Skip to content
Cover น้องสาว

น้องสาวเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก 3

Chapter 3 (18+) หนีเสือปะจระเข้ 2

“ขอโทษด้วย ข้าปล่อยเจ้าไปไม่ได้จริงๆ ข้าจะรับผิดชอบแต่งเจ้าเป็นอนุเข้าจวน เจ้าจะได้อยู่อย่างสุขสบายมีกินมีใช้ตลอดไป เจ้าอยากได้อะไรข้าจะหามาให้เท่าที่ข้าทำได้ ข้ารับปากเจ้า” ชายคนนั้นบอกพลางก้าวไปขึ้นคร่อมนาง เขาแหวกเสื้อนางออก เลิกเอี๊ยมบังทรงขึ้นไปจนทรวงอกโผล่ออกมา เพียงแค่เห็นทรวงอกคู่นั้นเขาก็แทบบ้าคลั่งแล้ว ช่างอวบใหญ่ ขาวจั๊วะจริงๆ ยอดทรวงเป็นสีดอกท้อ งดงามเสียจนเขาแทบลืมหายใจ เขาก้มลงไปขบเลียดอกท้อน้อยๆ

“อ้า!” หลิวฟางอิ่งร้องออกมา เสียงนางเบาเพราะฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดทำให้ไร้เรี่ยวแรง ยาที่หูเจียนให้นางกินเป็นยาที่ทำให้สตรีไม่มีแรงจะขัดขืนได้ หอนางโลมมักใช้ยานี้กับสตรีที่ไม่ยินยอมรับแขก ต่อให้มีใจจะขัดขืน แต่ว่าไร้เรี่ยวแรงแล้วจะขัดขืนได้อย่างไร นางในตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากปลาบนเขียง ถูกเขาเลียดูดตามใจชอบ นางขัดขืนอะไรไม่ได้เลย ซ้ำมือยังถูกมัดอีก!

ชายคนนั้นทั้งดูดเลีย ทั้งขยำทรวงอีกข้าง เขาบีบเค้นเฟ้นฟอนจนคนใต้ร่างส่งเสียงอี๊อ้า เขาพอจะเข้าใจเจ้าชั่วคนนั้นขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะนางงดงามถึงเพียงนี้ เจ้าชั่วนั่นถึงได้อดใจไม่ไหวอย่างไรล่ะ แม้นางจะมีสามีแล้ว แต่ว่าทรวงอกคู่นี้กลับไม่หย่อนยานเหลวเละเลยสักนิด มันนุ่มเด้งราวกับทรวงอกสาววัยแรกรุ่นไม่มีผิด ทำเขาหลงใหลจนดูดเลียเฟ้นฟอนไม่หยุดไม่พัก หลิวฟางอิ่งเสียวจนตัวอ่อนระทดระทวย นางถูกฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดทำให้ไร้เรี่ยวแรงอยู่แล้ว ตอนนี้ยังถูกเขาปลุกเร้าอารมณ์จนนางเสียวแทบขาดใจตาย

“อา แม่นาง เจ้าช่างเยี่ยมเหลือเกิน” ชายคนนั้นเอ่ยชมขณะผละจากยอดทรวงเลื่อนริมฝีปากลงต่ำ เขาลากริมฝีปากขบผิวเนื้ออ่อนนุ่มเบาๆ คล้ายหยอกเย้า หลิวฟางอิ่งครางอี๊อ้าอย่างกลั้นไม่อยู่ ตั้งแต่สามีป่วย นางก็ห่างร้างราเรื่องในม่านมุ้งไปจนกระทั่งสามีตาย มาตอนนี้นางถูกเขาปลุกเร้าด้วยชั้นเชิงที่ชำนาญยิ่งก็ทำให้นางแทบขาดใจตาย ชายคนนั้นถอดกระโปรงกับกางเกงตัวในของนางออกไป นางหนีบขาเอาไว้ เขาก็จับขานางแยกออก เขาก้มลงไปดอมดมเนินเนื้อของนาง นางยิ่งอายแสนอาย สามีนางยังไม่เคยดมเลยสักครั้ง!

ชายคนนั้นสูดดมกลิ่นแล้วพบว่าไม่มีกลิ่นเหม็น ซ้ำยังหอมอ่อนๆ เขาจึงแลบลิ้นเลีย หลิวฟางอิ่งสะดุ้ง “อ่ะ!”

นางพยายามหนีบขาเข้าหากัน แต่ว่าติดที่ตัวเขาขวางอยู่กลางหว่างขานาง หน้าเขาก็กำลังแนบชิดติดเนินเนื้อ นางรู้สึกจักจี้ปนเสียวแปลกๆ เขาแหวกกลีบเนื้อออกแล้วเลียเม็ดมณีแผล๊บๆ หลิวฟางอิ่งร้องเสียงแหลม “อ้า! อย่า!”

เขาเลียแผล๊บๆ อย่างไม่นึกรังเกียจเลยสักนิด เนินเนื้อของสตรีนางนี้ทั้งอวบอูมทั้งนุ่มนิ่ม สีก็ยังสวย ไม่ดำคล้ำเลย ช่างคล้ายกับสาวบริสุทธิ์ยิ่งนัก เขาสงสัยจึงสอดนิ้วเข้าไปในรูอ่อนนุ่ม รูนางเล็กแคบแทบไม่ต่างอะไรจากสาวบริสุทธิ์ เพียงแต่ว่าเยื่อพรหมจรรย์ไม่มีแล้ว เขาควานนิ้วสำรวจรูอ่อนนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง หลิวฟางอิ่งเสียวจนแทบขาดใจตาย นางไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเลย นางไม่รู้เลยว่าลิ้นจะทำให้นางเสียวได้ถึงเพียงนี้ ความเสียวนี้มันทรมานนางจนนางแทบอยากกรีดร้องดังๆ “อ้า!”

เขาเห็นนางดีดดิ้นแอ่นเนิน เขาจึงยิ่งเลียๆ ดูดๆ พลางกระทุ้งนิ้วเข้าๆ ออกๆ จนเสียงดังแจะๆ นิ้วเขาเปียกน้ำหวานจนชุ่มเลยทีเดียว เขากระทุ้งนิ้วเข้าๆ ออกๆ พลางเลียๆ ดูดๆ อยู่พักหนึ่ง จนนางหวีดร้องเสียงแหลม “อ้าาาาาา…”

เขาหยุดกระทุ้งนิ้ว ดึงนิ้วออกมาพลางเลียน้ำหวานที่ติดนิ้ว รสชาตินางช่างอร่อยนัก เขาเลียจนหมดแล้วจึงผละออก รีบถอดเสื้อผ้าออกจากกาย จับทวนทองกลางกายแทงทะลวงรูอ่อนนุ่ม หลิวฟางอิ่งหวีดร้องอีกครา “อ้า!”

นางเจ็บจนหน้าเบ้เหยเก เขาบอกว่าจะอ่อนโยน แต่นี่อ่อนโยนตรงไหนกัน! อ่อนโยนมารดาเจ้าซิ!

ทวนทองของเขาทะลวงรูนางจนนางรู้สึกเหมือนรูฉีกแหกอย่างไรอย่างนั้น ตัวเขาใหญ่กว่าสามีนางมากนัก สามีนางรูปร่างผอมเพรียวเหมือนบัณฑิต ส่วนชายคนนี้รูปร่างสูงใหญ่ล่ำสันราวกับเทพนักรบอย่างไรอย่างนั้น นางมองเนื้อตัวเขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ตรงนั้นก็ใหญ่กว่าสามีนางมากนัก นางรู้สึกได้จากขนาดที่กำลังทิ่มแทงทะลวงรูนาง ตอนที่เขาถอดเสื้อผ้า นางไม่ทันได้มองดูดีๆ ก็ถูกเขาแทงทะลวงเข้ามาแล้ว ทำนางเจ็บจุก รู้สึกแน่นไปหมด

เขาก้มลงไปขบดูดยอดทรวง หลิวฟางอิ่งเสียววูบวาบขึ้นมาทันที นางค่อยๆ ลืมเลือนความเจ็บตรงกลางกายไป ชายคนนั้นกระแทกเข้าๆ ออกๆ เร็วจี๋จนหลิวฟางอิ่งเจ็บจุกอีกครา นางจึงอ้อนวอนเขา “เจ้าช้าหน่อย ข้าเจ็บ”

เขาผละจากยอดทรวงพลางบอก “เจ้าอ้าขาออกอีกซิ”

“ไม่” หลิวฟางอิ่งปฏิเสธอย่างคิดขัดขืน ชายคนนั้นยิ้มพลางถาม “เจ้าไม่ยอมอ้ารึ?”

“ไม่” หลิวฟางอิ่งปฏิเสธเสียงแข็ง ชายคนนั้นยิ่งยิ้มกว้างขึ้น เขาใช้แขนข้างหนึ่งยันตัวเอาไว้ มืออีกข้างก็ล้วงเข้าไปตรงกลางกายแล้วบี้เม็ดมณี หลิวฟางอิ่งหวีดร้อง “อ้า!”

“ยอมอ้ารึยัง?” ชายคนนั้นถามพลางบี้เม็ดมณีไปมา หลิวฟางอิ่งเสียวจนแทบขาดใจตาย นางดิ้นอยู่ใต้ร่างเขา “อี๊ อ้า…”

“อ้าขาซิ” ชายคนนั้นสั่งพลางบี้เม็ดมณีไปด้วย หลิวฟางอิ่งจำยอมต้องอ้าขาออก ชายคนนั้นจึงขยับกระแทกกระทุ้งเข้าๆ ออกๆ ทั้งยังบี้เม็ดมณีไปด้วย หลิวฟางอิ่งเสียวจนหูอื้อตาลาย นางไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น นางรู้แค่ว่าตรงนั้นของนางเสียวจนนางจะขาดใจตายแล้ว เขาช่างทรมานนางเก่งเหลือเกิน!

ชายคนนั้นกระแทกเข้าๆ ออกๆ พลางบี้เม็ดมณีไปด้วย เขาทำอย่างนั้นไปเรื่อยๆ จนคนใต้ร่างหวีดร้องเสียงแหลม “อ้าาาาาา…”

หลิวฟางอิ่งเสียวจนแทบขาดใจตายไปจริงๆ นางถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไป 2 หนแล้ว นางเหนื่อยจนอยากจะหลับเต็มที แต่ว่าคนบนร่างนางยังขยับโยกไม่หยุดไม่พัก เขาช่างมีพลังเหลือล้นนัก!

ชายคนนั้นกระแทกเข้าๆ ออกๆ อยู่พักใหญ่จึงได้ถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า “โอววววว…”

เขาอยากจะกระแทกต่อแต่ว่าคนใต้ร่างผล็อยหลับไปแล้ว เขาจึงจำใจถอนทวนทองออกมา แล้วหยิบเสื้อผ้ามาใส่ จากนั้นก็แก้มัดนาง จับเสื้อผ้านางสวมๆ ใส่ๆ จนเรียบร้อย เขาก้มลงไปจูบหน้าผากนางทีหนึ่ง รสชาติของนางทำเขาติดใจเสียแล้ว เขาจึงหมายมั่นแล้วว่าจะแต่งนางเข้าจวน

เขาเดินออกไป ลูกน้องของเขาเฝ้าอยู่รอบๆ กระท่อม ทุกคนล้วนทำหูหนวกตาบอด เขาเดินไปหาสาวใช้ที่ถูกมัดมือมัดเท้าอุดปากเอาไว้ เดาว่าคงเป็นลูกน้องของเขานั่นแหละที่มัดนางเอาไว้ กันไม่ให้นางเข้าไปขัดขวางเขากับเจ้านายของนาง เขาส่งสายตาสั่งลูกน้อง ลูกน้องจึงดึงผ้าที่อุดปากออก รุ่ยหลินร้องด่าทันที “เจ้าพวกชั่วช้า!”

“ถ้าเจ้ายังด่าอีกแม้แต่คำเดียว ข้าจะกล้อนผมเจ้านายเจ้าเสีย” ชายคนนั้นบอกน้ำเสียงเหี้ยมโหด รุ่ยหลินอึ้งงันไป เหตุใดจึงจะกล้อนผมฮูหยินล่ะ? ควรจะกล้อนผมข้าไม่ใช่รึ?

“ตอบมา ฮูหยินเจ้าชื่ออะไร? บ้านอยู่ที่ไหน?” ชายคนนั้นถามน้ำเสียงราบเรียบ รุ่ยหลินเม้มปากแน่นไม่ตอบ นางหุบปากเหมือนฝาหอย ชายคนนั้นจึงบอกว่า “ข้าจะแต่งนางเข้าจวน ให้นางเป็นอนุข้า เจ้าไม่ต้องห่วง ฮูหยินข้าตายไปแล้ว นายเจ้าแต่งเข้าจวนข้าก็เป็นนายหญิงเพียงหนึ่งเดียว เบื้องบนนางมีแค่ข้ากับแม่สามี เบื้องล่างนางมีลูกชายข้าและบ่าวไพร่ นางย่อมอยู่สุขสบายไร้กังวล”

รุ่ยหลินยังคงหุบปากเงียบเหมือนฝาหอย ชายคนนั้นจึงบอก “อ่อ เจ้าคงไม่รู้จักข้า ข้าคือแม่ทัพใหญ่หยางซีถิง(杨希廷)”

รุ่ยหลินอ้าปากค้าง นางจ้องมอง ‘แม่ทัพใหญ่’ คนนั้นอย่างเหลือเชื่อ หยางซีถิงเห็นนางทำหน้าเหลือเชื่อ เขาจึงล้วงตราแม่ทัพออกมายื่นให้นางดู “เอ้า เจ้าดูซิ นี่คือตราแม่ทัพ ทีนี้เจ้าคงจะเชื่อแล้วซินะ”

รุ่ยหลินจ้องตรานั้น แสงสีทองของตรานั้นแทบจะทำให้นางตาพร่าแล้ว ตราที่ทำจากทองคำแท้ๆ ไม่อาจเป็นของปลอมได้ อีกทั้งใครจะกล้าปลอมตราแม่ทัพ หากถูกจับได้ โทษคือประหาร 9 ชั่วโคตร!

หยางซีถิงเก็บตราแม่ทัพไป แล้วเอ่ยว่า “เอาล่ะ ทีนี้เจ้าบอกข้ามา นายเจ้าชื่ออะไร บ้านอยู่ที่ไหน ข้าจะได้ให้แม่สื่อไปสู่ขอได้ถูก”

รุ่ยหลินยังตกตะลึงไม่หาย ลูกน้องของหยางซีถิงจึงเร่งว่า “เจ้ายังไม่ตอบอีก หากยังไม่ตอบก็ช่างเถอะ”

เขาหันไปพูดกับท่านแม่ทัพว่า “นายท่านขอรับ นางไม่ตอบก็ช่างนางเถอะขอรับ ท่านคิดจะมอบวาสนาให้เจ้านายของนาง แต่สาวใช้คนนี้ช่างไม่รู้เรื่องรู้ราวเอาเสียเลย รอไว้ท่านพบสตรีคนอื่นคิดตกแต่งยกตำแหน่งให้ ข้าว่าพวกนางนายบ่าวคงนึกเสียใจทีหลังเป็นแน่ขอรับ”

หยางซีถิงรู้ว่าลูกน้องเพียงแค่พูดขู่สาวใช้เท่านั้น เขาจึงทำทีเฉยๆ ทั้งๆ ที่ในใจเขานั้นหมายมั่นแล้วว่า ต้องแต่งสตรีนางนั้นเข้าจวนให้ได้ นางยินยอมก็ต้องแต่ง ไม่ยินยอมก็ต้องแต่งอยู่ดี!

ช่วยไม่ได้ นางทำเขาติดอกติดใจเสียแล้วนี่นา เขาไม่มีทางปล่อยนางไปแน่นอน!

รุ่ยหลินพยายามตั้งสติ นางคิดๆ อยู่ครู่หนึ่งจึงถาม “ท่านคิดจะตกแต่งกับฮูหยินของข้าจริงๆ หรือ?”

“แน่นอน ฮูหยินเจ้าเป็นเมียข้าแล้ว อีกทั้งนางเป็นหม้าย ข้าไม่ได้แย่งชิงภรรยาผู้ใด ข้ามอบตำแหน่งอนุให้นาง นางจะเป็นนายหญิงเพียงคนเดียวในจวนข้า วาสนาดีถึงเพียงนี้เจ้าคิดว่านางจะไม่ยินยอมรึ?” หยางซีถิงตอบ รุ่ยหลินฟังแล้วคิดๆ อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงบอกว่า “เช่นนั้นรอให้ฮูหยินข้าเป็นคนบอกท่านเองเถอะ หากนางยินยอมข้าก็ไม่ขัดขวางอะไร”

“เหอะ! น้ำหน้าอย่างเจ้าจะขัดขวางอะไรได้” ลูกน้องแค่นเสียงดูแคลน รุ่ยหลินไม่ตอบโต้อะไร นางก้มหน้าลงไม่พูดอะไรอีก หยางซีถิงเห็นสาวใช้นางนี้ปากแข็งนักก็นึกชื่นชมอยู่ในใจ สาวใช้เช่นนี้ควรค่าแก่การเก็บไว้ เขาชื่นชมนางตั้งแต่นางขอร้องให้พวกเขาไปช่วยเหลือเจ้านายของนางแล้ว นางในตอนนั้นไม่สนใจเลยว่าเสื้อผ้าจะหลุดลุ่ยจนเนื้อหนังมังสาโผล่ออกมาล่อตาล่อใจผู้คน นางเพียรโขกหัวขอร้องพวกเขาไม่หยุดไม่พักจนหน้าผากแดงช้ำไปหมด เขาหันหลังก้าวยาวๆ กลับเข้าไปในกระท่อม มองดู ‘เมีย’ ที่เพิ่งได้มาหมาดๆ ใบหน้านางเปื้อนคราบน้ำตาก็ยังไม่อาจลดทอนความงดงามของนางลงได้เลย มิน่าเจ้าคนเลวนั่นถึงได้คิดขืนใจนาง ไม่เพียงแต่ให้นางกินยาปลุกกำหนัดที่ทำให้ไร้เรี่ยวแรงขัดขืน มันยังจุดธูปปลุกกำหนัดอีกด้วย นี่มันคงคิดจะทำให้ตัวเองคึกคักดั่งม้าป่า หมายใจจะขืนใจนางจนกว่าจะหมดเรี่ยวแรงเลยกระมัง

หากว่าหูเจียนยังไม่ตาย เกรงว่าเขาคงคับแค้นใจจนกระอักเลือดตายกระมัง ที่ตัวเองตัดชุดแต่งงานให้ผู้อื่น* เสียได้

(ตัดชุดแต่งงานให้ผู้อื่น = ลำบากให้คนอื่นเปล่า ๆ)

หยางซีถิงใช้ผ้าเช็ดหน้าของตัวเองค่อยๆ เช็ดคราบน้ำตาให้นาง ทำให้หลิวฟางอิ่งสะดุ้งตื่นขึ้นมา พอสติสตังฟื้นคืนเต็มเปี่ยมนางก็กระถดตัวหนี ‘จระเข้’ ข้างแคร่ทันที หยางซีถิงหดมือกลับพลางเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยนปลอบประโลมว่า “อย่าได้กลัวข้า ข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน มอบตำแหน่งอนุให้เจ้า ข้าจะรับผิดชอบทุกอย่างไม่คิดหนีหน้าแน่นอน”

“ใครจะแต่งกับเจ้า ข้าไม่แต่ง!” หลิวฟางอิ่งปฏิเสธเสียงแข็งกร้าว นางโกรธแค้นเขาเหลือเกิน เขาก็ชั่วช้าไม่ต่างอะไรกับหูเจียน ขืนใจนาง นางแทบอยากฆ่าตัวตายนัก แต่นางก็ไม่กล้าทำเช่นนั้น นางไม่อาจไปสู้หน้าสามีในปรโลกได้เลย หากนางตายไปพบหน้าเขาในปรโลก นางจะกล้าสู้หน้าเขาได้อย่างไร!

อีกทั้งหากนางตายไป หวงเอ๋อร์จะอยู่อย่างไร หวงเอ๋อร์ของนางยังเล็กนัก!

นางจ้องมองเขาอย่างโกรธแค้น ขยับตัวลงจากแคร่ เพียงแค่ขยับตัวก็เจ็บแปล๊บตรงกลางกาย ทำนางสูดปาก “อื้อ!”

“เจ็บมากหรือ?” หยางซีถิงถาม หลิวฟางอิ่งถลึงตามองเขาอย่างแค้นเคือง “ข้าจะคิดว่าถูกสุนัขกัด จากนี้ไปเจ้าอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีกเลย ไม่เช่นนั้นข้าจะให้คนฆ่าเจ้าซะ!”

หึ! สุนัขกัดรึ!?” หยางซีถิงแค่นเสียงอย่างรู้สึกโมโหขึ้นมาแล้ว นางเอาเขาไปเปรียบเป็นสุนัขได้อย่างไร!?

“หึ! เช่นนั้นสุนัขอย่างข้าจะกัดเจ้าอีก จะกัดเจ้าให้ตายเลย!” เขาพูดพลางยื่นมือไปรวบตัวนางมากอดรัด หลิวฟางอิ่งกรีดร้องดิ้นสู้ทันที “อ้า! ปล่อยข้านะ! เจ้าคนชั่ว! ปล่อยข้า!”

หยางซีถิงกดนางลงบนแคร่ พลางโถมตัวทาบทับเหนือร่างนาง เขาก้มลงไปจูบพรมทั่วใบหน้างดงาม หลิวฟางอิ่งสู้สุดฤทธิ์ นางทั้งทุบทั้งตี ทั้งผลักไสสุดแรง ปากก็กรีดร้องก่นด่า “เจ้าคนเลว! ปล่อยข้า! อื้อ…”

นางยังด่าไม่จบปากนางก็ถูกเขาปิดด้วยปากแล้ว ลิ้นเขารุกรานเข้ามา นางหมายจะกัดลิ้นเขาให้ขาด แต่ว่าเนินเนื้ออ่อนนุ่มถูกเขาตะปบบีบเค้นทำนางตกใจจนลืมกัดลิ้นเขาไปเลย นิ้วเขารุกรานเข้ามาในรูอ่อนนุ่ม ถูไถอย่างช่ำชองทำนางเสียวจนอ่อนแรง หยางซีถิงถูไถเขี่ยคลึงอย่างชำนาญการ เขาโจมตีจุดเสียวกระสันของสตรีอย่างช่ำชองจนคนใต้ร่างตัวอ่อนระทดระทวย เขาดึงทึ้งกระโปรงกับกางเกงตัวในของนางออกไป จากนั้นก็เข้าแทรกกลางหว่างขานาง แหกกลีบเนื้ออ่อนนุ่มออก ประกบปากกับเม็ดมณีแล้วเลียไล้ดูดดุน

“อ้า!” หลิวฟางอิ่งหวีดร้อง นางพยายามผลักศีรษะเขาออก แต่ความเสียวที่พุ่งทะยานขึ้นมาทำให้นางเผลอขยุ้มศีรษะของเขา สะโพกแอ่นขึ้นบิดไปบิดมา ไม่รู้ว่าบิดหนีหรือว่าบิดสู้ลิ้นกันแน่ นางรู้แต่ว่านางเสียวจนแทบขาดใจตายแล้ว นิ้วจิกขยุ้มเส้นผมเขาแน่น หยางซีถิงยิ่งเลียระรัวจนหลิวฟางอิ่งหวีดร้องระงม “อ้า อี๊…”

ลูกน้องที่รายล้อมอยู่รอบๆ กระท่อมล้วนพร้อมใจกันถอยห่างจากกระท่อมทันที ทั้งยังรีบอุดปากสาวใช้คนนั้นแล้วแบกนางออกห่างไปด้วย พวกเขาถอยห่างออกไปจนไม่ได้ยินเสียงครวญครางแล้วจึงได้ถอนหายใจพรู ในใจแต่ละคนล้วนคิดเหมือนๆ กัน นายท่านช่างดุเดือดเหลือเกิน!

พวกเขายังไม่เห็นสตรีที่อยู่ข้างใน ได้แต่คาดเดาว่านางคงงดงามไม่แพ้ฮูหยินเอกกระมัง ไม่เช่นนั้นจะทำให้นายท่านของพวกเขาบ้าคลั่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ครั้งแรกอาจโทษว่าเป็นเพราะถูกฤทธิ์ธูปปลุกกำหนัดได้ แต่ว่าครั้งที่สองนี้ เกิดจากตัณหาล้วนๆ แน่นอน นางต้องงดงามล่มบ้านล่มเมืองแน่แท้ถึงได้ทำให้นายท่านของพวกเขาโยนคุณธรรมทิ้งไปได้ อีกทั้งท่าทางนายท่านก็บ่งบอกแน่ชัดว่าไม่ยอมปล่อยนางหลุดมือไปได้เด็ดขาด ทำพวกเขาคิดถึงภรรยาที่บ้านขึ้นมา บางคนที่ยังไม่แต่งงานก็คิดถึงสตรีงดงามในหอนางโลมไปพลางๆ

หยางซีถิงยิ่งเลียยิ่งอร่อยลิ้น น้ำหวานของนางหวานอร่อยเหลือเกิน เขาเลียกินอย่างไม่รังเกียจสักนิด พลางสอดนิ้วเข้าไปในรูอ่อนนุ่มกระทุ้งเข้าๆ ออกๆ หลิวฟางอิ่งเสียวจนหูอื้อตาลายแล้ว นางหวีดร้องพลางขยุ้มศีรษะเขาแน่น นางไม่รู้ตัวเลยว่าขานางอ้ากว้างเพียงไหน นางรู้แค่ว่านางเสียวเหลือเกิน เสียวจนใจเต้นระรัวยิ่งกว่ากลองศึกเสียอีก เสียวจนกระทั่งนางถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า “อ้าาาาา…”

หยางซีถิงเลียกินน้ำหวานที่หลั่งรินออกมา เขาดึงนิ้วออกมาเลียน้ำหวานที่ติดนิ้ว จากนั้นเขาก็ผละออกห่าง มองดูนางที่นอนอ้าขาตัวอ่อนระทดระทวย ท่าทางนางช่างยั่วยวนเหลือเกิน ยั่วยวนเสียจนเขาใจเต้นกระหน่ำ เขาจึงรีบถอดเสื้อผ้าออกจากตัว แล้วจับทวนทองแทงทะลวงรูอ่อนนุ่ม

“อ้า!” หลิวฟางอิ่งหวีดร้อง นางพยายามผลักเขาออกแต่ว่านางไม่มีแรงเลย เรี่ยวแรงนางเหมือนถูกเขาสูบหายไปหมดอย่างไรอย่างนั้น หยางซีถิงแทงทวนทองเข้าไปจนสุด เขาถูกนางบีบรัดจนเสียวไปหมด เขาก้มลงมองหน้านางพลางเอ่ย “เป็นอย่างไรล่ะ? ถูกสุนัขเช่นข้ากัดจนไม่มีแรงแล้วหรือ? ข้าจะกัดเจ้าจนเจ้าไม่กล้าเอาข้าไปเปรียบกับสุนัขอีกเลย”

“เจ้าคนชั่ว!” หลิวฟางอิ่งด่า หยางซีถิงยิ้มพลางเอ่ย “ตอนนี้เจ้ากำลังกัดข้า เจ้ากัดเสียจนข้าเสียวยิ่งนัก”

หลิวฟางอิ่งอับอายจนหน้าแดงก่ำ นางพยายามผลักเขาออก แต่ว่าตัวนางไร้เรี่ยวแรงไปหมด หยางซีถิงก้มลงไปเลิกชายเสื้อนางถลกขึ้นไป เอี๊ยมตัวน้อยก็ถูกถลกขึ้นไปด้วย เขามองดูยอดทรวงสีดอกท้อพลางเอ่ย “เจ้ากัดข้า ข้าก็จะกัดเจ้า เราเสมอกัน”

เขาพูดจบแล้วก็อ้าปากขบดูดยอดทรวงสีดอกท้อ หลิวฟางอิ่งเสียวจนหวีดร้อง “อ้า! อื้อ…อย่า…อื้อ…”

นางสะดุ้งสะท้านเฮือกๆ เสียวยอดทรวงจนนางบิดตัวไปมา หยางซีถิงแทงทวนทองเข้าๆ ออกๆ สีหน้าเขาสุขสมยิ่งนัก ไม่คิดเลยว่าแค่ออกมาล่าสัตว์เล่นระหว่างทางกลับเมืองหลวงกลับล่าได้สัตว์สองเท้าแสนสวยเสียได้ เขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเมืองเล็กๆ เช่นนี้จะมีสาวงามซุกซ่อนอยู่ แม้นางจะไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ เคยมีสามีแล้ว เขาก็ไม่สนใจอดีตของนาง เขาหมายมั่นแล้วว่าจะแต่งนางเข้าจวน นางไม่ยินยอมเขาก็จะบังคับจนนางต้องยอม!

เสื้อนางเกะกะ เขาก็จัดแจงถอดทึ้งออก จนนางตัวเปลือยเปล่าเนื้อแนบเนื้อกับเขา เขาแทงทะลวงไม่หยุดไม่พักจนกระทั่งนางหวีดร้องเสียงแหลม “อ้าาาาาา…”

เขาถูกนางบีบรัดจนแทบถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเลยทีเดียว เขาหยุดชะงักแล้วช้อนอุ้มนางขึ้นมา เปลี่ยนท่าเป็นท่า ‘ลิงอุ้มแตง’

หลิวฟางอิ่งกอดซบเขา นางไร้เรี่ยวแรงจนได้แต่กอดคอเขาเอาไว้ ทวนทองของเขาแทงทะลวงรูนางลึกยิ่งนัก ลึกเสียจนนางทั้งจุกทั้งเสียว ทวนเขาช่างยาวเหลือเกิน นางรู้สึกเหมือนทวนของเขาแทงทะลุตับไตใส้พุงนาง หยางซีถิงยกตัวนางขึ้นๆ ลงๆ อย่างไม่หนักเรี่ยวแรงเลย ตัวนางเบายิ่งนัก เขาเอ่ยข้างหูนางว่า “เจ้ากัดข้าแรงนัก ข้าเสียวเหลือเกิน”

หลิวฟางอิ่งอับอายนัก นางอยากจะทุบตีเขาให้ตาย แต่นางก็ไม่มีแรงแล้ว นางถูกเขาแทงทะลวงจนครางเสียงแหบเสียงแห้ง จนนางถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอีกครา “อ้าาาาาา…”

หยางซีถิงถูกนางบีบรัดจนสุดจะทานทนไหว เขาจึงถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าตามนางไปติดๆ “โอววววว…”

เขาหลั่งสายธารไว้ในกายนางจนน้ำหยดลงพื้นแหมะๆ เขานั่งลงโดยที่ทวนทองยังคาอยู่ในรูนาง แล้วถามว่า “เจ้าชื่อแซ่อะไร? บ้านอยู่ที่ไหน?”

“ข้าไม่บอกเจ้าหรอก!” หลิวฟางอิ่งบอกเสียงอ่อนระโหยโรยแรงอย่างแค้นเคือง หยางซีถิงยิ้ม เอ่ยว่า “ข้าชอบปราบม้าพยศยิ่งนัก เจ้าพยศข้ายิ่งชอบ”

เขาบีบคลึงทรวงอกนาง หลิวฟางอิ่งเสียวจนคราง “อื้อ! อย่า! เจ้าหยุดเสียที!”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!