Chapter 97 แผนทำลายชื่อเสียง 2
เมื่อจูลี่ถิงออกไป แขกเหรื่อหลายคนก็ตามไปด้วย พวกเขาล้วนอยากรู้อยากเห็นกันทั้งนั้น จึงไม่มีใครหน้าบางรออยู่ในห้องโถงสักคน
ขณะที่ผู้คุ้มกันจากไป เฟิ่งหวงก็สั่งแม่นมซื่อว่า “เจ้าออกไปถ่วงเวลาผู้คนไว้ก่อน อย่าเพิ่งให้ใครเข้ามาได้”
“เจ้าค่ะ” ซื่อเฟิงรับคำสั่งแล้วยกจางเฉียนขึ้นเตียง จากนั้นนางก็เปิดประตูออกไป นางปิดประตู เฟิ่งหวงก็รีบไปขัดกลอนเอาไว้ จะให้คนอื่นเข้ามาก่อนเวลาไม่ได้เด็ดขาด!
สาวใช้นำฮูหยินผู้เฒ่าไปที่ห้องพลางบอก “ที่นี่เจ้าค่ะ ข้าเห็นคุณชายจางพาคุณหนูเฟิ่งเข้าไปเจ้าค่ะ”
“ที่นี่รึ?” หยางซีถิงถาม สาวใช้ตอบ “เป็นที่นี่เจ้าค่ะ บ่าวเห็นคุณชายจางอุ้มคุณหนูเฟิ่งเข้าไปเจ้าค่ะ”
ซื่อเฟิงรีบเดินไปขวางเอาไว้ “พวกท่านมาทำอะไรกันหรือเจ้าคะ?”
สาวใช้เห็นว่าแผนการน่าจะสำเร็จแล้วนางจึงรีบหลบเลี่ยงออกไป
“เจ้าถอยไป” หยางซีถิงสั่ง ซื่อเฟิงร้อนรน “ไม่ได้เจ้าค่ะ”
“ถอยไปซะ” หยางซีถิงสั่งเสียงเข้มดุ จูลี่ถิงก็สั่งเช่นกัน “เจ้าถอยไปนะ หากว่ายังไม่ถอยไปอีก ข้าจะโบยเจ้า!”
ผู้คุ้มกันแอบตามสาวใช้ไป จนนางเดินไปในที่ลับตาผู้คนแล้วเขาจึงจู่โจมนางทางด้านหลัง ฟาดสันมือใส่ต้นคอนาง ผั๊วะ!
“อะ” สาวใช้ร้องได้คำเดียวก็สลบไป ผู้คุ้มกันรีบอุ้มนางแล้วลอบเข้าไปทางด้านหลังของเรือน เขาผิวปากเป็นสัญญาณ “จิ๊บๆ จิ๊บๆ”
เฟิ่งหวงได้ยินสัญญาณจากผู้คุ้มกันจึงเปิดหน้าต่าง ผู้คุ้มกันก็รีบอุ้มสาวใช้กระโดดเข้าไปทางหน้าต่าง
“วางนางไว้บนเตียง ช่วยกันถอดเสื้อผ้าทั้งสองคนออก” เฟิ่งหวงกระซิบสั่ง ผู้คุ้มกันรีบวางสาวใช้ไว้บนเตียงแล้วจัดแจงถอดเสื้อผ้าออกจากตัวจางเฉียน ส่วนเฟิ่งหวงก็เอายายัดใส่ปากจางเฉียน จากนั้นนางก็รีบจับสาวใช้ถอดเสื้อผ้าเหวี่ยงๆ ออกไป นางส่งสายตาให้ผู้คุ้มกัน จากนั้นทั้งสองจึงออกจากห้องไปทางหน้าต่างด้านหลังเรือน
ด้านหน้าเรือน จูลี่ถิงตวาด “ยังไม่ถอยไปอีก!”
ซื่อเฟิงยืนปักหลักขวางเอาไว้ แผนการของคุณหนูยังไม่สำเร็จ นางไม่มีทางยอมถอยเด็ดขาด!
“ถอยไป ไม่เช่นนั้นเจ้าจะถูกลงโทษ!” หยางซีถิงตวาด ซื่อเฟิงยังคงปักหลักไม่ยอมถอย
ภายในห้อง จางเฉียนที่ถูกยัดยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงเข้าไป เขาตื่นขึ้นมาอย่างสะลืมสะลือ รู้สึกปวดหนึบตรงกลางกาย ต้องการปลดปล่อย เขาจึงควานมือไป เมื่อเจอกับร่างนุ่มๆ จึงขยับตัวขึ้นคร่อมทั้งๆ ที่ยังไม่ได้สติดีๆ เขาที่เคยเสพสมกับสตรีมามาก จึงไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้สักนิด เพียงขึ้นคร่อม จับขาสตรีแยกออกก็จับทวนแทงรูอย่างชำนาญ
“อ้า!” สาวใช้เจ็บจนตื่น นางยังตั้งสติไม่ได้ ยังมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก
ด้านหน้าเรือน หยางซีถิงสั่งบ่าว “เปิดประตู”
“ขอรับ” บ่าวรับคำสั่ง พวกสาวใช้จึงกรูเข้าไปจับซื่อเฟิงเอาไว้ ซื่อเฟิงดิ้นขัดขืน “พวกเจ้าปล่อยข้านะ!”
แต่นางก็สู้แรงสาวใช้ทั้งหลายไม่ได้ นางถูกลากไปด้านข้าง “ปล่อยข้า!”
บ่าวผลักประตู แต่เพราะประตูถูกลงกลอนทำให้เปิดไม่ได้ เขาจึงรายงานว่า “เปิดไม่ได้ขอรับ ลงกลอนไว้ขอรับ”
“พังประตู” หยางซีถิงสั่ง บ่าวรับคำ “ขอรับ”
จากนั้นเขาก็ถีบประตูดังตึงๆ จนประตูเปิดออก ผลั๊วะ!
บ่าวที่ถีบประตูเซเข้าไปในห้อง จนชนฉากบังลมล้มลง ตึง!
จางเฉียนแม้จะได้ยินเสียงดังตึงตัง แต่เขาก็ยังไม่หยุดการกระทำ เขารู้แค่ว่าต้องโยกเอวจนกว่าจะได้ปลดปล่อย ทำให้ภาพที่เกิดขึ้นบนเตียงปรากฏแก่สายตาผู้คนที่อยู่ด้านหน้าเรือน
“อ้า!” / “ว๊าย!” บรรดาสตรีกรีดร้องทันทีที่เห็นภาพชายหญิงเปลือยกายแนบชิดกันอยู่บนเตียงในห้อง อีกทั้งฉากบังตาล้มระเนระนาดไป ทำให้คนที่อยู่ตรงประตูสามารถมองเห็นเตียงนอนในห้องได้ทันที
“เจ้า!” หยางซีถิงเห็นภาพที่เกิดขึ้นในห้องก็โมโหเดือดดาลขึ้นมาทันที เขาจำได้ว่าเจ้าคุณชายจางคนนี้เป็นสหายของเฟิงเอ๋อร์กระมัง ซึ่งคนๆ นี้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั้งเมืองหลวงว่าเจ้าชู้เหลือหลาย แต่งฮูหยินเอก แต่งอนุอีกสี่ห้าคน ไม่นับรวมสาวใช้อุ่นเตียงอีกนับสิบ เรียกว่าเดินไปทางไหนก็โชยกลิ่นเหม็นเน่าคาวโลกีย์ไปหมด เขาไม่ชอบใจนักที่เฟิงเอ๋อร์คบหากับคนเช่นนี้ แต่ว่าเขาก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร ลูกชายเขาย่อมมีความคิดอ่านเป็นของตัวเอง บางทีที่เฟิงเอ๋อร์คบหากับคนประเภทนี้ก็เพราะต้องการสายข่าวกระมัง เพราะคนประเภทนี้ก็จะรู้ข่าวบางอย่างได้ไวยิ่งนัก เช่นว่าใครเป็นชู้กับใคร คุณหนูบ้านใดประพฤติตัวเหลวแหลกเละเทะ ฯลฯ
“อ้า! หวงเอ๋อร์” หลิวฟางอิ่งเห็นภาพสตรีคนหนึ่งอยู่ใต้ร่างบุรุษก็เป็นลมล้มพับไปทันที
“ฮูหยิน!” รุ่ยหลินรีบประคองฮูหยินแทบไม่ทัน
“ไอหยา! บัดสีบัดเถลิงนัก!” จูลี่ถิงด่าพลางทำท่าจะเป็นลมไปอีกคน เกิดเรื่องบัดสีบัดเถลิงในจวนต่อหน้าแขกเหรื่อมากมายเช่นนี้ ทำนางอับอายจนไม่อาจสู้หน้าผู้คนเลยทีเดียว
“อ้า! ฮูหยินผู้เฒ่า!” สาวใช้สามสี่คนรีบช่วยกันประคองฮูหยินผู้เฒ่าเอาไว้
ขณะที่ทุกคนกำลังตกใจอยู่นั้น จางเฉียนก็โยกเอวจนสุขสมถึงสวรรค์ไปแล้ว “โอ้ววววว…”
“เจ้าทำอะไรพี่สาวข้า!?” หยางจุนกับหยางจื้อพุ่งไปลากตัวจางเฉียนออกจากตัว ‘พี่สาว’ พวกเขาอย่างโกรธจัด พวกเขาไม่ทันมองคนที่นอนอยู่บนเตียงดีๆ พวกเขาไม่ลากคนเฉยๆ ลงมือทุบตีจางเฉียนไปด้วย ทำให้จางเฉียนร้องลั่น “อ้าๆ เจ็บๆ หยุด! เจ็บ! โอ๊ยๆ! อ้า พวกเจ้าอย่าดึงผมข้า อ้า! เจ็บๆ!”
“ไอหยา!ๆ คุณชายหยางละเว้นลูกชายข้าด้วยเถอะ” จางหมิงซึ่งเป็นบิดาของจางเฉียนรีบเข้าไปฉุดดึงคุณชายหยางทั้งสองคนพัลวัน เขาเห็นคุณชายทั้งสองยังเป็นเด็ก แต่ว่าเรี่ยวแรงของคุณชายทั้งสองกลับมีพละกำลังมากกว่าเขาเสียอีก เมื่อฉุดดึงคุณชายทั้งสองไม่ออก เขาจึงรีบผละไปกุมมือขอร้องท่านแม่ทัพใหญ่ว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ รีบให้คุณชายทั้งสองหยุดมือก่อนเถอะขอรับ เรื่องนี้ข้าน้อยจะชดใช้ให้ท่านอย่างสมควรที่สุดขอรับ”
ขณะที่เหตุการณ์กำลังอลหม่านอยู่นั้น ม่านมุ้งที่รวบไว้ด้านข้าง จู่ๆ ก็คลี่คลุมลงมา ปิดบังร่างของ ‘เฟิ่งหวง’ ไว้หลังม่านทำให้คนข้างนอกไม่อาจมองเห็นนาง และสาเหตุที่ม่านมุ้งคลี่คลุมลงมานี้ก็เป็นเพราะฝีมือของหยางถิงเฟิงที่สะบัดมีดไปตัดสายรัดม่านมุ้ง ทำให้ม่านมุ้งตกลงมาปิดเตียง หยางซีถิงเหลือบมองที่มาของมีดสั้นเล่มนั้นแวบหนึ่ง จึงเห็นว่าเป็นฝีมือของเฟิงเอ๋อร์ เขามองๆ ไปรอบๆ แล้วจึงสั่งสาวใช้ว่า “พวกเจ้าพาคุณหนูเฟิ่งไปที่เรือนรับรองก่อน”
“เจ้าค่ะ” สาวใช้รับคำอย่างอกสั่นขวัญแขวน จู่ๆ ก็เกิดเรื่องบัดสีบัดเถลิงขึ้นในจวน นายท่านย่อมโกรธจนแทบจะถลกหนังคนแล้ว!
“พ่อบ้านอู๋ ส่งแขก” หยางซีถิงสั่ง อู๋สี่รีบรับคำสั่ง “ขอรับ”
จากนั้นเขาก็รีบเชิญแขกเหรื่อออกจากจวน ผู้คนก็ชี้มือชี้ไม้ซุบซิบคุยกันจนเสียงดังหึ่งๆ เหมือนเสียงฝูงผึ้งแตกรัง ต่างคนต่างซุบซิบคุยกันพลางทยอยเดินออกไปอย่างจำใจ แม้ว่าพวกเขาอยากจะอยู่ต่อดูเหตุการณ์เพิ่ม แต่ว่านั่นเป็นถึงท่านแม่ทัพใหญ่เชียวนะ หากว่าท่านแม่ทัพใหญ่เกิดบ้าคลั่งคิดฆ่าคนปิดปากขึ้นมาล่ะก็…พวกเขาย่อมรักชีวิตตัวเองก่อนล่ะ ต่อให้อยากรู้อยากเห็นแค่ไหน แต่ถ้าต้องเสี่ยงกับคมดาบ พวกเขาก็ขอรีบหนีเอาตัวรอดก่อนล่ะกัน
“พามันไปที่ห้องโถง” หยางซีถิงสั่ง พวกบ่าวไพร่จึงกรูกันเข้าไปหามตัวจางเฉียนที่กำลังถูกคุณชายรองกับคุณชายสามทุบตีออกไป จางหมิงก็รีบตามลูกชายตัวเองไปทันที สมองเขาก็คิดๆ หาหนทางรอดให้ลูกชายไปพลางๆ มีแต่ต้องสู่ขอคุณหนูคนนั้นและมอบสินสอดให้ท่านแม่ทัพใหญ่มากๆ หน่อยจึงจะสามารถรักษาชีวิตเจ้าลูกชายเอาไว้ได้!
ส่วนจูลี่ถิงก็ถูกสาวใช้หามกลับเรือนไป อู๋สี่ก็ให้คนไปตามหมอมาตรวจอาการฮูหยินผู้เฒ่า หลิวฟางอิ่งก็ถูกสาวใช้หามกลับเรือนไปเช่นกัน อู๋สี่วิ่งวุ่นสั่งคนจนแอบก่นด่าอยู่ในใจ วะ! นี่มันวันซวยอะไรวะเนี่ย!? จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็เกิดเรื่องเกิดราวฉาวโฉ่ขึ้นเสียได้!
หยางซีถิงเดินไปทางห้องโถง หยางถิงเฟิงเดินตามท่านพ่อไปสีหน้าโกรธแค้นจนแทบจะฆ่าคนได้แล้ว แน่นอนว่าคนที่เขาโกรธแค้นย่อมเป็นจางเฉียนที่กล้าแตะต้องเฟิ่งหวงของเขา ขนาดเขาให้สาวใช้รีบไปตามคนมาแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าหวงเอ๋อร์เสียความบริสุทธิ์ให้มันแล้ว!
“อ่ะ นี่ไม่ใช่คุณหนูเฟิ่ง!” พวกสาวใช้ร้องออกมา หยางซีถิงที่กำลังจะเดินไปจึงชะงักเท้า เขาหันไปมองพวกสาวใช้ เห็นพวกนางทำหน้าตกใจ เขาจึงเดินไปดู แล้วก็พบว่าคนที่นอนเปลือยกายอยู่บนเตียงไม่ใช่เฟิ่งหวง แต่เป็นสตรีคนหนึ่งที่มีหน้าตาสามัญ เขาหันไปมองเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ที่พื้น จึงเห็นว่าเป็นเสื้อผ้าบุรุษกับเสื้อผ้าของสาวใช้ในจวนเขา
“นี่เจ้า!” หยางถิงเฟิงอุทานออกมา คนที่เปลือยกายอยู่บนเตียงไม่ใช่เฟิ่งหวง แต่เป็นสาวใช้ที่เขาให้นางวางยาเฟิ่งหวง!
เขาไม่รู้ว่านางอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!?
“เอ๋? เกิดอะไรขึ้น?” เสียงหนึ่งถามขึ้นมา ผู้คนที่กำลังจะแยกย้ายไปจึงหยุดชะงัก คนที่ถามคือเฟิ่งหวงนั่นเอง ผู้คนจึงงุนงง “เอ๋?”
“เอ๊ะ!?”
“หือ? คุณหนูเฟิ่งอยู่ตรงนี้ เช่นนั้นคนในห้องนั่นเป็นใครล่ะ?”
มีบางคนอยากรู้อยากเห็นจนทนไม่ไหว จึงได้พุ่งไปดูคนที่อยู่บนเตียง คนๆ นั้นพูดขึ้นว่า “ไม่ใช่คุณหนูเฟิ่ง เป็นสาวใช้ ข้าจำนางได้ นางเป็นสาวใช้ที่นี่”
“หา! เป็นสาวใช้!” ผู้คนอุทานออกมา
“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?” เฟิ่งหวงถาม ทำหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราว สตรีคนหนึ่งจึงบอกว่า “มีคนบอกว่าเห็นคุณชายตระกูลจางพาคุณหนูเฟิ่งเข้าห้องไปน่ะซิ พวกเราจึงได้มาดูกัน”
“ข้า?” เฟิ่งหวงทำหน้างุนงง “ข้าอยู่ตรงนี้ จะถูกพาเข้าห้องได้อย่างไร?”
“ฮู๊ยยยย—คุณหนู” ซื่อเฟิงสะบัดตัวหลุดจากการจับกุมของพวกสาวใช้แล้วรีบเดินไปหาคุณหนูของนางทันที นางพูดว่า “มีคนใส่ร้ายคุณหนูเจ้าค่ะ บอกว่าคุณหนูถูกคุณชายอะไรนั่นพาเข้าห้องไป ทุกคนจึงได้มาที่นี่เจ้าค่ะ”
“ใส่ร้าย?” เฟิ่งหวงทวนคำแล้วตาวาววาบขึ้น “ใครกล้าใส่ร้ายข้า? เรื่องนี้ข้าไม่ยอมแน่ ท่านพ่อเลี้ยงเจ้าคะ ท่านต้องให้ความยุติธรรมกับข้านะเจ้าคะ”
“อืม” หยางซีถิงพยักหน้ารับ หยางถิงเฟิงโล่งใจนักที่เห็นเฟิ่งหวงยังปลอดภัยดี แต่อีกใจหนึ่งก็เสียดายที่แผนการไม่สำเร็จ แต่เมื่อเทียบกับแผนการสำเร็จ แต่นางตกเป็นของจางเฉียน เขาก็รับไม่ได้กับผลเช่นนี้จริงๆ เมื่อนางยังปลอดภัย เขาจึงดีใจมาก สีหน้าของเขาจึงบังเกิดความเสียใจแวบหนึ่งและความยินดีปรีดาที่แผนการไม่สำเร็จอย่างที่เขาคิดหวัง ไม่เป็นไร โอกาสหน้ายังมี
ผู้คนที่กำลังจะแยกย้ายกันไป พอเห็นเหตุการณ์เปลี่ยนไป พวกเขาจึงยังไม่แยกย้ายจากไป
“พานางไปที่ห้องโถง ข้าจะสอบสวนเรื่องนี้” หยางซีถิงสั่ง พวกสาวใช้รับคำสั่ง “เจ้าค่ะ”
หยางซีถิงเดินไปที่ห้องโถงหลัก เฟิ่งหวงเดินตามไป นางเหลือบมองหยางถิงเฟิงแวบหนึ่ง หยางถิงเฟิงสบตากับนางพอดี เขาเห็นความเกลียดชังในแววตานาง ทำเขารู้สึกไม่ดีอย่างมาก จังหวะนั้นซื่อเฟิงก็เดินเข้ามาอยู่ข้างๆ คุณหนูของนาง ทำให้สายตาของทั้งสองคนถูกบดบังไป เฟิ่งหวงละสายตาแล้วเดินตามท่านพ่อเลี้ยงไป ซื่อเฟิงตามคุณหนูไป หยางถิงเฟิงเดินตามไป สาวใช้ก็เอาผ้าห่อตัวสาวใช้คนนั้นแล้วช่วยกันหามนางไปที่ห้องโถง
จูลี่ถิงฟื้นสติขึ้นมาหน่อย นางอยากรู้เรื่องราวจึงสั่งสาวใช้ว่า “พาข้าไปที่ห้องโถง”
“เจ้าค่ะ” สาวใช้รับคำสั่งแล้วประคองฮูหยินผู้เฒ่ากลับไปที่ห้องโถง
หลิวฟางอิ่งก็ได้สติขึ้นมาเช่นกัน นางไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแต่ได้ยินคนพูดกันแว่วๆ ว่า “ไม่ใช่คุณหนูเฟิ่งๆ”
“พาข้าไปที่ห้องโถง” นางสั่งรุ่ยหลิน รุ่ยหลินรับคำ “เจ้าค่ะ”
แล้วนางก็ประคองฮูหยินไปที่ห้องโถง
ในห้องโถง จางเฉียนใส่เสื้อตัวนอกของจางหมิงอยู่ เขานั่งอยู่บนพื้นมีสีหน้างุนงง ยังไม่ได้สติดีๆ ส่วนจางหมิงก็นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ เมื่อเขาเห็นท่านแม่ทัพใหญ่เดินมาเขาจึงได้แต่กุมมือพูดว่า “ข้าจะชดใช้ให้ท่านทุกอย่างขอรับ ขอท่านแม่ทัพใหญ่อภัยให้ลูกชายข้าด้วยขอรับ”
หยางซีถิงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประธานหน้าตาถมึงทึง หยางถิงเฟิงก้าวไปยืนอยู่ข้างๆ ท่านพ่อ
จูลี่ถิงถูกสาวใช้ประคองไปนั่งที่เก้าอี้ด้านข้างตัวหนึ่ง รุ่ยหลินก็ประคองฮูหยินไปนั่งที่เก้าอี้อีกตัว หยางจุนกับหยางจื้อรีบไปยืนข้างๆ ท่านพ่ออีกด้านหนึ่ง มองจางเฉียนอย่างอยากจะฆ่าแกงอีกฝ่ายยิ่งนัก ผู้คนก็ตามไปยืนดูอยู่รอบๆ บางคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับจวนแม่ทัพใหญ่ก็ก้าวไปนั่งที่เก้าอี้ ทำให้เก้าอี้ในห้องโถงเต็มไปด้วยผู้คนอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาไม่ได้มาร่วมแสดงความยินดี แต่มารอดูเรื่องราวอย่างอยากรู้อยากเห็น
พวกสาวใช้หามสาวใช้เข้าไปในห้องโถง วางนางไว้กลางห้องโถงแล้วถอยไปยืนด้านข้าง
“ปลุกนาง” หยางซีถิงสั่ง บ่าวจึงตักน้ำไปสาดใส่สาวใช้ ซ่า!
“ข้า…” สาวใช้ถูกน้ำเย็นสาดใส่จึงสะดุ้งฟื้นตื่นเต็มตา นางลุกขึ้นนั่งอย่างงุนงง ผ้าที่ห่อตัวเลื่อนหลุดทำให้ผิวเนื้อตั้งแต่ช่วงไหล่จนถึงเต้าทรวงเผยออกมา หลายๆ คนที่นั่งอยู่ในห้องโถงจึงฮือฮา “ฮื้อ!” / “ว๊าย!”
สาวใช้ที่อยู่ด้านข้างจึงก้าวไปดึงผ้าขึ้นมาให้นาง สาวใช้คนนั้นเพิ่งจะรู้ตัวจึงเกิดความอับอายจนหน้าแดงก่ำ นางห่อตัวขดเอาไว้ มือจับผ้าแน่นยิ่งนัก ดวงตานางค่อยๆ เหลือบมองไปรอบๆ อย่างหวาดกลัว ครั้นเห็นนายท่านกำลังมองมา นางยิ่งหวาดกลัวจนแทบจะเป็นลมไป
“เจ้าบอกว่าเห็นคุณหนูเฟิ่งถูกเจ้าเด็กแซ่จางพาเข้าห้องไป” หยางซีถิงเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ
สาวใช้ที่อยู่ข้างๆ จึงตีหลังสาวใช้คนนั้น “นายท่านถาม เจ้าก็ตอบซิ”
สาวใช้ถูกตี รู้สึกเจ็บจึงตั้งสติ นางพยักหน้ารับ “เจ้าค่ะ”
“แล้วเหตุใดจึงเป็นเจ้าที่อยู่กับเจ้าเด็กแซ่จาง?” หยางซีถิงถามน้ำเสียงเข้มขึ้น สาวใช้กำลังจะอ้าปากพูด หยางถิงเฟิงจึงชิงพูดแทรกว่า “เจ้าวางแผนจับจางเฉียนซินะ”
“ข้า…” สาวใช้กำลังจะพูด หยางถิงเฟิงจึงพูดขัดว่า “ข้าๆๆ อะไร ทุกคนล้วนเห็นชัดเจน เจ้าวิ่งไปบอกทุกคนว่าเห็นจางเฉียนพาหวงเอ๋อร์เข้าห้องไป แล้วเจ้าก็นำทุกคนไปดู จากนั้นเจ้าก็แอบปีนหน้าต่างเข้าไปหลับนอนกับจางเฉียน เจ้ายังแก้ตัวอะไรอีก!”
“โอ้ ที่แท้เป็นเช่นนี้หรือ?” หลายๆ คนอุทานออกมา
“ข้า…” สาวใช้ได้แต่ก้มหน้าลง นางไม่กล้าพูดเรื่องจริงออกไปแม้แต่คำเดียว ขืนนางบอกทุกคนว่าเป็นแผนการของซื่อจื่อที่หวังทำลายชื่อเสียงคุณหนูเฟิ่ง แต่ไม่รู้ทำไมจึงกลายเป็นนางที่หลับนอนกับคุณชายจาง หากนางพูดออกไป รับรองว่าซื่อจื่อฆ่านางแน่!
“ไล่นางออกไป” หยางถิงเฟิงพูดขึ้นมา ลู่สือจึงปราดเข้าไปจับตัวสาวใช้คนนั้นลากออกไป
“โอ้ ที่แท้เป็นเจ้าที่คิดจะจับลูกชายข้ารึ เจ้าช่างใฝ่สูงนัก” จางหมิงด่าสาวใช้คนนั้น เขาอยากตบตีนางยิ่งนัก แต่ว่าเขาก็ไม่กล้าลงมือ สาวใช้คนนั้นเป็นคนของจวนแม่ทัพใหญ่ ย่อมต้องให้จวนแม่ทัพใหญ่จัดการลงโทษนาง ขืนเขายื่นมือไปแตะต้องคนของจวนแม่ทัพใหญ่ คงเป็นการสร้างความบาดหมางกับจวนแม่ทัพใหญ่แน่ๆ เขาจึงได้แต่กำมือแน่นข่มอารมณ์โมโหเอาไว้ “ฮึ่ม!”
จางเฉียนที่เริ่มมีสติดีๆ เมื่อเห็นว่าเรื่องราวกลายเป็นเช่นนี้ เขาจึงทำหน้าตาเป็นผู้เสียหายออกมา
“สาวใช้ใฝ่สูงคนนั้น ข้าจะมอบให้จางเฉียนจัดการก็แล้วกัน” หยางถิงเฟิงบอก จางเฉียนกุมมือ “ขอบคุณมาก”
“เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ล่ะ? ตอนนั้นข้าเห็นอยู่กับตาว่าคุณชายจางพาคุณหนูเฟิ่งเข้าห้องไปนี่นา” เหอซินซือพูดขึ้นมา “ข้าเห็นจริงๆ นะ ตอนนั้นข้าเห็นคุณชายจางพาคุณหนูเฟิ่งเข้าห้องไปจริงๆ นะ หากทุกคนไม่เชื่อก็ถามสาวใช้ของข้าดูได้ นางก็เห็น”
