเขาขุดจนทะลุอุโมงค์ใต้ดิน หัวหน้าจึงสั่ง “ไปๆ เจ้าลงไป”

ทหารจึงกระโดดลงไปในอุโมงค์แคบๆ นั้น หัวหน้าสั่งอีก “ไป พวกเจ้าเร่งไปในเมือง ดูว่าเกิดอะไรขึ้นในเมืองแล้วรีบกลับมารายงานข้า”

“ขอรับ” ทหารรับคำสั่ง แล้วทหารจึงเดินเข้าไปในอุโมงค์มืดๆ เขาเดินไปได้ 3 ก้าวพลันชะงักแล้วหมุนตัวกลับไปที่ปากหลุม เงยหน้าบอกว่า “เอ่อ…ขอคบไฟหน่อย มันมืด ข้าเดินไม่ได้”

“วะ!” หัวหน้าสบถคำหนึ่งแล้วตบไหล่ลูกน้องที่อยู่ข้างๆ พลางสั่ง “เอาคบไฟให้เขาซิ”

“ขอรับ” ทหารที่ถูกตบไหล่รับคำแล้วรีบวิ่งไปหยิบคบไฟมาอันหนึ่ง จากนั้นก็ยื่นให้คนในหลุม ทหารในหลุมรับคบไฟมาแล้วจึงถือคบไฟเดินเข้าไปในอุโมงค์ มุ่งหน้าไปทางเมืองอี้ ทหารอีก 2 คนจึงกระโดดลงไปในหลุมแล้วเดินตามเพื่อนไป ทหารคนอื่นๆ ก็นั่งรออยู่ตรงปากหลุม พวกเขามองหน้ากันไปมองหน้ากันมา พลางคุยกันเรื่อยเปื่อย

ทหารที่อยู่ในอุโมงค์เดินไปจนถึงทางตัน เขาใช้ดาบแทงๆ ดินที่ปิดทาง สภาพดินยังร่วนซุย ดูแล้วดินพวกนี้น่าจะเพิ่งปิดลงมาไม่นาน เขาใช้ดาบคุ้ยๆ ดิน แล้วก็เจอหินเป็นก้อนๆ ปะปนอยู่ในดิน เขาจึงหันไปมองเพื่อนที่อยู่ข้างหลัง “ทำอย่างไรดี? ไปต่อไม่ได้แล้ว”

เพื่อนที่อยู่ข้างหลังเห็นดินปิดทาง พวกเขาจึงมองหน้ามองตากันแล้วเอ่ยว่า “ถอยก่อน”

พวกเขาหันหลังกลับแล้วเดินกลับไปตามทางเดิม จนไปถึงปากหลุม พวกเขาจึงบอกหัวหน้าว่า “พี่หม่า พวกข้าไปไม่ได้ มีดินปิดทางอยู่”

ทหารที่ถูกเรียกว่า ‘พี่หม่า’ ฟังแล้วขมวดคิ้ว “ดินปิดทาง?”

“ใช่” ทหารในหลุมพยักหน้า หม่าเหลยจึงสั่ง “พวกเจ้าถอยหน่อย ข้าจะไปดูเอง”

ทหารจึงปีนขึ้นจากหลุม แล้ว ‘พี่หม่า’ จึงกระโดดลงไปในหลุม เขายื่นมือไปรับคบไฟจากลูกน้อง แล้วเดินเข้าไปในอุโมงค์ พวกลูกน้องก็นั่งรออยู่ปากหลุม ‘พี่หม่า’ เดินไปจนถึงทางตัน เขาคุ้ยๆ ดินดูแล้วจึงเดินย้อนกลับไป ดินพวกนั้นปะปนหินก้อนใหญ่ๆ เอาไว้ด้วย หากว่าเขาจะขุดดินออกย่อมเป็นเรื่องยาก เขาแน่ใจว่าดินที่ปิดทางนี้เป็นคนจงใจถมลงมาเพื่อปิดอุโมงค์นั่นเอง!

เขาเดินกลับไปจนถึงปากหลุมแล้วปีนขึ้นไปพลางสั่งลูกน้องว่า “ไปๆ กลับไปรายงานท่านแม่ทัพใหญ่”

พวกลูกน้องลุกขึ้นแล้วเดินตามหัวหน้าไป

เมื่อไปถึงกระโจมของแม่ทัพใหญ่กังห้าว ‘พี่หม่า’ ก็รายงานว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ อุโมงค์ถูกปิดไปแล้วขอรับ ถ้าจะขุดอุโมงค์ใหม่ คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 วันขอรับ”

“ปิด? ปิดได้ไง!?” กังห้าวถาม หน้าตาถมึงทึง หม่าเหลยจึงตอบอย่างเกรงกลัวว่า “เอ่อ…มันถูกถมดินลงมาขอรับ”

“โว๊ย!” กังห้าวสบถเสียงดังแล้วโบกมือไล่พวกทหาร พวกทหารจึงถอยออกไป กังห้าวโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงแล้วหันไปถามกุนซือว่า “แล้วจะทำอย่างไรล่ะทีนี้?”

กุนซือคิดๆ ครู่หนึ่งแล้วมองแผนที่บนกระบะทราย จากนั้นเขาก็เสนอว่า “ใช้กลยุทธ์ส่งเสียงบูรพา ฝ่าตีประจิม* เถอะ”

เขาบอกแล้วก็ชี้บนแผนที่ในกระบะทราย พลางอธิบายแผนการว่า “ส่งทหารไปทางนี้…….”

กังห้าวฟังๆ แล้วเห็นดีเห็นงามด้วย เขาจึงสั่งรองแม่ทัพและนายกองว่า “ไปๆ พวกเจ้าไปทำตามแผนนี้”

“ขอรับ” รองแม่ทัพและนายกองรับคำสั่งแล้วถอยออกไป พวกเขาแบ่งไพร่พลออกไปตามแผนการ ทหารก็ตีกลองศึกเสียงดังตึงๆ

ทหารแคว้นเซี่ยได้ยินเสียงกลองศึกดังขึ้น พวกเขาจึงตื่นตัวลุกขึ้นพึ่บพั่บ กุนซือแคว้นเซี่ยจึงบอกแม่ทัพใหญ่หยางว่า “เกรงว่าพวกซางอาจจะลวงพวกเราก็ได้ หากว่าเป็นข้า ข้าย่อมวางแผนใช้กลยุทธ์ส่งเสียงบูรพา ฝ่าตีประจิมแน่นอน”

“เช่นนั้นเจ้ามีแผนการรับมือพวกมันอย่างไร?” หยางซีถิงถาม กุนซือจึงร่ายแผนการรับศึกออกมา “จัดกำลังทหารไปที่จุดนี้…….”

หยางซีถิงฟังแล้วเห็นดีด้วย หากว่าเป็นตัวเขา เขาก็จะทำอย่างที่กุนซือแนะเช่นกัน เขาจึงหันไปสั่งนายกองทั้งหลายว่า “พวกเจ้า…….”

“ขอรับ” นายกองรับคำสั่งแล้วแยกย้ายกันไปเตรียมตัวทำศึกอย่างคึกคักฮึกเหิม

เมื่อทหารแคว้นซางยกทัพบุก ทหารแคว้นเซี่ยก็ต้านรับเอาไว้ 2 ทัพสู้กันจนทหารล้มตายนับไม่ถ้วน กังห้าวคุมกองทัพเข้าสู้รบกับพวกเซี่ย เขาโมโหยิ่งนักที่แผนการดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างที่เขาคาดคิดเสียแล้ว ทางด้านที่หลอกล่อ พวกเซี่ยก็ไม่หลงกล ทางด้านที่เขาคิดบุกตี กลับมีพวกเซี่ยโขยงใหญ่พุ่งเข้ามาทำศึกด้วย เขาจึงหันไปมองกุนซือข้างๆ กุนซือมองดูการสู้รบแล้วจึงเสนอว่า “ถอยทัพก่อนเถอะท่านแม่ทัพใหญ่ สู้กันต่อไป มีแต่เสียไพร่พลเปล่าๆ ปรี้ๆ”

“ฮึ่ม!” กังห้าวคำรามทีหนึ่งแล้วตะโกนว่า “ถอยทัพ!”

กลองศึกจึงตี ตึง…ตึง…ตึง…เป็นสัญญาณถอย ทหารแคว้นซางจึงถอยร่นกลับไปรวมกลุ่มกัน กังห้าวจึงชักม้ากลับกระโจม แล้วไประบายโทสะกับอนุเจีย เจียหรูเห็นแม่ทัพใหญ่กังเข้ามา นางก็มองมันอย่างเคียดแค้น กังห้าวไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาถอดกางเกงลงแล้วขยับไปคุกเข่าตรงหว่างขานาง จับทวนแทงรูอ่อนนุ่ม เจียหรูร้องคำหนึ่ง “อ้า!”

นางเจ็บจนน้ำตาไหล กังห้าวทิ่มแทงสุดแรงพลางขยำทรวงอกนางอย่างรุนแรง บีบเค้นเสียจนทรวงอกเป็นรอยแดงช้ำ

“ฮือๆๆๆ…” เจียหรูร้องไห้อย่างคับแค้นใจนัก นางอยากให้มันตายๆ ไปซะ!

“หึ! นังตัวดี กล้ามองข้าเช่นนี้ ข้าจะแทงเจ้าให้แหกเลย!” กังห้าวเข่นเขี้ยวพลางบีบขยำเต้าทรวงทั้งสองข้างอย่างไม่ทนุถนอม เขาก้มลงไปกัดยอดทรวง เจียหรูร้องลั่น “อ้า! เจ็บๆ”

กังห้าวกัดจนเลือดซึมแล้วผละออก มองหน้านางที่ทำหน้าตาเจ็บปวด เขารู้สึกสะใจยิ่งนักที่เห็นนางมีสีหน้าเจ็บปวด “หึ! นังตัวดี เจ็บไหมล่ะ?”

“ฮือๆๆ…” เจียหรูร้องไห้น้ำตาไหล นางอยากจะตายๆ ไปเสียให้พ้นจากความทุกข์ทรมานนี้เหลือเกิน!

กังห้าวทิ่มแทงสุดแรง มือไม้ก็บีบขยำเนื้อตัวนางอย่างรุนแรง ยิ่งนางกรีดร้องเขายิ่งชอบ ยิ่งนางร้องไห้เขายิ่งมีความสุขยิ่งนัก เขาทิ่มแทงจนเนื้อกระทบเนื้อเสียงดังตับๆๆ…

จนกระทั่งเขาถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า “โอววววว…”

เขาหลั่งสายธารไว้ในกายนางแล้วก็ฟุบตัวลงไปนอนคว่ำอยู่บนตัวนาง เจียหรูร้องไห้ฮือๆ กังห้าวรำคาญเสียงร้องไห้ของนางเขาจึงผละออกแล้วเอาผ้ายัดใส่ปากนาง เจียหรูถูกผ้ายัดปากจึงมีแค่เสียงอือๆ ดังลอดออกมา กังห้าวนอนลงข้างๆ นาง พลางสั่ง “หยุดร้องไห้เสียที ไม่เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าอดข้าวอดน้ำ”

เจียหรูกลัวอด นางจึงพยายามหยุดร้องไห้ มันเคยปล่อยให้นางอดข้าวอดน้ำถึง 2 วัน นางหิวจนไส้กิ่ว ทรมานยิ่งนัก เมื่อถูกขู่เช่นนี้นางจึงกลัวมากจริงๆ นางกลั้นสะอื้นเอาไว้

สักพักหนึ่ง พวกสาวใช้ก็ค่อยๆ เข้าไปในกระโจมแล้วแก้มัดอนุเจียออกจากเสา พาตัวนางไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว ป้อนข้าวป้อนน้ำให้นางดื่มกิน จากนั้นก็พาตัวนางกลับไปมัดไว้กับเสาเหมือนเดิม เจียหรูอยากจะหนี แต่ว่าพวกมันไม่เคยเปิดโอกาสให้นางได้หนีเลย นางถูกพวกมันมัดล่ามเหมือนหมูเหมือนหมา ไร้โอกาสที่จะหนีไปได้

จวบจนรุ่งเช้า กังห้าวตื่นขึ้นมา เขาก็ลุกไปปรึกษาหารือกับกุนซือและรองแม่ทัพนายกองทั้งหลาย เจียหรูจึงได้อาศัยโอกาสที่ไอ้แม่ทัพเฒ่าออกไปแล้วนอนหลับสักงีบ ตอนมันนอนอยู่นางไม่อาจหลับลงเลยเพราะเสียงกรนของมันดังสนั่นยิ่งนัก

หลังจากปรึกษาหารือกันเสร็จสรรพ กังห้าวก็ยกทัพเข้าต่อตีกับพวกเซี่ยอีกครั้ง ทางด้านทัพเซี่ยเองก็ต้านศึกอย่างแข็งขัน ยิ่งเมื่อเมืองอี้ถูกยึดคืนมาได้แล้วทำให้ทัพซางจึงเหมือนถูกพวกเขาล้อมเอาไว้ทั้งหน้าทั้งหลัง ทหารแคว้นเซี่ยจึงยิ่งฮึกเหิมคึกคักยิ่ง ต่อตีสู้ศึกอย่างฮึกเหิม

การศึกเป็นเช่นนี้ไปอีกหลายวัน จวบจนผ่านไปถึงครึ่งเดือน กองทัพ 2 ทัพก็ยังไม่อาจเอาชัยกันได้ ได้แต่ยันกันไปยันกันมาอยู่อย่างนั้น ทหารล้มตายไปไม่น้อย ทั้ง 2 ทัพต่างเสียไพร่พลไปใกล้เคียงกัน ศพก่ายกอง บางศพที่ฝังไม่ทันก็เน่าส่งกลิ่นเหม็น แมลงวันตอมหึ่งๆ หนอนชอนไชยั๊วะเยี๊ยะๆ มีทหารจำนวนมากที่ไม่รักษาความสะอาด ก่อนกินข้าวไม่ได้ล้างมือจึงทำให้เกิดอาการท้องเสียป่วยไข้กันหลายคน

ยิ่งนานอาการเจ็บป่วยก็ยิ่งขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทัพซางได้รับผลกระทบมากกว่าทัพเซี่ย เพราะว่าทัพซางถูกล้อมทั้งหน้าและหลังทำให้การส่งเสบียงทำได้ยาก และแหล่งน้ำในบริเวณที่กองทัพตั้งอยู่ก็มีจำกัด บริเวณเมืองอี้นี้ไม่มีแม่น้ำไหลผ่าน การจะใช้น้ำต้องขุดบ่อน้ำลึกลงไปในดินแล้วตักน้ำขึ้นมาใช้ ในเมืองอี้และตามหมู่บ้านนอกเมืองอี้ ทุกๆ หมู่บ้านล้วนมีบ่อน้ำที่ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจขุดเอาไว้ใช้ร่วมกัน บางบ่อก็ยังมีน้ำ แต่บางบ่อค่อยๆ แห้งขอดไปเรื่อยๆ เมื่อเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ทำให้กองทัพซางเริ่มขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ ยิ่งส่งผลให้อาการเจ็บป่วยของพวกทหารขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ อาการเจ็บป่วยของทหารที่ขยายวงกว้างมากขึ้นทุกวันๆ ทำให้กังห้าวหัวเสียยิ่งนัก เขาแทบอยากจะฆ่าคนที่เจ็บป่วยทิ้งเสีย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะกว่าเขาจะรู้จำนวนที่แน่นอนก็ปรากฏว่าจำนวนทหารที่เจ็บป่วยมีเกินครึ่งแล้ว หากเขาฆ่าทิ้งทั้งหมด จำนวนทหารจะลดลงไปเกินครึ่งเลยทีเดียว และจะทำให้เขาต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน

กุนซือทัพซางคิดๆ อยู่นาน ในที่สุดก็คิดแผนการได้อย่างหนึ่ง เขาจึงเสนอว่า “ให้ทหารที่เจ็บป่วยใกล้ตายปลอมตัวเป็นทหารแคว้นเซี่ยซิ ให้พวกนั้นปะปนกับทัพเซี่ยไปเพื่อแพร่โรคร้ายนี้ไปให้พวกเซี่ย”

“ดี!” กังห้าวเห็นดีเห็นงามด้วย

จากนั้นทหารแคว้นซางส่วนหนึ่งจึงปลอมตัวเป็นทหารแคว้นเซี่ย เมื่อ 2 ทัพสู้รบกัน ทหารที่ปลอมตัวก็ถูกเพื่อนๆ ประคองพาไปทิ้งไว้กลางสนามรบ ทหารเซี่ยตัวปลอมเหล่านั้นก็พยายามปะปนไปกับทหารแคว้นเซี่ย ด้วยหวังว่าตัวเองจะสามารถแพร่โรคไปสู่ทัพเซี่ยได้ พวกเขายอมเป็นผู้พลีชีพเพราะว่าพวกเขาเจ็บป่วยจนสิ้นหวังที่จะมีชีวิตอยู่แล้วนั่นเอง หากว่าจะตายพวกเขาก็ขอตายแบบที่สร้างประโยชน์ให้เพื่อนพ้องร่วมแคว้นได้บ้าง

หลังจาก 2 ทัพแยกจากกัน ทหารเซี่ยตัวปลอมก็ถูกทหารแคว้นเซี่ยตัวจริงประคองหอบหิ้วกลับไปด้วย ทหารเซี่ยตัวปลอมหมายใจที่จะแพร่โรคให้กับทัพเซี่ย แต่พอทัพเซี่ยกลับไปรวมตัวกันก็ถูกนายกองตรวจสอบเรียงคน ทีละคน…ทีละคน…อย่างเข้มงวด นี่ก็เพื่อป้องกันไส้ศึกไม่ให้ปะปนมาได้ ครั้นนายกองตรวจสอบไปถึงทหารเซี่ยตัวปลอม ทำให้ทหารเซี่ยตัวปลอมที่มีสภาพอ่อนแรงลอบมองหน้ามองตากันแล้วฮึดสู้เฮือกสุดท้าย

“ย๊ากกกก…” พวกเขาพุ่งเข้าสู้กับพวกเซี่ย!

นายกองแทงดาบสวน ฉึก!

“อั๊ก!” ทหารเซี่ยตัวปลอมถูกดาบแทงจนดาบในมือร่วงลงพื้น ตุบ!

ทหารเซี่ยตัวปลอมคนอื่นๆ ก็จับดาบแทงใส่ศัตรูเช่นกัน แต่พวกเขาก็ถูกทหารเซี่ยตัวจริงแทงฟันจนล้มลงไป ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!…

ทหารเซี่ยตัวจริงชักดาบออกพลางพูดว่า “มิน่าล่ะ ข้าก็ว่ามันแปลกๆ ที่แท้ก็เป็นไอ้พวกซางปลอมตัวมานี่เอง”

“ค้นตัวพวกมัน” นายกองสั่ง ทหารจึงค้นๆ ตัวทหารตัวปลอมพวกนั้น แล้วรายงานว่า “ไม่เจออะไรเลยขอรับ”

“ข้าก็ไม่เจออะไรเลยขอรับ”

พวกทหารรายงานแล้วคุยกันว่า “แปลกจริง พวกมันปลอมตัวมาก็น่าจะเอาคนที่เก่งๆ มาซิ แต่นี่กลับส่งคนป่วยใกล้ตายมาทำไม?”

“นั่นซิ มันส่งพวกนี้มาทำไม?” ทหารอีกคนพยักเพยิดตาม นายกองได้ยินคำว่า ‘ป่วย’ กับ ‘ใกล้ตาย’ ก็หูผึ่งขึ้นมาทันที เขาก้มลงไปดูคนที่ถูกแทงล้มลงตรงหน้าตัวเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!