Skip to content
Cover น้องสาว

น้องสาวเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก 8

Chapter 8 (18+)โยกชิงช้า

เมื่อรู้แจ้งแล้วหยางซีถิงจึงได้หาตำรามาศึกษาเพิ่มเติม จนบรรลุแตกฉานเชี่ยวชาญชำนาญการ ชนิดว่าสตรีใดได้ร่วมเริงรมย์กับเขาสักครั้ง เป็นติดอกติดใจยินยอมมอบกายให้เขาซ้ำแล้วซ้ำอีก เมื่อเขาก้าวขึ้นสูงมีตำแหน่งใหญ่โตในกองทัพ ก็ได้แต่งงานกับคุณหนูเหอ หลังจากนางได้ร่วมหอกับเขาแล้วนางก็รักหลงเขายิ่งนัก แต่น่าเสียดายที่นางวาสนาน้อยนัก หลังจากคลอดบุตรชายก็ตกเลือดจนตายจากไป ทำเขาเสียอกเสียใจไม่น้อย

ครั้นท่านแม่เพียรหาสตรีให้เขา เขาก็ยังไม่ถูกใจสตรีเหล่านั้นสักคน ด้วยเหตุที่ว่าสตรีเหล่านั้นมีข้อด้อย ไม่อาจสู้ฮูหยินเหอของเขาได้ บางคนก็หน้าตาด้อยกว่า บางคนก็รูปร่างด้อยกว่า บางคนก็นิสัยใจคอด้อยกว่า จะว่าเขาช่างเลือกก็ได้ เพราะฮูหยินเหอของเขานั้นนางงามทั้งหน้าตารูปลักษณ์และนิสัยใจคอก็หนักแน่นมั่นคง สมกับเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่จริงๆ ฝ่าบาทก็เคยเปรยๆ ว่าจะพระราชทานสตรีให้เขา แต่เพราะเขาตั้งเงื่อนไขว่าสตรีคนนั้นต้องยอดเยี่ยมกว่าฮูหยินเหอของเขา เขาจึงจะรับไว้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีสตรีที่ดีกว่าฮูหยินเหอ และที่มีๆ ก็ล้วนฐานะสูงส่งกว่าแม่ทัพใหญ่ ทำให้สตรีเหล่านั้นมองข้ามแม่ทัพใหญ่อย่างเขาไป

จนกระทั่งเขาพบกับแม่หม้ายหลิวฟางอิ่ง หน้าตาและรูปลักษณ์ของนางงามกว่าฮูหยินเหอ ดังนั้นวันนั้นที่เขาถูกพิษธูปปลุกกำหนัด เขาจึงได้บังคับจับนางทิ่มแทงแก้พิษเสียหลายหน ครั้นได้เริงรมย์กับนางแล้วเขาก็ติดอกติดใจนางจนต้องบังคับขู่เข็ญให้นางตกแต่งเข้าจวน ในที่สุดทวนทองของเขาก็ได้ผ้าห่อหุ้มเสียทีหลังจากที่เปลี่ยวร้างหนาวเย็นมาเนิ่นนาน

“อื้อ…ท่านพี่…” หลิวฟางอิ่งครวญคราง สะโพกนางบิดไปบิดมาด้วยความเสียวซ่านจากเรียวลิ้นเขาที่กำลังเลียๆ ดูดๆ เนินเนื้ออ่อนนุ่มของนาง หยางซีถิงเลียๆ ดูดๆ แล้วแทงนิ้วเข้าไปในรูอ่อนนุ่ม เขาแทงถูไถผนังด้านบนอันเป็นจุดเสียวกระสันของสตรีอย่างช่ำชอง หลิวฟางอิ่งหวีดร้อง “อ้า…อ้า…”

นางจิกขยุ้มฟูกนอนแน่น ตัวเกร็งสั่นระริกๆ ไปทั้งร่าง ท่านี้ทำนางเสียวจนหูอื้อตาลายเลยทีเดียว เนินเนื้อเดี๋ยวกระถดหนีเดี๋ยวแอ่นบดเบียดราวกับจะยั่วเย้าให้เรียวลิ้นไล่ตาม จนกระทั่งนางตัวเกร็งกระตุก หวีดร้องเสียงดัง “อ้าาาาา…”

รูอ่อนนุ่มรัดนิ้วแน่นติ้ว หยางซีถิงยิ่งรู้สึกคึกคักฮึกเหิม เขาดึงนิ้วออกมาเลียน้ำหวานที่ติดนิ้ว แล้วขยับตัวจับทวนทองแทงรู

“อ้า!” หลิวฟางอิ่งหวีดร้องอีกครา นางตัวเกร็งกระตุกจนเนื้อตัวสั่นระริกๆ หยางซีถิงแทงทวนทองเข้าไปจนสุดแล้วเริ่มขยับเอวสาวเข้าๆ ออกๆ หลิวฟางอิ่งครางกระเส่า “อ้า…อื้อ…ท่านพี่เจ้าขา อ้า…”

หยางซีถิงแทงทวนทองกระหน่ำใส่สุดเรี่ยวสุดแรง เขาแทงอยู่นานจนนางถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไปหลายหนแล้วเขาจึงได้ถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าคราหนึ่ง “โอววววว…”

หลิวฟางอิ่งแทบสลบไสลคาเตียง นางดันๆ เขาออก หยางซีถิงจึงถอนทวนทองออกแล้วนอนลงข้างนาง เขาโอบนางมากอดรัดพลางบอก “หลับเสียเถิด เดี๋ยวตอนตื่นข้าค่อยแทงอีก”

“ฮื้อ! ท่านพี่น่ะ” หลิวฟางอิ่งค้อนเขาเสียหลายทีแล้วหลับตาลงนอนหลับ นางเหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ หยางซีถิงก็หลับตาลง เขารู้ดีว่าตัวเองหลงใหลนางยิ่งนัก จิตใจเขาก็เริ่มรักนางมากขึ้นเรื่อยๆ รักมากเสียจนเขาไม่อยากอยู่ห่างจากนางแม้อึดใจเดียว เขาได้หยุดงาน 3 วัน แต่เขารู้สึกว่า 3 วันนี้ไม่เพียงพอเลย ดังนั้นเขาจึงวางแผนในใจแล้วว่าหลังจากครบ 3 วันจะให้พ่อบ้านไปลาป่วยเพิ่มอีกสัก 7 วัน รวมแล้วก็เป็น 10 วัน ใน 10 วันนี้น่าจะเพียงพอให้เขาตักตวงความสุขกับอนุคนงามกระมัง หึๆๆ…

หลิวฟางอิ่งไม่รู้เลยว่าสามีวางแผนลาหยุดเพิ่ม หากนางรู้นางคงแทบอยากหนีไปซ่อนตัวแน่แท้

ตอนเช้ามืด หยางซีถิงตื่นขึ้นมา เขาค่อยๆ ลุกขึ้นออกจากเตียง แล้วหาเชือกมาผูกคล้องไว้กับคานเตียงด้านนอก 2 เส้น เมื่อผูกเชือกเสร็จแล้วเขาก็อุ้มอนุหลิวขึ้นมา หลิวฟางอิ่งงัวเงียสะลึมสะลือ “อือ…”

หยางซีถิงอุ้มนางนอนลงพาดขวางเตียงให้สะโพกนางหมิ่นเหม่อยู่ตรงขอบเตียง แล้วจับข้อเท้านางสอดเข้าไปในเชือกที่คล้องกับคานเตียง ทำให้นางนอนอ้าขาอยู่ตรงขอบเตียง เขาคุกเข่าลงแหวกกลีบอ่อนนุ่มออกเลียไล้ไปทั่วๆ หลิวฟางอิ่งครางอย่างงัวเงีย “อือ…อื้อ…”

หยางซีถิงเลียอยู่สักพักจนนางเปียกชื้นดีแล้ว เขาจึงผละออกแล้วขยับตัวลุกขึ้นยืน จับทวนทองแทงรู

“อื้อ!” หลิวฟางอิ่งครางพลางลืมตาตื่น นางเห็นข้อเท้าตัวเองทั้งสองข้างสอดอยู่ในเชือกที่คล้องลงมาก็เบิกตาโตอย่างตกตะลึงอึ้งงันไป “นี่!”

หยางซีถิงสาวเอวกระแทกทิ่มแทง “อูว…”

หลิวฟางอิ่งเสียวจนคราง “อื้อ…ท่านพี่ นี่ท่าน…”

นางยังถามไม่ทันจบ หยางซีถิงก็ถามว่า “ท่านี้เจ้าชอบไหม? เสียวดีไหม?”

“อื้อ…” หลิวฟางอิ่งครางแทนคำตอบ จะให้นางตอบว่าเสียว นางก็อายเกินที่จะพูดออกมา หยางซีถิงกระหน่ำทิ่มแทงพลางบอก “ท่านี้เจ้าจะได้ไม่เมื่อยขา อูว…อิ่งเอ๋อร์ เจ้ากัดข้าแน่นนัก…”

หลิวฟางอิ่งอายปนเสียว สามีนางช่างสรรหาท่าทางใหม่ๆ มาไม่หยุดไม่พักจริงๆ!

หยางซีถิงกระหน่ำทิ่มแทงไปสักพักก็คิดว่า หากผูกชิงช้าให้นางนอนบนชิงช้า แล้วตัวเขาโยกชิงช้า อืม…คงดียิ่ง!

คิดๆ แล้วเขาจึงหมายใจว่าจะให้บ่าวมาผูกชิงช้าไว้ในห้องนอน หลิวฟางอิ่งไม่รู้เลยว่าสามีนางคิดท่าทางใหม่ๆ อีกแล้ว!

นางถูกเขาทิ่มแทงจนเสียวไปหมด ไม่ทันได้มองสีหน้าของสามีให้ดีๆ เขาก้มลงมาขบดูดยอดทรวง ยิ่งทำให้นางเสียวจนครางกระเส่า “อื้อ…อ้า…”

กว่าเขาจะหยุดทิ่มแทงนางก็สายจนดวงตะวันแทบจะตรงศีรษะแล้ว นางหวีดร้องเสียงแหลมแล้วก็ผล็อยหลับไป หยางซีถิงถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า “โอววววว…”

เขามองนางที่ผล็อยหลับไปอย่างรักใคร่หลงใหล ถอนทวนทองออกมาแล้วอุ้มนางนอนดีๆ ห่มผ้าให้นาง จากนั้นเขาก็ออกไปกินมื้อกลางวันเติมเรี่ยวแรง หลังจากกินมื้อกลางวันอิ่มแล้ว เขาก็สั่งบ่าวไพร่ให้ทำชิงช้าอันใหญ่ๆ ขัดถูไม้กระดานให้เงาวับไร้เสี้ยน แล้วหุ้มด้วยเบาะผ้าอย่างดี บ่าวไพร่ก็ทำตามคำสั่ง พวกเขาคิดว่านายท่านคงทำชิงช้าไว้นั่งเล่นกับอนุในลานเรือนกระมัง พวกเขาไม่ได้คิดเป็นอื่นแม้แต่น้อย

ตกเย็น หลิวฟางอิ่งตื่นขึ้นมา นางเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไปหมด ถูกสามีเคี่ยวกรำจนเอวแทบหัก นางแทบไม่มีแรงลุกจากเตียงเลย จึงได้ให้รุ่ยหลินเข้ามาช่วยประคองไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วก็กินอาหารอยู่ในเรือน

หยางซีถิงรู้ว่าอนุหลิวตื่นแล้ว เขารอจนนางกินอิ่มแล้วก็ให้นางไปนั่งเล่นในสวน หลิวฟางอิ่งให้รุ่ยหลินประคองเดินไป หยางซีถิงก็ให้บ่าวไพร่เข้าไปผูกชิงช้าไว้ในห้องนอน เขายืนกำกับสั่งบ่าวไพร่อย่างละเอียดลออ จนชิงช้าถูกผูกแน่นหนาได้ระดับพอดีกับช่วงเอวเขาที่ยืนอยู่

เขามองชิงช้าอันใหญ่อย่างพออกพอใจแล้วไล่บ่าวไพร่ออกไป บ่าวไพร่เก็บข้าวของออกไป พวกเขาล้วนสงสัยนัก เหตุใดจึงไม่ผูกชิงช้าไว้ในลานเรือนล่ะ? แต่กลับเอาไปผูกไว้ในห้องนอนเสียนี่ พวกเขาสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถาม ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ

หยางซีถิงลองโยกชิงช้าสองสามที เขาพออกพอใจมากจึงได้เดินออกไป แล้วอุ้มอนุหลิวเข้าห้องนอน หลิวฟางอิ่งตกใจกอดคอเขา “ว๊าย! ท่านพี่!”

หยางซีถิงส่งสายตาไล่สาวใช้ รุ่ยหลินเห็นสายตานายท่านจึงรีบถอยออกไปทันที หยางซีถิงอุ้มอนุหลิวเดินเข้าเรือนไป หลิวฟางอิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจนัก เขาเป็นห่วงนางกลัวนางจะเดินไม่ไหว จึงได้อุ้มนางเช่นนี้ ท่านพี่ช่างดีเหลือเกิน

หยางซีถิงอุ้มอนุหลิวเข้าห้องนอนแล้วก็จับนางถอดเสื้อผ้าออก หลิวฟางอิ่งอึ้งงันไป ความรู้สึกซาบซึ้งใจเมื่อครู่พลันลดฮวบลงทันใด ที่แท้เขาไม่ได้เป็นห่วงนาง แต่เพราะเขาอยากจับนางทิ่มแทงนี่เอง! ฮึ!

หยางซีถิงถอดเสื้อผ้านางออกหมดแล้วก็จูงนางไปนั่งบนชิงช้าใหม่ พลางสั่ง “เจ้านั่งตรงนี้นะ”

หลิวฟางอิ่งนั่งลงไปอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก เขาให้นางนั่งตรงด้านแคบ แทนที่จะนั่งตรงด้านยาว นี่เขาจะทำอะไร?

หยางซีถิงรีบถอดเสื้อผ้าบนกายออกจนตัวเปลือยเปล่า แล้วดันนางลงนอน หลิวฟางอิ่งมองท่าทางแล้วพลันเข้าใจขึ้นมาทันที ที่แท้เขาก็คิดท่าทางใหม่ๆ อีกแล้ว!

หยางซีถิงคุกเข่าข้างชิงช้า จับขานางอ้าออกแล้วก้มลงไปเลียเนินเนื้ออ่อนนุ่ม หลิวฟางอิ่งไม่ขัดขืน นางนอนอ้าขาอย่างยอมรับชะตากรรม นางเสียวจนเริ่มคราง “อื้อ…”

หยางซีถิงเลียจนนางถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า “อ้าาาาาา…”

จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืน จับทวนทองแทงรู

“อื้อ!” หลิวฟางอิ่งหวีดร้องคำหนึ่ง หยางซีถิงแทงทวนทองเข้าไปจนสุดแล้วจึงจับชิงช้าโยกเข้าๆ ออกๆ “อูว…แบบนี้ไม่เหนื่อยเลย อิ่งเอ๋อร์ ทำแบบนี้แล้วข้าสามารถแทงเจ้าได้ทั้งวันทั้งคืนเลย”

“ฮึ!” หลิวฟางอิ่งค้อนเขาตาคว่ำ ครั้งเดียวของเขาก็ทำนางเหนื่อยจะตายแล้ว! นี่เขาคิดจะทำทั้งวันทั้งคืนเลยเรอะ! ข้าจะตอนเจ้าทิ้ง! ท่านพี่ชั่วนี่!

นางเกาะชิงช้าแน่นเมื่อเขาโยกชิงช้าเร็วขึ้น นางเสียวจนครางกระเส่า “อ้า…ท่านพี่…อื้อ…”

“อูว…ดีจริงๆ” หยางซีถิงครางอย่างชอบอกชอบใจ เขาเพียงยืนโยกชิงช้าไม่ได้ทำให้เขาต้องออกแรงอะไรมากมายเลย แบบนี้เขาแทงนางได้ทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว เพียงแต่ว่านางคงทนรับไม่ไหวแน่นอน เขาจึงตั้งใจว่าจะทิ่มแทงนางสักสองสามหนล่ะกัน

ด้านนอกเรือน หยางถิงเฟิงแอบดูอยู่ข้างหน้าต่าง เขาไม่เห็นท่านพ่อไปกินอาหารกับท่านย่า เขาจึงมาดูด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าท่านพ่อจะเจ็บป่วย แต่เมื่อเขามาถึงก็เห็นท่านพ่ออุ้มอนุหลิวเข้าเรือนไป เขาจึงย่องเข้ามาแอบดูอย่างอยากรู้อยากเห็น หรือว่าที่ท่านพ่อไม่ไปกินมื้อเย็นเป็นเพราะอนุหลิวเจ็บป่วย?

เขาเห็นท่านพ่อจับอนุหลิวถอดเสื้อผ้าจนหมดตัว นางยืนเปลือยขาวผ่องนัก ทรวดทรงนางงดงามหรือไม่ เขาในตอนนี้ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจสิ่งนี้ เขารู้แค่ว่านางผอม แต่ตรงอกนางมีก้อนเนื้อที่ใหญ่มาก ใหญ่จนสองมือของเขายังปิดก้อนเนื้อข้างหนึ่งของนางไม่มิดกระมัง เขาเห็นท่านพ่อให้นางนอนบนชิงช้าแล้วท่านพ่อก็เลียตรงหว่างขานาง เขาเห็นนางทำหน้าตาท่าทางทรมาน ร้องเสียงดังไม่หยุด จนนางร้องเสียงดังลั่นแล้วท่านพ่อจึงหยุดเลีย จากนั้นท่านพ่อก็จับทวนประจำตัวแทงเข้าไปตรงหว่างขานาง เขาได้แต่เบิกตาแอบดูอย่างไม่ค่อยเข้าใจเลย อนุหลิวทำอะไรผิดอีกแล้วหรือ? ท่านพ่อจึงลงโทษนางอีกแล้ว

หยางซีถิงรู้สึกว่ามีคนอยู่ข้างนอก เขาจึงหันไปมองทันที แล้วก็เห็นใบหน้าบุตรชายแวบหนึ่ง เขานึกโมโหอยู่ในใจ เจ้าเด็กนี่แอบมาดูเขาอีกแล้ว! น่าตีให้ก้นลายนัก!

หยางถิงเฟิงหดศีรษะหลบวูบทันทีเมื่อเห็นท่านพ่อมองมาทางเขา เขาตกใจจนใจเต้นระรัว กลัวถูกท่านพ่อลงโทษ

หยางซีถิงแม้จะโมโหลูกชายไม่น้อย แต่คิดไปคิดมาอีกที ศาสตร์ด้านนี้เขาก็ควรสอนลูกชายบ้าง โตไปจะได้ไม่เหมือนเขาที่อ่อนด้อยจนภรรยาหนีตามชายชู้ไป เรื่องภรรยาคนแรกของเขาที่หนีตามชายชู้ไปนั้น ถูกปิดบังเอาไว้จนผู้คนลืมเลือนไปหมดแล้ว มีแค่ท่านพ่อ ท่านแม่ และเพื่อนฝูงในตอนนั้นที่รู้เรื่องนี้ เพื่อนฝูงในตอนนั้นก็ตกตายในสนามรบไปเกือบหมดแล้ว เหลือไม่กี่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งคนเหล่านั้นถ้าไม่พิการก็มีเมียมีลูกเต็มบ้านจนจิตใจถดถอย ไม่อยากเป็นทหารอีกต่อไป จึงได้ลาออกแล้วกลับบ้านเกิดไปทำไร่ทำนาหาเลี้ยงครอบครัว

เมื่อคิดจะสอนลูกชาย หยางซีถิงจึงไม่ได้เปิดโปงที่ลูกชายมาแอบดูอยู่ข้างหน้าต่าง เขาหันหน้ากลับมาแล้วโยกชิงช้าต่อ “อูว…อิ่งเอ๋อร์ ทวนข้าแทงเจ้าแบบนี้ เจ้าชอบไหม?”

“อื้อ…ท่านพี่” หลิวฟางอิ่งคราง นางไม่รู้ว่าที่เขาถามเช่นนี้เป็นเพราะเขาหมายใจจะสั่งสอนศาสตร์ด้านนี้ให้ลูกชายของเขาที่แอบดูอยู่นอกหน้าต่าง นางคิดว่าเขากลัวนางเจ็บกระมังจึงได้ถามเช่นนี้

“อ่อ เจ้าชอบ เช่นนั้นข้าบี้เม็ดมณีเจ้าแบบนี้ล่ะ เจ้าชอบมากไหม?” หยางซีถิงถามพลางใช้นิ้วโป้งบี้เม็ดมณีของนาง หลิวฟางอิ่งครวญคราง “อ้า…ท่านพี่…อื้อ…”

“ข้าบี้ตรงนี้ เจ้าก็ยิ่งรัดข้าแน่นเชียว ทำข้าเสียวยิ่งนัก อิ่งเอ๋อร์ เจ้าช่างยอดเยี่ยมนัก” หยางซีถิงชมแล้วหยุดบี้เม็ดมณี เขาจับชิงช้าโยกเร็วขึ้น…เร็วขึ้น…ทำให้หลิวฟางอิ่งเสียวจนครางกระเส่า “อ้า…อ้า…”

หยางถิงเฟิงไม่ได้ยินท่านพ่อจะเรียกตัวเขาออกไปแม้แต่น้อย เขาจึงคิดว่าเมื่อกี้ท่านพ่อน่าจะไม่เห็นเขากระมัง เขาจึงค่อยๆ ยืดคอขึ้นไปแอบดูต่อ เขาเห็นท่านพ่อใช้นิ้วบี้ตรงหว่างขาอนุหลิว ทำนางร้องไม่หยุด ดูท่าทางนางคงเจ็บกระมังถึงได้ร้องแบบนั้น เขาแอบดูไปเรื่อยๆ จนเห็นนางหวีดร้องเสียงดังอีกครั้ง “อ้าาาาาา…”

เขาเห็นนางทำหน้ามีความสุข นอนหอบหายใจอยู่บนชิงช้า ทำให้เขาไม่เข้าใจเลยว่า นางมีความสุขหลังจากที่ถูกท่านพ่อลงโทษหรือ?

เขาแอบดูต่อไป เขาเห็นท่านพ่อยังโยกชิงช้าไม่ยอมหยุด อนุหลิวก็ร้องอ้าๆ ไม่หยุดเช่นกัน

หยางซีถิงเหล่ตามองลูกชายที่แอบดูอยู่ เขาไม่ได้รู้สึกอายเลยที่ทำเรื่องแบบนี้ให้ลูกชายเห็น เขากลับรู้สึกภูมิใจด้วยซ้ำที่ได้สอนลูกชายทางอ้อม วันหน้าเจ้าลูกชายของเขาย่อมเก่งกาจจนหาลูกสะใภ้ให้เขาได้หลายคนแน่นอน!

เขาโยกชิงช้าไปเรื่อยๆ จนอนุคนงามถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไปหลายหน เขาจึงได้ถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าบ้าง “โอววววว…”

เขาถอนทวนทองออกแล้วจับอนุหลิวนอนคว่ำบนชิงช้า จากนั้นเขาก็แทงทวนเข้าไปทางด้านหลัง หลิวฟางอิ่งหวีดร้อง “อ้า…ท่านพี่…”

หยางซีถิงแทงทวนเข้าไปจนสุดแล้วจึงจับชิงช้าโยกเข้าๆ ออกๆ หลิวฟางอิ่งนอนคว่ำหน้ากอดชิงช้าครางกระเส่า “อ้าๆ…”

หยางซีถิงโยกชิงช้าไปเรื่อยๆ ส่งอนุคนงามถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไปอีกหลายหน เขาจึงได้ถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเป็นครั้งที่ 2 จากนั้นเขาก็ถอนทวนทองออกแล้วอุ้มนางไปนอนที่เตียง เขานอนลงกอดนางหลับไปด้วยกัน

หยางถิงเฟิงแอบดูจนกระทั่งท่านพ่อหยุดโยกชิงช้าแล้วอุ้มอนุหลิวไปนอนที่เตียง เขาเห็นท่านพ่อนอนกอดนางหลับไปด้วยกันเขาจึงย่องออกไปอย่างเงียบๆ เขาไม่รู้เลยว่าตอนที่เขาย่องออกมานั้นท่านพ่อลืมตาขึ้นแวบหนึ่งแล้วยกมุมปากยิ้มน้อยๆ ทีหนึ่ง

วันต่อมา หยางซีถิงก็ยังคงจับอนุหลิวทิ่มแทงเกือบตลอดทั้งวัน เขากำลังสนุกกับชิงช้าอันใหม่ที่ช่วยทุ่นแรงทำให้เขาไม่ต้องออกแรงมาก ชิงช้านี้ดีจริงๆ ฮ่าๆๆๆ…

หลิวฟางอิ่งได้แต่เกาะชิงช้าร้องครางจนเสียงแหบเสียงแห้ง นางเสียวแล้วเสียวอีก เสียวจนแทบขาดใจตายไปจริงๆ เขาช่างสรรหาวิธีทำให้นางเสียวจนแทบขาดใจตาย บางครานางโมโหนางอยากตอนเขายิ่งนัก! แต่ว่าถ้าเขาถูกตอนแล้วนางคงเสียใจไปทั้งชีวิตแน่แท้!

นางไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจนางเปิดรับเขาเข้าไปอยู่กลางใจนางตั้งแต่เมื่อไหร่ นางรู้แค่ว่าในเมื่อเขามีความสุข นางก็จะยอมทนเหนื่อย ยอมทนทรมาน ยอมถูกเขาเคี่ยวกรำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ล่ะกัน

ส่วนบ่าวไพร่ล้วนพากันอยู่ห่างๆ เรือนของอนุหลิวให้มากๆ หน่อย หากนายท่านไม่ร้องตะโกนเรียก พวกเขาก็ไม่เข้าไปใกล้เด็ดขาด!!!

เฟิ่งหวงไม่เจอท่านแม่มา 1 วันกว่าแล้ว นางจึงคิดจะไปหาท่านแม่ แต่ว่าก็ถูกซื่อเฟิงกล่อมว่า “อนุหลิวต้องปรนนิบัติดูแลนายท่าน คุณหนูจะไปรบกวนไม่ได้นะเจ้าคะ”

“เช่นนั้นข้าจะไปช่วยท่านแม่ปรน…ปรน…เอ่อ ดูแลท่านพ่อด้วย” เฟิ่งหวงบอกอย่างติดขัด เพราะคำบางคำนางยังออกเสียงติดๆ ขัดๆ อยู่บ้าง ซื่อเฟิงยิ้มขำแล้วบอกว่า “การปรนนิบัติแบบนั้น อนุหลิวทำได้คนเดียวเจ้าค่ะ คุณหนูทำไม่ได้เจ้าค่ะ ต้องรอให้คุณหนูโตจนถึงวัยออกเรือนแล้ว คุณหนูถึงจะปรนนิบัติสามีได้เจ้าค่ะ”

เฟิ่งหวงฟังอย่างไม่เข้าใจ ซื่อเฟิงก็ไม่คิดจะอธิบายอะไรให้คุณหนูฟังมากนัก เรื่องนี้ยังไม่ถึงวัยที่คุณหนูของนางควรจะรับรู้ นางจึงชวนคุณหนูไปเก็บดอกไม้ในลานเรือนมาเล่นร้อยเป็นเครื่องประดับ เฟิ่งหวงจึงเพลิดเพลินไปกับการเก็บดอกไม้มาทำเป็นวงใหญ่ๆ แล้วเอาสวมศีรษะตัวเอง พลางเงยหน้าให้แม่นมซื่อชื่นชม

“สวยเจ้าค่ะ” ซื่อเฟิงชมพลางยิ้มตาหยี พลันสายตาก็เห็นคุณชายน้อยเดินเข้ามาในเขตเรือน นางจึงลุกขึ้นยืนกุมมือคารวะ “คุณชาย”

“อืม” หยางถิงเฟิงพยักหน้าทีหนึ่ง แล้วพูดกับเฟิ่งหวงว่า “หวงเอ๋อร์ พวกเราเล่นซ่อนแอบกันเถอะ”

“อื้ม” เฟิ่งหวงพยักหน้าแสดงท่าทางดีอกดีใจที่พี่ชายมาเล่นด้วย หยางถิงเฟิงจึงบอกกับแม่นมซื่อว่า “เจ้าเป็นคนหา เจ้าปิดตาแล้วนับ 1 ถึง 100 ข้ากับหวงเอ๋อร์จะไปซ่อน”

“อ่า…แต่ว่าบ่าวนับเลขได้แค่ 1 ถึง 10 เองเจ้าค่ะ” ซื่อเฟิงบอก หยางถิงเฟิงอึ้งไป “อ่า?”

เขาคิดๆ ครู่หนึ่งแล้วบอกว่า “เช่นนั้นเจ้าก็นับ 1 ถึง 10 ไป 10 ครั้งซิ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!