Chapter 4 (18+)บังคับให้บอก
“อยากให้ข้าหยุด ก็ตอบข้า” หยางซีถิงบอก หลิวฟางอิ่งเม้มปากแน่น ไม่ยอมตอบ หยางซีถิงบีบเค้นทรวงงามพลางเอ่ย “หรือว่าจริงๆ แล้วเจ้าอยากให้ข้าทำแบบนี้กันแน่? เจ้าจึงจงใจยั่วยุข้า”
“อื้อ! ข้าไม่ได้ยั่วเจ้า! อี๊…เจ้าหยุดเสียที! อื้อ…”
“อยากให้ข้าหยุด ก็ตอบข้าซิ เจ้าชื่อแซ่อะไร? บ้านอยู่ที่ไหน? ข้าจะได้ให้แม่สื่อไปสู่ขอได้ถูก” หยางซีถิงบอกพลางบีบคลึงทรวงอกนาง นิ้วโป้งกับนิ้วชี้คลึงบี้ยอดทรวงไปพลาง หลิวฟางอิ่งเสียวจนบิดตัวไปมา ทำให้ทวนทองที่คารูอยู่เสียดสีเนื้ออ่อนนุ่มไปด้วย “อื้อ! เจ้าหยุด! ข้าตอบแล้วๆ”
นางเสียวจนทนไม่ไหว จึงจำยอมไปก่อน รอให้นางหนีพ้นไปได้เมื่อไหร่ นางจะซ่อนตัวไม่ให้เขาหาเจอ อีกทั้งนางสามารถโกหกได้นี่ หึๆๆๆ…
“งั้นก็ตอบมาซิ เจ้าชื่อแซ่อะไร? บ้านอยู่ไหน?” หยางซีถิงถามพลางบีบคลึงทรวงอกนางไม่หยุดมือ ทรวงอกคู่นี้ช่างนุ่มเด้งเหลือเกิน ยิ่งบีบยิ่งสนุก ยิ่งบีบยิ่งรู้สึกดียิ่ง หลิวฟางอิ่งตอบพลางคราง “ข้าแซ่หลิน ชื่อฟาง”
“อ่อ แซ่หลินรึ หลินฟาง บ้านเจ้าอยู่ไหนล่ะ?” หยางซีถิงถาม มือก็บีบคลึงไม่หยุด หลิวฟางอิ่งโกหกต่อ “อื้อ! บ้านข้าอยู่ฝั่งตะวันตกของเมือง ใกล้กับแม่น้ำต้าฝอ ข้าบอกเจ้าแล้ว เจ้าก็หยุดสักทีซิ อี้…”
“ข้าจะให้คนไปตรวจสอบก่อน ถ้าเจ้าไม่โกหกข้า รอให้คนของข้ากลับมา ข้าก็จะหยุด” หยางซีถิงบอกมือก็บีบเค้นไปมา หลิวฟางอิ่งอึ้งงันไป เขาจะให้คนไปตรวจสอบก่อนงั้นรึ! แล้วกว่าคนของเขาจะกลับมาล่ะ!? กว่าจะถึงตอนนั้นนางคงถูกเขาขืนใจนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว! เขาช่างชั่วร้ายนัก!
“เต๋อผิง(德平) เจ้าไปตรวจสอบหน่อย…” หยางซีถิงตะโกนบอกยังไม่ทันจบ หลิวฟางอิ่งรีบบอกแทรกว่า “ข้าแซ่หลิว”
“หือ?” หยางซีถิงแกล้งทำเสียงแปลกใจ ทั้งๆ ที่เขาก็รู้อยู่แล้วว่าแซ่หลินที่นางบอกเมื่อกี้เป็นคำโกหก แล้วแสร้งเอ่ยว่า “แต่ว่าเมื่อกี้เจ้าบอกว่าเจ้าแซ่หลินไม่ใช่รึ?”
“อื้อ! ข้าโกหก อี้…เจ้าหยุดเสียที ข้ายอมบอกทุกอย่างแล้ว อ้า!” หลิวฟางอิ่งบอกปนครางแล้วก็ร้องเสียงแหลมเมื่อจู่ๆ เขาก็กัดไหล่นางแรงๆ ทีหนึ่ง หยางซีถิงกัดแล้วผละออกมองหน้านางพลางบอก “เจ้ากล้าโกหกข้าอีก ข้าจะแทงเจ้าทั้งวันทั้งคืนเลย”
หลิวฟางอิ่งหน้าเผือดสี นางเข้าใจคำว่า ‘แทง’ ที่เขาเอ่ยถึงเป็นอย่างดี ตอนนี้เขาก็กำลัง ‘แทง’ นางอยู่ไม่ใช่รึไง!
นางส่ายๆ หน้า “ไม่ๆ ข้าไม่กล้าแล้ว ท่านจอมยุทธ์ โปรดหยุดเถิด ข้าไม่ไหวแล้วจริงๆ ได้โปรดเถิด ข้าเจ็บมากจริงๆ นะ”
น้ำตานางคลอในดวงตาจวนเจียนจะหยดลงมา หยางซีถิงเห็นแล้วพลันสงสารจับใจ ก่อนหน้านี้เขารุนแรงกับนางมากไปจริงๆ นั่นแหละ แต่ทำอย่างไรได้ล่ะ นางงดงามยั่วยวนถึงเพียงนี้ เขาอดใจไม่ไหวจริงๆ ที่จะรังแกนาง
“ข้าหยุดก็ได้ แต่หากเจ้ากล้าโกหกข้าอีก ข้า…”
“ข้าไม่กล้าแล้ว ไม่กล้าแล้ว” หลิวฟางอิ่งรีบบอก นางกลัวเขาจริงๆ กลัวจับใจเลยด้วย
“เช่นนั้นก็บอกข้ามาดีๆ เจ้าชื่อแซ่อะไร? บ้านอยู่ที่ไหน? ข้าจะให้แม่สื่อไปสู่ขอเจ้าแต่งเป็นอนุเข้าจวนข้า อ่อ เจ้าอย่าได้คิดหนีเด็ดขาด หากเจ้ากล้าหนี ข้าจะฆ่าล้างตระกูลเจ้าให้สิ้นซาก แม้แต่หมูหมากาไก่ข้าก็จะไม่ละเว้น” หยางซีถิงแกล้งขู่ ทำหน้าตาขึงขังเหี้ยมโหด หลิวฟางอิ่งฟังแล้วยิ่งรู้สึกหวาดกลัวจับใจ คนๆ นี้ฆ่าคนได้ง่ายราวกับหั่นผัก หากนางหนีไปจริงๆ เกรงว่าเขาคงกล้าฆ่าล้างตระกูลนางจริงๆ
“ท่านจอมยุทธ์ได้โปรดอย่าฆ่าครอบครัวข้าเลย ข้ายอมท่านแล้ว ข้ายอมแล้ว ฮึกๆ” หลิวฟางอิ่งขอร้องพลางสะอื้นร้องไห้ นางอับจนหนทางแล้ว
“เจ้าต้องเรียกข้าว่าสามีซิ ข้าเป็นสามีเจ้าแล้วนะ” หยางซีถิงบอกพลางยกตัวนางขึ้นทำให้ทวนทองเสียดสีเนื้ออ่อนนุ่มเบาๆ หลิวฟางอิ่งเผลอครางปนสะอื้นร้องไห้ “อื้อ! ฮึกๆ ท่านได้โปรดเถอะ ข้าเจ็บมากจริงๆ ฮึกๆ”
“เรียกสามีซิ” หยางซีถิงบอกพลางปล่อยตัวนางลงทำให้ทวนทองแทงลึกเข้าไปในรูอ่อนนุ่มจนสุดทวน หลิวฟางอิ่งจำยอมเรียกขาน “ท่านสามี ฮึกๆ ได้โปรดหยุดเถอะ ข้าเจ็บ ฮึกๆ”
หยางซีถิงปล่อยมือจากเอวบางคอดกิ่ว ยกมือขึ้นเช็ดๆ น้ำตาที่รินไหลออกมาให้นาง “ไม่ร้องๆ ข้าหยุดก็ได้ เอาล่ะ เจ้าบอกข้ามา เจ้าชื่อแซ่อะไร?”
เขาสั่งพลางจ้องตานางเขม็งคล้ายจะข่มขู่ในทีว่าหากนางกล้าโกหก เขาจะทิ่มแทงนางทั้งวันทั้งคืนเลยเชียว!
หลิวฟางอิ่งกลัวเขาจับใจ นางยอมตอบโดยดี “ฮึกๆ ข้าแซ่หลิว ชื่อฟางอิ่ง”
“อ่อ” หยางซีถิงส่งเสียงคำหนึ่ง แล้วเรียก “อิ่งเอ๋อร์”
หลิวฟางอิ่งไม่ได้ขานตอบ นางหลุบตาลงอย่างรู้สึกกลัวเขา หยางซีถิงจึงเชยคางนางขึ้นมาสบตา ถามอีกว่า “บ้านเจ้าอยู่ที่ไหนล่ะ? แล้วในครอบครัวเจ้ามีใครบ้าง?”
“บ้านข้าอยู่ทางตะวันออกของเมืองซีเหลียง(希良) ถนนหลงต้า(龙大) ข้าบอกท่านแล้ว ข้าไม่ได้โกหกท่านนะ” หลิวฟางอิ่งบอกพลางมองตาเขาอย่างต้องการยืนยันว่านางไม่ได้โกหกเขาแล้วจริงๆ
“แล้วในบ้านเจ้ามีใครบ้างล่ะ?” หยางซีถิงถามพลางลูบแก้มนางเบาๆ หลิวฟางอิ่งจำยอมต้องตอบตามจริงว่า “มีข้ากับลูกสาวคนหนึ่ง แล้วก็น้องสามีกับน้องสะใภ้ แล้วก็บ่าวไพร่อีก 6 คน”
“สามีเก่าเจ้าชื่อแซ่อะไร? แล้วน้องสามีกับน้องสะใภ้ชื่ออะไร?” หยางซีถิงถามต่อ หลิวฟางอิ่งตอบ “สามีข้าแซ่เฟิ่ง ชื่อหยาง”
นางตอบแล้วก็รู้สึกโศกเศร้าขึ้นมาจนทนไม่ไหวร้องไห้สะอึกสะอื้น “ฮึกๆๆๆ…”
หยางซีถิงพลันรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที เขาก็หยุด ‘แทง’ นางแล้ว ไยนางจึงร้องไห้ยิ่งกว่าเดิมล่ะ!?
“เจ้าร้องทำไม? ข้าก็หยุดแล้วนี่นา ไม่ร้องๆ” เขาถามพลางปลอบ มือก็เช็ดๆ น้ำตาให้นาง
“ฮึกๆ ข้าคิดถึงสามีข้า หากเขายังอยู่ ข้าคงไม่ถูกคนข่มเหงแบบนี้หรอก ฮึกๆๆ…” หลิวฟางอิ่งบอกพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น หยางซีถิงรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที เขาแทบอยากทิ่มแทงนางแรงๆ ให้นางรู้ว่าเขาคือสามีคนปัจจุบันของนางนะ! แต่ว่าพอเห็นนางร้องไห้ เขาก็สงสารจนทำไม่ลง เขาจึงได้แต่ถอนหายใจทีหนึ่ง เลิกคิดที่จะหึงหวงอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว ถึงอย่างไรสามีเก่านางก็ตายไปแล้ว ส่วนเขานั้นยังมีชีวิตอยู่
“สามีเก่าเจ้าตายไปเมื่อไหร่รึ?” เขาถามเก็บข้อมูล ไหนๆ นางก็เป็นเมียเขาแล้ว เขาย่อมอยากรู้เรื่องของนางทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่
“6 วันก่อน ฮึกๆ” หลิวฟางอิ่งตอบปนสะอื้น หยางซีถิงฟังแล้วพลันเข้าใจทันที ที่แท้สามีเก่านางเพิ่งตายไปนี่เอง มิน่านางถึงได้ยังอาลัยอาวรณ์มันอยู่ เขาจึงปลอบนางว่า “เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะดีกับเจ้า ไม่ทอดทิ้งเจ้าแน่นอน”
หลิวฟางอิ่งฟังแล้วจึงฉวยโอกาสนี้ขอสัญญาจากเขา “ท่านจะดีกับข้า จะไม่ทอดทิ้งข้าจริงๆ หรือ? หากว่าวันหน้าท่านพบสตรีที่งดงามกว่าข้าล่ะ? เกรงว่าท่านคงทิ้งข้าไป ได้ใหม่ลืมเก่า ข้าเป็นสตรีธรรมดาสามัญไหนเลยจะฉุดรั้งท่านไว้ได้”
“ข้าหาใช่คนเช่นนั้น หากว่าข้าเป็นชายเช่นนั้นจริงป่านนี้จวนข้าคงเต็มไปด้วยอนุและบ่าวอุ่นเตียงซิ แต่นี่แม้แต่อนุข้าก็ไม่มี บ่าวอุ่นเตียงก็ไม่มีสักคน ข้านั้นเปล่าเปลี่ยวมานาน ไม่เช่นนั้นตำแหน่งอนุนี้จะตกมาถึงเจ้ารึ” หยางซีถิงบอกพลางมองนางด้วยสายตากรุ้มกริ่ม หลิวฟางอิ่งจึงเอ่ยว่า “ลมปากบุรุษล้วนเชื่อไม่ได้ วันนี้ท่านไม่มี วันหน้าท่านอาจจะมีก็ได้ ถึงตอนนั้นข้าคงถูกทอดทิ้งให้เฝ้าเรือนเพียงลำพังไม่ต่างจากรองเท้าเก่าๆ ที่ท่านถอดทิ้งเป็นแน่”
“หึๆ เจ้าอยากให้ข้าสัญญาหรือ?” หยางซีถิงถามพลางยิ้มบางๆ หลิวฟางอิ่งพยักหน้ารับ “ใช่ ข้าอยากให้ท่านสัญญา วันหน้าจะไม่รับอนุเพิ่มหากว่าข้าไม่อนุญาต ท่านสัญญาได้ไหมล่ะ? หากว่าไม่ได้ท่านก็ปล่อยข้าไปเถอะ เรื่องในวันนี้ก็ถือเสียว่าเป็นฝันตื่นหนึ่งเถอะ”
“เจ้าช่างโลภมากนัก” หยางซีถิงว่าพลางยิ้มบางๆ เขาหยิกแก้มนางเบาๆ “หากข้ารับปาก เช่นนั้นเจ้าก็อย่ามาบ่นทีหลังล่ะกันว่าไม่ไหว”
“ท่านจะรับปากหรือไม่ล่ะ?” หลิวฟางอิ่งถามพลางขยับจะลุกขึ้น หยางซีถิงกดเอวนางลงมา ทำให้ทวนทองแทงลึกเข้าไปเหมือนเดิม เขาจ้องตานางพลางเอ่ยว่า “ได้ ข้ารับปากเจ้า ข้าจะไม่รับอนุเพิ่มหากว่าเจ้าไม่อนุญาต เช่นนั้นเจ้าก็ควรตอบแทนคำสัญญานี้หน่อยไหม?”
หลิวฟางอิ่งถามต่อ “หากว่าท่านผิดคำสัญญาล่ะ?”
นางต้องรีบตีเหล็กตอนที่ยังร้อนๆ อยู่ ตอนนี้เขากำลังหลงใหลนาง หากว่านางไม่รีบตักตวงผลประโยชน์เสียตั้งแต่ตอนนี้ วันหน้าถูกเขาทอดทิ้งนางจะทำอะไรได้ล่ะ
“หึๆ หากข้าผิดคำสัญญา ขอให้ฟ้าดินลงโทษ ให้ข้าหัวขาด ถูกธนูแทงหมื่นดอก ไม่ตายดี” หยางซีถิงกล่าวคำสาบานจบแล้วจึงเอ่ยเย้าว่า “เอาล่ะข้าสาบานแล้ว เจ้าควรจะให้รางวัลข้าบ้างซิ”
เขาพูดแล้วพลางจับท้ายทอยนางกดตรึงเอาไว้แล้วก้มลงจูบ หลิวฟางอิ่งตอบสนองไปตามน้ำ ในเมื่อนางไม่อาจขัดขืนเช่นนั้นก็ตกกระไดพลอยโจน* ลงไปเถอะ
(ตกกระไดพลอยโจน หมายถึง จำยอมเข้าไปเกี่ยวข้องในเหตุการณ์เพราะไม่มีทางเลี่ยง พลอยประสมโรงทำไป หรือพลอยเป็นไปด้วยเมื่อเห็นว่าจำเป็นต้องทำ)
หยางซีถิงจูบพลางบีบคลึงสองเต้าอวบอิ่ม หลิวฟางอิ่งเสียวจนบิดตัวไปมา หยางซีถิงจูบอยู่พักหนึ่งก็ถอนปากออก เขาสอดมือเข้าไปใต้ขาอ่อนของนางแล้วยกตัวนางขึ้นๆ ลงๆ หลิวฟางอิ่งเสียวปนเจ็บ นางจึงอุทธรณ์กับเขา “อื้อ! ท่านเบาหน่อย ข้าเจ็บ”
“ได้ ข้าจะเบาๆ เจ้าก็อดทนหน่อยเถอะ แล้วข้าจะให้เจ้าพัก” หยางซีถิงบอก แม้ว่าเขาสงสารนาง แต่ว่าทวนทองของเขายังแข็งขึงอยู่ หากว่าไม่ได้ระบายออก เขาย่อมปวด ดังนั้นเขาจึงยอมเป็นคนเห็นแก่ตัว ขอตักตวงจากนางก่อน เขายกนางขึ้นๆ ลงๆ ไม่เร็วนัก ทั้งๆ ที่ใจเขาอยากจะทิ่มแทงนางแรงๆ ทิ่มแทงให้มิดลำทวนเลยทีเดียว!
“อื้อ! อูย…” หลิวฟางอิ่งเสียวปนเจ็บ นางจึงคอยขยับสะโพกขึ้น ไม่ยอมกดลงไปจนสุด หยางซีถิงรู้สึกค้างคา เขาจึงอุ้มนางลงนอนแล้วกดกระแทกกระทั้นเร็วๆ ปากก็ปลอบนางว่า “เจ้าทนเจ็บนิดนึงนะ”
หลิวฟางอิ่งเม้มปาก อดทนต่อความเจ็บแสบนั้น นางทั้งเจ็บทั้งเสียว ความรู้สึกนี้ช่างคล้ายตอนที่นางสูญเสียพรหมจรรย์ให้สามีไม่มีผิด หยางซีถิงเร่งตะบันเอวเร็วๆ เขาเองก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไร เขากระแทกกระทั้นจนนางหวีดร้องเสียงแหลม “อ้าาาาา…”
เขาถูกนางบีบรัดแน่นจนทนไม่ไหว ถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าตามนางไปติดๆ “โอวววว…”
เขาหลั่งสายธารไว้ในกายนางพลางกอดนางแนบแน่น สีหน้าสุขล้นยิ่ง หลิวฟางอิ่งกอดเขาอย่างเหนื่อยล้า นางเหนื่อยมากจริงๆ นะ นับรวมๆ ดูแล้วนางถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไปกี่ครั้งแล้วนางก็จำไม่ได้ สักพักนางก็ขยับถอย เพียงแค่ขยับตัวออก นางก็สูดปาก “อูย…”
“เจ็บมากหรือ?” หยางซีถิงถาม หลิวฟางอิ่งพยักหน้า “เจ็บมาก”
นางมองด้วยสายตาโทษเขา หยางซีถิงจึงถอนทวนทองออก แล้วขยับตัวมองดูเนินเนื้ออ่อนนุ่มของนาง เขาแหวกกลีบดู หลิวฟางอิ่งอายแสนอาย นางยื่นมือไปปิดเนินเนื้อ “อย่า”
หยางซีถิงดันมือนางออก สั่งว่า “ให้ข้าดู”
หลิวฟางอิ่งไม่อาจขัด นางจึงได้แต่เอียงหน้าไปทางอื่น ไม่กล้ามองเขาเพราะเขินอายยิ่งนัก หยางซีถิงแหวกกลีบอ่อนนุ่มออก มองดูเนื้ออ่อนนุ่มที่บวมแดง มีเลือดปนคราบน้ำหวาน มองดูแล้วช่างคล้ายสตรีบริสุทธิ์ที่เพิ่งสูญเสียพรหมจรรย์ไปหมาดๆ เขามองอย่างเข้าอกเข้าใจ ก็รูนางเล็กแคบถึงเพียงนั้น ส่วนทวนทองของเขาก็ทั้งใหญ่ทั้งยาว ที่มีคราบเลือดปนน่าจะเป็นเพราะรูน้อยๆ ถูกทวนทองของเขาฉีกทะลวงจนมีแผลกระมัง เขาแหวกดู มองส่องอยู่พักใหญ่จึงปล่อยมือ แล้วบอกว่า “เดี๋ยวข้าจะให้คนไปซื้อยามาให้เจ้าทา เจ้าแต่งตัวเถอะ”
หลิวฟางอิ่งซึ่งอายจนหน้าแดงรีบขยับลุกขึ้นแต่งตัว หยางซีถิงก็หยิบเสื้อผ้ามาใส่เช่นกัน เขาใส่เสื้อผ้าเสร็จก่อนก็ช่วยนางแต่งตัว จากนั้นจึงเดินไปเปิดประตูกระท่อมที่แทบจะหลุดออกมา เขาร้องเรียกคน “เต๋อผิง เจ้ามานี่”
“ขอรับ” เต๋อผิงได้ยินเสียงเรียกก็รีบขานรับแล้ววิ่งไปหาเจ้านายทันที หยางซีถิงกวักมือให้เขาเข้ามาใกล้ๆ เมื่อเต๋อผิงขยับเข้าไปใกล้ๆ หยางซีถิงจึงกระซิบสั่งว่า “เจ้า……..”
“ขอรับ” เต๋อผิงรับคำสั่งแล้วรีบถอยห่าง เขาหันหลังวิ่งไปขึ้นม้าแล้วควบออกไปเร็วจี๋ หยางซีถิงมองตามจนม้าวิ่งลับตาไปแล้ว เขาจึงได้หมุนตัวกลับเข้าไปในกระท่อม หลิวฟางอิ่งเห็นเขาเข้ามาก็สะดุ้งทีหนึ่ง หยางซีถิงเดินไปนั่งข้างๆ นาง พลางบอก “รอสักหน่อยนะ ข้าให้คนไปซื้อยาแล้ว อีกสักพักก็คงกลับมา เดี๋ยวข้าทายาให้ เจ้าจะได้ไม่เจ็บมาก”
“เอ่อ…ข้าทาเองได้ ท่านไม่ต้องทาหรอก” หลิวฟางอิ่งบอก หยางซีถิงอุ้มนางขึ้นมานั่งบนตักตัวเอง พลางบอกน้ำเสียงเข้มว่า “ข้าทาให้”
หลิวฟางอิ่งนั่งตัวเกร็งอยู่บนตักเขา นางไม่กล้าปฏิเสธอีก หยางซีถิงกอดนางไว้หลวมๆ สีหน้ามีความสุขล้นเหลือ หลิวฟางอิ่งนั่งนิ่งอยู่สักพักก็นึกถึงสาวใช้ของตัวเองขึ้นมาได้ นางจึงบอกอย่างเร่งร้อนว่า “สาวใช้ข้า! นางถูกพวกอันธพาลพาตัวไป ท่านรีบไปช่วยนางได้ไหมเจ้าคะ?”
“เจ้าไม่ต้องร้อนใจไป สาวใช้เจ้าคนนั้นถูกข้าช่วยไว้แล้ว ตอนนี้นางอยู่ข้างนอกน่ะ” หยางซีถิงบอก หลิวฟางอิ่งได้ฟังแล้วก็ลุกพรวดทันที คิดจะไปดูสาวใช้ตัวเองให้เห็นกับตาว่านางปลอดภัย หยางซีถิงจึงรั้งเอวนางกอดแน่นขึ้น “เจ้าจะออกไปทั้งสภาพเช่นนี้รึ?”
หลิวฟางอิ่งชะงักงันไป นางก้มลงมองดูตัวเอง เสื้อผ้ายับยู่ยี่ ดูก็รู้ว่าถูกดึงทึ้งมา ทั้งยังมีบางจุดขาดอีกด้วย นางจึงรู้สึกอับอายขึ้นมา ถ้านางออกไปในสภาพเช่นนี้ คนอื่นเห็นเข้าย่อมรู้ทันทีว่านางถูกขืนใจจนยับเยิน นางจึงทุบเขาทีหนึ่ง โทษว่า “เพราะท่านนั่นแหละ”
“หึๆ” หยางซีถิงหัวเราะเบาๆ พลางจูบพวงแก้มนางทีหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “จะโทษข้าฝ่ายเดียวคงไม่ได้ ใครใช้ให้เจ้างามถึงเพียงนี้ล่ะ”
หลิวฟางอิ่งค้อนทีหนึ่ง หยางซีถิงจูบพวงแก้มนางอีกทีพลางบอก “ข้าให้คนไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เจ้าแล้ว อีกเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว เจ้าก็นั่งรอดีๆ เถอะ อย่าได้ห่วงสาวใช้คนนั้นของเจ้าเลย นางปลอดภัยดี แล้วก็เป็นเพราะข้าเห็นนางจึงช่วยนางไว้ แล้วก็มาช่วยเจ้านี่แหละ หากไม่ใช่เพราะนางข้าคงไม่รู้ว่าเจ้ากำลังจะถูกไอ้เลวนั่นขืนใจอยู่ที่นี่หรอก”
“นางไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” หลิวฟางอิ่งถาม หยางซีถิงตอบ “นางไม่เป็นอะไรหรอก ข้าช่วยนางทันก่อนที่นางจะถูกคนพวกนั้นขืนใจ”
“โอ…ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณท่านจริงๆ” หลิวฟางอิ่งบอกอย่างซาบซึ้งใจ หยางซีถิงเอียงแก้มให้นางพลางยกมือชี้ที่แก้มตัวเอง “เช่นนั้นเจ้าก็ควรขอบคุณข้าดีๆ สักทีสองทีซิ”
หลิวฟางอิ่งเขินอายจนหน้าแดง ค้อนเขาทีหนึ่ง “ท่านน่ะ!”
“เจ้าไม่ขอบคุณข้า เช่นนั้นข้าก็…” หยางซีถิงพูดยังไม่ทันจบก็จับท้ายทอยนางตรึงไว้แล้วจูบปากนาง หลิวฟางอิ่งร้องคำหนึ่ง “อุ๊บ!”
นางเบิกตาโตครู่หนึ่งคิดจะขัดขืนแล้วปรือตาลง จูบตอบเขาอย่างตามน้ำไป จูบไปจูบมาสักพักนางก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่ขยับอยู่ใต้ก้น นางเบิกตาโตอย่างกลัวๆ กลัวว่าเขาจะจับนาง ‘แทง’ อีก หยางซีถิงถอนปากออก มองนางที่มีสีหน้าหวั่นกลัว เขาจึงปลอบนางว่า “เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะไม่ทำอะไรเจ้าในตอนนี้หรอก รอให้แผลหายดีแล้วค่อยว่ากัน”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หลิวฟางอิ่งบอก หากว่าเขาคิดจะทำขึ้นมาจริงๆ นางจะขัดขืนอะไรได้ล่ะ หยางซีถิงก็ไม่อยากให้อารมณ์พลุ่งพล่านมากไปกว่านี้ เขาจึงชวนคุยว่า “เจ้าเล่าเรื่องของเจ้าให้ข้าฟังซิ บ้านเดิมเจ้าอยู่ไหน? เจ้ามีพี่น้องกี่คน?”
“บ้านเดิมข้าอยู่เมืองหลวง ที่บ้านข้าค้าขายถ้วยชาม ข้ามีพี่ชายคนเดียว เขาสืบทอดร้านจากท่านพ่อ…….” หลิวฟางอิ่งเล่าเรื่องราวของตัวเองให้เขาฟังไปเรื่อยๆ หยางซีถิงก็นั่งฟังไปเรื่อยๆ เช่นกัน
จนกระทั่งเต๋อผิงกลับมา เขาลงจากม้าแล้วถือห่อผ้าไปร้องเรียกอยู่หน้ากระท่อม “นายท่านขอรับ ข้าซื้อของมาแล้วขอรับ”
“อืม” หยางซีถิงส่งเสียงคำหนึ่ง เขาอุ้มหลิวฟางอิ่งวางบนแคร่แล้วลุกไปเปิดประตู เขารับของมาแล้วปิดประตู เต๋อผิงก็ถอยห่างออกไป หยางซีถิงถือห่อผ้าไปวางบนแคร่ เขาแก้ห่อผ้าออกแล้วหยิบกระปุกใส่ยาทาขึ้นมาพลางสั่ง “เจ้าถอดกระโปรงกับกางเกงออกซิ ข้าจะทายาให้”
หลิวฟางอิ่งฟังแล้วหน้าแดงขึ้นมา นางอยากจะปฏิเสธเหลือเกิน แต่พอมองสบตากับเขานางก็ไม่กล้าขัดขืน ได้แต่ทำตามคำสั่งเขา ถอดกระโปรงกับกางเกงตัวในออก แล้วนอนลงบนแคร่ เอามือปิดเนินเนื้อเอาไว้ หยางซีถิงขยับไปนั่งบนแคร่พลางจับขานางแยกออก แล้วจับมือนางออก เขาเปิดกระปุกแล้วป้ายยาขี้ผึ้งขึ้นมา แล้วทายาให้นาง หลิวฟางอิ่งอายจนหน้าแดงแจ๋ นางหันหน้าไปทางอื่นไม่กล้ามองเขาเลย กับสามีเก่านางก็ยังไม่เคยนอนอ้าขาให้เขาดูเลยสักครั้ง กับคนๆ นี้ เขาทั้งลูบคลำ ทั้งเลียดูด ของนางรูปร่างอย่างไร เขาล้วนเห็นหมดจนถ้วนทั่ว
หยางซีถิงทายาบนเนินเนื้อภายนอกแล้วป้ายยาขึ้นมาอีก เขาแหวกกลีบออกแล้วทายาเข้าไปข้างใน หลิวฟางอิ่งส่งเสียง “อื้อ…”
นางเม้มปากเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง หยางซีถิงทายาด้วยสีหน้าเฉยๆ เขาดึงนิ้วออกมาแล้วป้ายยาใหม่ จากนั้นก็ทาในรูอ่อนนุ่มให้ทั่วๆ
