Skip to content
Cover น้องสาว

น้องสาวเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก 99

Chapter 99 ฆ่าจางเฉียน

จางเฉียนดิ้นๆ ร้องถามทั้งๆ ที่ปากถูกอุดเอาไว้ ‘ท่านจับข้ามาทำไม!?’

หยางถิงเฟิงส่งสายตา บ่าวข้างกายคนหนึ่งจึงก้าวไปดึงผ้าที่อุดปากจางเฉียนออก

“ท่านจับข้ามาทำไม!?” จางเฉียนถาม เขารู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นๆ แม้ว่าเขาจะไม่สนิทสนมกับซื่อจื่อคนนี้มากนักแต่ก็เคยได้ยินกิติศัพท์เล่าลือมาบ้าง ผู้คนเล่าลือว่าซื่อจื่อหยางถิงเฟิงเฉลียวฉลาด เก่งทั้งบู๊และบุ๊น ฆ่าคนสีหน้าไม่เปลี่ยน ตาไม่กะพริบ

“หึ! ข้าบอกเจ้าแล้วเจ้าแตะต้องนางตรงไหน ข้าจะตัดตรงนั้นของเจ้าทิ้ง เจ้าก็ยังกล้าคิดจะแตะต้องนาง หรือคิดว่าคำพูดข้าเป็นเพียงลมพัดผ่านหู? หากว่าไม่ใช่เพราะแผนการผิดพลาดเกรงว่าหวงเอ๋อร์ของข้าคงตกเป็นของเจ้าไปแล้วกระมัง” หยางถิงเฟิงเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ

จางเฉียนรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาทันที เขารีบขอร้องอ้อนวอนว่า “ข้าผิดไปแล้วๆ ซื่อจื่อให้อภัยข้าเถิด ต่อไปข้าไม่กล้าแล้ว ให้อภัยข้าเถิดขอรับ ต่อไปข้าเป็นม้าเป็นวัวให้ท่านช่วงใช้ ท่านให้ข้าไปตะวันออก ข้าไม่กล้าไปตะวันตก ท่านให้ข้าขึ้นเหนือ ข้าไม่กล้าลงใต้ ซื่อจื่อไว้ชีวิตข้าด้วยเถิดขอรับ”

“หึ! ตอนข้าเตือนเจ้า เจ้าไม่ฟัง ซ้ำยังฝ่าฝืนคำพูดข้า เห็นคำพูดข้าเป็นเพียงลมพัดผ่านหู ตอนนี้จะมาขอร้องจะมีประโยชน์อะไร” หยางถิงเฟิงแค่นเสียงพลางลุกขึ้นก้าวเดินไป ยกเท้าเหยียบอกจางเฉียนเอาไว้ เขาก้มลงไปมองหน้าจางเฉียนที่หวาดกลัวจนหน้าซีดเผือด

“ซื่อจื่อขอรับ ไว้ชีวิตข้าด้วยเถิดขอรับ” จางเฉียนขอร้อง เขากลัวจนแทบจะปัสสาวะราดแล้ว หยางถิงเฟิงมองเขาพลางเอ่ยว่า “หากว่าเจ้าไม่คิดจะแตะต้องนาง ข้าอาจจะปล่อยเจ้าไปก็ได้ แต่ในเมื่อเจ้ากล้าคิดจะแตะต้องนาง ข้าก็ไม่อาจปล่อยเจ้าไปได้จริงๆ นี่ต้องโทษความมักมากของเจ้าที่คิดชั่วกับหวงเอ๋อร์ของข้า ข้ายังไม่เคยได้กอดนางเลย แต่เจ้ากลับกล้าคิดจะแตะต้องนาง!”

เขาเหลือบมองบ่าวไพร่แวบหนึ่ง พลางสั่งว่า “แล่มันซะ! เหลือใบหน้ามันไว้ให้คนจำได้ด้วยล่ะ”

“ขอรับ” บ่าวไพร่รับคำสั่งพร้อมเพรียง พวกเขาชักมีดคมกริบออกมาถือ ท่าทางเหี้ยมโหดจนจางเฉียนหวาดกลัวสุดขีด เขาจึงปัสสาวะราดรดกางเกงอย่างกลั้นไม่อยู่ ร้องดังลั่นว่า “อย่าข้าฆ่า! อุบ!”

บ่าวคนหนึ่งเอาผ้ายัดปากจางเฉียนทำให้เสียงร้องของเขาเงียบลงไป หยางถิงเฟิงถอยกลับไปนั่งที่เก้าอี้ บ่าวไพร่ทั้ง 4 คนก็ยอบตัวลงไป 4 ทิศ 4 มุม พวกเขากดมีดลงบนผิวของจางเฉียนคนละตำแหน่งแล้วค่อยๆ แล่ผิวหนังออก จางเฉียนร้องลั่นน้ำตาไหลพราก แต่เสียงร้องของเขาที่หลุดรอดออกมามีเพียงเสียงอุกๆ เลือดไหลโทรมอาบบาดแผลที่ถูกแล่เนื้อเถือหนังออกไป เขาดิ้นๆ เหมือนปลาที่ถูกทุบหัว แต่ว่าบ่าวไพร่ทั้ง 4 กดเขาไว้แน่นมาก ทำให้เขาดิ้นหนีไม่ได้เลย! “อื้อ! อื้อ!…”

บ่าวไพร่ทั้ง 4 ค่อยๆ แล่เนื้อออกทีละชิ้น…ทีละชิ้น…สีหน้าพวกเขาไม่เปลี่ยนสักนิด คล้ายกับว่าพวกเขากำลังแล่เนื้อปลาหาใช่แล่เนื้อมนุษย์ไม่ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว ใต้ร่างจางเฉียนเลือดไหลนองเป็นวงใหญ่ เนื้อที่ถูกแล่ออกมาก็ถูกโยนทิ้งไว้ข้างๆ

“อื้อ! อื้อ!…” จางเฉียนเจ็บปวดสุดขีด เขามองซื่อจื่อของจวนแม่ทัพใหญ่ที่มองดูเขาถูกแล่เนื้อเถือหนัง สีหน้าของซื่อจื่อไม่แปรเปลี่ยนไปสักนิด แม้แต่ตาก็ไม่กะพริบ สมกับคำเล่าลือจริงๆ เขาเจ็บปวดจนทนไม่ไหวจึงขาดใจตายไปทั้งอย่างนั้น “อ๊อก!”

บ่าวไพร่ทั้ง 4 คนก็ไม่สนใจว่าคนหยุดดิ้นไปแล้ว พวกเขายังคงแล่เนื้อต่อไปเรื่อยๆ จนศพจางเฉียนเหลือเพียงโครงกระดูกที่มีอวัยวะภายในอยู่ครบ ส่วนเนื้อหนังที่หุ้มรอบตัวล้วนถูกแล่ออกไปจนหมด เหลือเพียงศีรษะที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์ดี

เมื่อแล่คนเสร็จแล้วบ่าวทั้ง 4 ก็เช็ดๆ มีดแล้วเก็บเข้าฝักพลางกุมมือรายงาน “แล่เสร็จแล้วขอรับ”

“อืม” หยางถิงเฟิงพยักหน้าทีหนึ่งแล้วลุกขึ้นเดินออกไป บ่าวทั้ง 4 ก็เดินตามเจ้านายไป ทิ้งไว้เพียงตะเกียงดวงหนึ่งกับศพของจางเฉียน

พวกบ่าวรู้ดีว่าต่อให้จางเฉียนไม่คิดอะไรกับคุณหนูเฟิ่งหวงคนนั้น แต่ว่าจางเฉียนคนนี้รู้ความลับของซื่อจื่อแล้ว ซื่อจื่อย่อมไม่ปล่อยคนที่กุมความลับของเขาเอาไว้หรอก ดังนั้นจางเฉียนจึงถูกกำหนดให้ต้องตายตั้งแต่ที่เขาร่วมมือกับซื่อจื่อแล้ว

จวบจนสาย บ้านตระกูลจางจึงเพิ่งจะรู้ว่าจางเฉียนหายตัวไป พวกเขาจึงออกตามหากันจ้าละหวั่น ทั้งยังไปแจ้งทางการให้ช่วยส่งคนออกตามหา จางหมิงคิดว่าลูกชายเขาต้องถูกแม่ทัพใหญ่จับตัวไปแน่นอน จึงได้รีบไปที่จวนแม่ทัพใหญ่ เพื่อขอรับตัวลูกชายคืนมา แต่ว่าพอเขาไปถึงจวนแม่ทัพใหญ่ กลับไม่ได้พบแม่ทัพใหญ่ พบแต่พ่อบ้านอู๋ที่ปฏิเสธไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วย

“หากว่าท่านแม่ทัพใหญ่ไม่คืนตัวลูกชายข้ามา ข้าจะไปตีกลองร้องทุกข์ที่หน้าศาลต้าหลี่ล่ะ” จางหมิงข่มขู่หน้าตาถมึงทึง หากว่าท่านแม่ทัพใหญ่ไม่ยอมมอบลูกชายคืนให้เขา เขาก็จะไปตีกลองร้องทุกข์จริงๆ จางเฉียนนั้นเป็นลูกคนโต และเป็นลูกหัวแก้วหัวแหวนของเขา เขารักจางเฉียนมากที่สุดในบรรดาลูกๆ ของตัวเอง ท่านแม่ทัพใหญ่กล้าจับลูกเขาไปไม่กลัวอาญาบ้านเมือง เช่นนั้นเขาก็จะใช้อาญาบ้านเมืองบีบให้ท่านแม่ทัพใหญ่มอบคนออกมา วันนี้เขาจะพุ่งชนกับแม่ทัพใหญ่ล่ะ ต่อให้เป็นไม้ซีกงัดไม้ซุงเขาก็จะงัด! เหนือแม่ทัพใหญ่ยังมีฮ่องเต้ เขาจะร้องเรียนจนกว่าเรื่องจะไปถึงฮ่องเต้เลยทีเดียว!

“ท่านจะไปร้องศาลต้าหลี่ก็ไปเถอะ นายท่านข้าไม่รู้เรื่องอะไรกับการหายตัวไปของคุณชายบ้านท่านสักนิด เรื่องราวเมื่อวานที่คุณชายบ้านท่านก่อไว้ยังทำให้นายท่านข้าปวดหัวไม่พออีกรึ หรือท่านเห็นจวนแม่ทัพเรารังแกง่ายจึงได้รังแกกันไม่เลิกไม่รา” อู๋สี่ด่าสีหน้าถมึงทึงขึ้นมาแล้ว เมื่อวานเขาวิ่งวุ่นจนเหนื่อยสายตัวแทบขาด วันนี้จางหมิงยังมาก่อเรื่องอีก นี่ไม่คิดจะให้เขาอยู่อย่างสงบสุขเลยใช่ไหม!?

จางหมิงเห็นว่าจวนแม่ทัพใหญ่มีท่าทีแข็งกร้าวไม่คิดจะคืนลูกชายให้เขา ดังนั้นเขาจึงจากไปอย่างโมโหโกรธา “ร้องทุกข์ ข้าจะไปร้องทุกข์”

ครั้นออกจากจวนแม่ทัพใหญ่แล้วจางหมิงก็มุ่งหน้าไปศาลต้าหลี่ทันที ให้บ่าวไปตีกลองร้องทุกข์จนเสียงดังตึงๆ

เจ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่จึงออกมาสอบถาม บ่าวหยุดตีกลอง จางหมิงก็ลงจากรถม้าไปร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ทันที “ใต้เท้า ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับข้าน้อยนะขอรับ ท่านแม่ทัพใหญ่จับลูกชายข้าไป เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้ ข้าน้อยไปขอคนคืนแล้ว แต่ท่านแม่ทัพใหญ่ไม่ยอมคืนลูกให้ข้า ข้าอับจนหนทางแล้วจึงได้มาตีกลองร้องทุกข์ที่นี่ ท่านใต้เท้าได้โปรดช่วยข้าน้อยด้วยเถิดขอรับ”

“อ่า…” เจ้าหน้าที่ฟังแล้วตกตะลึงอึ้งงันไป ร้องเรียนท่านแม่ทัพใหญ่! นี่มันเรื่องใหญ่เกินกว่าที่เขาจะตัดสินใจได้ เขาจึงได้แต่เชิญคนเข้าไปรอในศาล “เจ้าตามข้าเข้าไปข้างใน ข้าจะนำเรื่องนี้ไปรายงานให้ท่านใต้เท้าตุลาการทราบก่อน”

“ขอบคุณท่านใต้เท้าๆ” จางหมิงกุมมือพลางแอบยัดถุงเงินให้เจ้าหน้าที่คนนั้น เจ้าหน้าที่รู้สึกถึงน้ำหนักที่หนักพอประมาณในถุงเงินก็ไม่พูดอะไร เก็บถุงเงินใบนั้นไปทันทีพลางบอก “ตามข้ามา”

“ขอรับๆ” จางหมิงเดินตามเจ้าหน้าที่เข้าไปยืนรอในศาล เจ้าหน้าที่ก็รีบไปรายงานใต้เท้าตุลาการทันที ครั้นตุลาการรู้เรื่องคร่าวๆ ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เมื่อวานเขาก็เป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ ได้เห็นฉากบัดสีบัดเถลิงในจวนท่านแม่ทัพใหญ่ เขาก็รั้งรอจนเห็นคนตระกูลจางออกจากจวนแม่ทัพใหญ่ไปแล้ว เป็นอันว่าเรื่องราวเมื่อวานไม่ต้องมาถึงมือเขา แต่แล้วทำไมจางหมิงจึงมาร้องเรียนว่าท่านแม่ทัพใหญ่จับตัวลูกชายเขาไปได้ล่ะ?

หรือว่าท่านแม่ทัพใหญ่เปลี่ยนใจอยากจะฆ่าคนขึ้นมา?

“ท่านใต้เท้าขอรับ ท่านใต้เท้าขอรับ” เจ้าหน้าที่เรียกเสียง ทำให้ตุลาการตั้งสติกลับมา เขาลุกขึ้นสะบัดชายเสื้อพลางสั่ง “ไปๆ เปิดศาล”

คดีมาถึงศาลแล้ว เขาไม่เปิดศาลไม่ได้!

ต่อให้ท่านแม่ทัพใหญ่จะมีอำนาจล้นฟ้า แต่ว่าคนมาร้องทุกข์ถึงศาลแล้ว เขาก็ต้องไต่สวนทวนความอย่างยุติธรรมที่สุด คดีนี้นับว่าเป็นเผือกร้อนจริงๆ เห็นทีเขาต้องหาเวลาไปวัดไหว้พระปัดเป่าเคราะห์ร้ายบ้างแล้วที่จู่ๆ ก็มีเผือกร้อนๆ ตกใส่หัวเขาแบบนี้!

ศาลต้าหลี่เปิดศาล จางหมิงก็นั่งคุกเข่าอยู่กลางศาล ร้องทุกข์อย่างอับจนหนทาง สีหน้าทุกข์ร้อน

ผู้คนที่ยืนดูอยู่ด้านนอกพากันชี้มือชี้ไม้พูดคุยกันอย่างอยากรู้อยากเห็น “นี่ๆ ดูนั่นซิ”

ตุลาการก็ไต่สวนทวนความไปตามหน้าที่ ทำให้จางหมิงต้องเอ่ยท้าวความเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานออกมา จึงทำให้เรื่องเมื่อวานผู้คนได้รับรู้กันมากขึ้น ผู้คนฟังแล้วก็พากันมารุมล้อมดูการไต่สวนของศาลต้าหลี่อย่างอยากรู้อยากเห็น ยิ่งทำให้เรื่องราวยิ่งขยายใหญ่โต จากที่เมื่อวานคนบางส่วนรู้เรื่อง ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าน่าจะรู้เรื่องกันทั้งเมืองแล้วกระมัง ผู้คนรุมล้อมดูการไต่สวนอย่างแน่นขนัดยืนเบียดเสียดแออัดเต็มไปหมด

ทางศาลต้าหลี่จึงได้ให้คนไปเชิญท่านแม่ทัพใหญ่มาแก้ต่าง หยางซีถิงก็ไปที่ศาลต้าหลี่ เขายืนอยู่กลางศาลท่าทางสุขุมเยือกเย็น ไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนอะไรกับคำกล่าวหาของจางหมิงเลย คนอื่นเข้ามาอยู่ในศาลล้วนต้องคุกเข่า แต่ว่าแม่ทัพใหญ่เป็นผู้ถือกระบี่อาญาของฮ่องเต้ ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องคุกเข่าในศาลได้รับการละเว้นการคุกเข่าไป

“ท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าน้อยขอร้องท่านล่ะ ได้โปรดคืนลูกชายให้ข้าเถิดขอรับ ท่านคืนลูกชายให้ข้า ข้าจะไม่เอาความอะไรเลย ข้าขอร้องท่านๆๆ…” จางหมิงคุกเข่าโขกศีรษะโปกๆ ให้ท่านแม่ทัพใหญ่ หยางซีถิงจึงบอกว่า “ลูกชายเจ้าหายไปเกี่ยวอะไรกับข้า? ข้าไม่ได้เป็นคนจับตัวเขาไป ข้าซิควรต้องร้องทุกข์ต่อศาลที่ลูกชายเจ้าข่มขืนสาวใช้ในจวนข้าเมื่อวาน ทำให้ข้าอับอายผู้คนทั้งแผ่นดินแล้ว ทหารอย่างข้าปกบ้านป้องเมืองเสียสละชีวิตให้บ้านเมืองตั้งเท่าไหร่ แต่เจ้ากับลูกเจ้าเห็นข้ารังแกง่ายหรือไรจึงได้รังแกข้าในบ้านข้า?” เขาเอ่ยออกมาน้ำเสียงเจ็บช้ำเหลือทน เอาซิเจ้ากล้าร้องทุกข์ต่อศาลต้าหลี่ ข้าก็จะร้องทุกข์บ้างเหมือนกัน!

ทำให้ผู้คนที่มุงดูอยู่นอกศาลล้วนเห็นอกเห็นใจท่านแม่ทัพใหญ่กันถ้วนหน้า พากันชี้นิ้วประณามก่นด่าจางหมิง “เจ้าพ่อค้าหน้าเลือดนี่กล้ารังแกท่านแม่ทัพใหญ่ของพวกเราได้อย่างไร?”

“หากเป็นข้า ข้าต้องสับเขากับลูกชั่วๆ นั่นเป็นหมื่นๆ ชิ้น หนอย! ข่มขืนสาวใช้จวนท่านแม่ทัพแล้วยังมีหน้ามาร้องทุกข์อีกเรอะ!”

“ไปๆ พวกเรา ลากตัวเจ้าพ่อค้าหน้าเลือดนี่ออกมาทุบตีให้ตาย!”

ไม่รู้ใครตะโกนขึ้นมาทำให้ผู้คนพากันฮือเข้าไปในศาล

“อ้า!” จางหมิงเห็นเช่นนั้นก็กลัวจนตัวสั่น เขารีบพุ่งไปหลบอยู่ข้างหลังเจ้าหน้าที่คนหนึ่งทันที

“หยุด! ทุกคนหยุด!” ตุลาการเห็นสถานการณ์วุ่นวายขึ้นมาเขาจึงเคาะโต๊ะปังๆ แต่ว่าไม่มีใครหยุดเลย ผู้คนยังคงลุกฮือเบียดเสียดเข้ามาในศาล หมายจะลากตัวจางหมิงออกไปรุมประชาทัณฑ์ให้ตาย!

หยางซีถิงก้าวไปขวางหน้าฝูงชนเอาไว้ พลางตะโกนว่า “ทุกคนหยุดก่อน!”

ทำให้ฝูงชนหยุดชะงักงัน หยางซีถิงกุมมือตะโกนว่า “ทุกคน นี่คือศาลต้าหลี่อันทรงเกียรติ พวกท่านจะใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายไม่ได้ เชิญทุกคนออกไปรอฟังการไต่สวนดีๆ เถิด”

ผู้คนฟังแล้วจึงพากันถอยออกไปโดยดี ตุลาการลอบเช็ดๆ เหงื่อที่หน้าผาก หากไม่ใช่เพราะท่านแม่ทัพใหญ่ออกหน้าหยุดฝูงชน เกรงว่าเหตุการณ์คงบานปลายใหญ่โตแน่นอน และถ้าเหตุการณ์บานปลายใหญ่โต เกรงว่าหมวกขุนนางของเขานี้คงรักษาไว้ไม่ได้แล้วกระมัง

หยางซีถิงหันไปมองจางหมิงแล้วบอกว่า “เรื่องเมื่อวานข้าไม่อยากเอาเรื่องเอาราวอะไรแล้ว ไยเจ้ายังกล่าวหาว่าข้าจับตัวลูกเจ้าไปอีกล่ะ? เจ้ามีหลักฐานหรือไม่ว่าข้าจับลูกเจ้าไป? สาวใช้ของข้าเป็นฝ่ายเสียหาย ข้ายังไม่เอาเรื่องเจ้าสักนิด ส่วนเรื่องที่ลูกชายเจ้าหายตัวไป ข้าสาบานต่อฟ้าดินได้เลยว่าข้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย หากว่าเจ้ายังกล้ากล่าวหาข้าโดยไร้หลักฐานชี้ความผิด ข้าคงต้องให้ศาลต้าหลี่ตัดสินเจ้าข้อหาใส่ร้ายขุนนางอย่างข้าบ้างล่ะ”

เขาหันไปมองตุลาการแล้วกล่าวว่า “ท่านใต้เท้า โทษของการใส่ร้ายขุนนางคือตัดลิ้นแล้วโบย 100 ทีใช่หรือไม่? เอ ข้าคงไม่ได้จำผิดไปกระมัง”

“อา…ใช่ๆ” ตุลาการพยักหน้าหงึกๆ ดั่งไก่จิกข้าว บารมีของท่านแม่ทัพใหญ่ก็ยังคงแกร่งกล้าอยู่ดีนั่นแหละ เพียงแค่เขายืนเฉยๆ ไม่ทำอะไรก็ยังแผ่รังสีน่ากลัวจนคนหวาดผวาอยู่ดี

“เจ้ายังจะร้องทุกข์ต่อหรือไม่?” ตุลาการถามจางหมิง เขาแทบอยากจะปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุดและอัญเชิญ ‘พระพุทธรูปองค์ใหญ่’ อย่างท่านแม่ทัพใหญ่กลับจวนไปโดยเร็วยิ่งนัก ศาลของเขาต้องรองรับท่านพระพุทธรูปใหญ่องค์นี้จนเขาร้อนรนไปหมดแล้ว!

“อ่า…” จางหมิงอยากจะร้องทุกข์ต่อ แต่ว่าเขาไม่มีหลักฐานอะไรเลยที่ชี้ชัดว่าท่านแม่ทัพใหญ่จับตัวลูกชายเขาไป อีกทั้งพอเขาได้ยินโทษทัณฑ์ ‘ใส่ร้ายขุนนาง’ เขาก็กลัวจนตัวสั่นๆ แล้ว เอาจริงๆ ต่อให้เขารักจางเฉียนมากขนาดไหนก็ไม่อาจมากไปกว่าชีวิตของเขาเอง หากต้องถูกตัดลิ้นและโบย 100 ที ชีวิตเขาได้ตายคาไม้ลงทัณฑ์แน่นอน เขาเหลือบมองไม้ลงทัณฑ์ในมือเจ้าหน้าที่ ที่ใหญ่เท่าไม้พายเรือ อีกอย่างลูกชายก็ไม่ได้มีเพียงแค่จางเฉียน เขายังมีลูกชายอีก 5 คน ดังนั้นคิดๆ แล้วเขาจึงรีบบอกว่า “ข้าไม่ร้องทุกข์แล้วๆ”

“เจ้ามีหลักฐานที่ชี้ความผิดว่าท่านแม่ทัพใหญ่จับลูกชายเจ้าไปหรือไม่?” ตุลาการถามจี้ จางหมิงคนนี้ทำให้เขาเดือดร้อนดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะปล่อยไปง่ายๆ ต่อให้ท่านแม่ทัพใหญ่จับลูกชายจางหมิงไปจริงๆ เขาก็คงไม่โง่ถึงขนาดทิ้งหลักฐานอะไรให้จางหมิงเอามาฟ้องร้องได้หรอก เมื่อคิดเช่นนี้แล้วเขาจึงคิดว่าจางหมิงย่อมไม่มีหลักฐานชี้ความผิดของท่านแม่ทัพใหญ่อยู่ในมือแน่นอน!

“มะ…ไม่มีขอรับ” จางหมิงตอบตัวสั่นๆ ตุลาการจึงตบโต๊ะปัง! “เจ้าไม่มีหลักฐานอะไรเลยแล้วเจ้ายังกล้ามาตีกลองร้องทุกข์ใส่ร้ายขุนนางราชสำนักอีกเรอะ!?”

“ใต้เท้าไว้ชีวิตด้วยๆ” จางหมิงหันไปโขกศีรษะโปกๆ ให้ท่านใต้เท้าตุลาการ ตุลาการจึงตัดสินว่า “เจ้าใส่ร้ายขุนนางราชสำนัก ทำให้ชื่อเสียงของท่านแม่ทัพใหญ่ต้องแปดเปื้อน ข้าตัดสินลงโทษเจ้าตามกฎหมาย ตัดลิ้นและโบย 100 ที”

“อ้า! ใต้เท่าไว้ชีวิตด้วยๆ” จางหมิงร้องลั่น โขกศีรษะโปกๆ จนหน้าผากแตกเลือดอาบ

“ใต้เท้า โทษตัดลิ้นก็ละเว้นเถอะ” หยางซีถิงบอก ตุลาการจึงรับคำ “ละเว้นโทษตัดลิ้น เจ้าหน้าที่ ลงทัณฑ์!”

เจ้าหน้าที่จึงก้าวไปจับตัวจางหมิงขึ้นมา จางหมิงร้องลั่น “อ้า ใต้เท้าไว้ชีวิตข้าด้วยๆ”

เจ้าหน้าที่ยกม้านั่งลงทัณฑ์เข้ามา จับจางหมิงนอนคว่ำมัดกับม้านั่ง แล้วลงมือโบย “1…2…”

“โอยๆ…” จางหมิงร้องลั่น เขาเจ็บจนปัสสาวะราดออกมา “โอย…”

ผู้คนข้างนอกฟังแล้วก็ชื่นชมท่านแม่ทัพใหญ่ที่ใจดีมีเมตตาต่อคนที่ใส่ร้ายเขา หากว่าเป็นพวกเขา พวกเขาคงไม่ขอร้องตุลาการให้ละเว้นโทษตัดลิ้นหรอก ลิ้นชั่วๆ ที่ใส่ร้ายท่านแม่ทัพใหญ่แบบนั้นสมควรถูกตัดจริงๆ ท่านแม่ทัพใหญ่ไม่น่าใจดีกับคนแบบนี้เลยสักนิด คนแบบนี้สมควรถูกลงโทษมากกว่าตัดลิ้น โบย 100 ทีเสียอีก!

หยางซีถิงไม่ได้มีใจสงสารจางหมิงเลยสักนิด แต่ที่เขาให้ละเว้นโทษตัดลิ้นก็เพราะว่าแค่โบย 100 ที จางหมิงก็คงตายแล้วกระมัง อีกทั้งเขาก็ใช้โอกาสนี้ซื้อใจปวงประชาไปด้วย จวนเขามีข่าวฉาวโฉ่ เขาย่อมต้องหาทางกู้ชื่อเสียงบ้าง แม้ว่านี่จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่ว่าเม็ดทรายก็สามารถถมหลุมให้เต็มได้นะ!

เจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์ก็โบยตีสุดแรง ไม้ลงทัณฑ์ก็ใหญ่เท่าไม้พายเรือ ต่อให้โดนโบยตีไปสัก 10 ทีคนก็แทบหลังหักแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง 100 ทีเลย จางหมิงต้องตายคาไม้แน่นอน!

“เมื่อไม่มีอะไรแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” หยางซีถิงบอกกับตุลาการ ตุลาการรีบพยักหน้า “เชิญท่านแม่ทัพใหญ่กลับไปเถิด”

หยางซีถิงจึงเดินออกจากศาลต้าหลี่ไป ผู้คนก็แหวกหลบเป็นทาง พวกเขามองท่านแม่ทัพใหญ่อย่างชื่นชม หยางซีถิงขึ้นขี่ม้าแล้วชักม้ากลับจวนไป ทหารก็ขึ้นขี่ม้าตามท่านแม่ทัพใหญ่ไปเป็นทิวแถว เสียงผู้คนชื่นชมท่านแม่ทัพใหญ่ดังไปตลอดทาง

“เฮ้อ…” ตุลาการลอบถอนหายใจโล่งอกที่อัญเชิญ ‘พระพุทธรูปองค์ใหญ่’ กลับไปแล้ว เขาหันไปมองเจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์ส่งสัญญาณให้ตีหนักๆ หน่อย โทษฐานที่เจ้าพ่อค้าคนนี้หาเรื่องเดือดร้อนมาให้เขา เจ้าอยากจะงัดไม้ซุงอย่างท่านแม่ทัพใหญ่เจ้าก็งัดไปคนเดียวซิ ไยต้องลากข้าลงน้ำไปกับเจ้าด้วยล่ะ!

เจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์จึงโบยตีไม่กล้าผ่อนเรี่ยวแรงแม้แต่นิดเดียว ตีๆ ต้องตีให้ตาย! ไอ้เจ้าตัวซวยที่หาเรื่องเดือดร้อนมาให้ศาลต้าหลี่ของพวกเขาแบบนี้ต้องตีให้ตาย!

จางหมิงสลบไปตั้งแต่ยังไม่ครบ 10 ไม้แล้ว เจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์ก็โบยตีต่อไปไม่หยุดมือ พวกเขาโบยจนครบ 100 ทีแล้วถึงได้หยุดมือกัน จากนั้นก็หามจางหมิงไปส่งที่บ้านตระกูลจาง ทำให้บ้านตระกูลจางวุ่นวายราวกับบ้านแตกสาแหรกขาดอย่างไรอย่างนั้น อันที่จริงแล้วก็ใกล้เคียงกับคำว่าบ้านแตกสาแหรกขาดจริงๆ นั่นแหละ หากว่าจางหมิงตายไป ลูกๆ ที่เหลือย่อมแย่งชิงกันเป็นใหญ่ในบ้าน พวกเขาต้องสู้รบตบมือกันจนกว่าจะได้เป็นใหญ่นั่นแหละ เพียงแค่นี้ก็ทำให้บรรยากาศภายในบ้านตระกูลจางคุกรุ่นแล้ว

ครั้นเรื่องราวรู้ไปถึงหูฮ่องเต้ ฮ่องเต้จึงเรียกแม่ทัพใหญ่ไปถามเป็นการส่วนตัว “เจ้าจับลูกชายตระกูลจางไปจริงหรือไม่?”

“ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ เรื่องนี้ข้าไม่รู้เรื่องด้วยจริงๆ นะพะย่ะค่ะ” หยางซีถิงตอบ ฮ่องเต้จึงมองเพ่งเขาครู่หนึ่งแล้วละสายตาออก “เจ้าไม่รู้เรื่องจริงๆ น่ะหรือ?”

“เรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือข้าแน่นอนพะย่ะค่ะ ต่อให้ข้าอยากจะสับเจ้าเด็กนั่นขนาดไหน แต่ว่าข้าคงไม่โง่ลงมือในตอนนี้หรอก เฮ้ๆ เจ้าไม่ต้องมองข้าแบบนั้นเลยนะ ไม่ใช่ฝีมือข้าจริงๆ ข้าสาบานต่อฟ้าดินเลยก็ได้” หยางซีถิงบอกอย่างโมโหนิดๆ คำพูดคำจาจึงไม่เคารพฮ่องเต้อย่างที่ควร หากว่าเป็นคนอื่นพูดเช่นนี้กับฮ่องเต้ ฮ่องเต้ย่อมสั่งตัดหัวไปแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!